xs
xsm
sm
md
lg

เกียรติตำรวจของไทยที่ใกล้สาบสูญ

เผยแพร่:   โดย: ชัยพันธุ์ ประภาสะวัต

คุณปู่ของผมเป็นตำรวจเก่า พ.ต.ท.หลวงชำนาญนรานุรักษ์ (พร้อง ประภาสะวัต) ผมและน้องๆ เติบโตมาจากการเลี้ยงดูของท่านมาตั้งแต่เรียนอนุบาล จนเข้ามหาวิทยาลัย คุณปู่เป็นตำรวจที่ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ เป็นคนตรงและดุมาก แต่ก็มีลูกน้องและผู้ที่เคารพนับถือกันไปมาหาสู่อยู่เสมอ จำได้ว่าทุกปีคุณปู่จะได้รับขนมเค้กปีใหม่จากเพื่อนของท่านคนหนึ่งชื่อว่า พระบำราศนราดูร (หลง เวชชาชีวะ ต้นตระกูลเวชชาชีวะ) และอีกหลายๆ คน

ผมจำได้ว่าพ่อของผมเคยอยากเรียนตำรวจตามรอยคุณปู่ แต่ถูกห้ามไว้ด้วยเหตุผลหลายประการ คุณปู่สอนว่าอาชีพตำรวจหากจิตใจไม่แข็งพอ จะนำไปสู่อบายได้ง่าย ทำให้เสื่อมเสียไปถึงวงศ์ตระกูล คนคดโกงมีมากขึ้น ถ้าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่เที่ยงตรง ประชาชนจะขาดที่พึ่ง บ้านเมืองจะอยู่กันไม่ได้

คุณปู่เป็นตำรวจที่ไม่รับสินบาทคาดสินบนจากใคร เคยมีคนเอาของฝากมาแอบให้คุณย่า คุณปู่รู้เข้าก็สั่งให้เอาไปคืนและถูกดุจนคุณย่าเข็ดขยาด ไม่ยอมให้ใครเข้าหลังบ้านอีกเลย สมัยที่คุณปู่ไปรับราชการอยู่เชียงใหม่ เป็นนายตำรวจยศร้อยเอกอยู่กองเมืองเชียงใหม่ เขาค้าฝิ่นกันแต่คุณปู่ไม่ยุ่งด้วยเลยโดนติดขั้นอยู่ถึง 10 ปี

ชีวิตมือปราบสมัยนั้นต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ขี่ม้าไล่ยิงปืนปราบผู้ร้ายด้วยตัวเอง ไม่ได้ใช้ลูกน้องออกไปทำงานแล้วตัวเองนั่งสบายอยู่ในห้องแอร์เหมือนทุกวันนี้ ลูกน้องคนใดออกนอกลู่นอกทางก็จะถูกตักเตือน ถ้ายังไม่เชื่อฟังกันก็จะโดนโบยด้วยแซ่หนังกระเบนแช่เยี่ยว ผมเองยังทันได้เห็นแซ่เส้นนั้น

เมื่อเกษียณอายุก็มีแค่เงินบำนาญ และบ้านสวนหลังหนึ่งที่ฝั่งธนบุรี แถวท่าดินแดง ในช่วงที่ท่านอายุมากขึ้น ทุกปีลูกหลานก็ต้องพาท่านไปที่กระทรวงมหาดไทยเพื่อแสดงตนรับเงินบำนาญเดือนละไม่กี่พันบาท ซึ่งต้องใช้จ่ายอย่างกระเบียดกระเสียร เพราะต้องเจียดมาเลี้ยงหลานอีก 4 คน

ตอนเด็กๆ ผมถูกปู่ตีบ่อยเพราะซนและดื้อ ไม่ชอบปู่เพราะรู้สึกว่าท่านดุและขีดกรอบให้เรามากเกินไป ฝึกระเบียบวินัยเคร่งครัดราวกับหลานเป็นลูกน้อง แต่มาวันนี้กลับนึกถึงท่าน เพราะไม่รู้ว่าจะมีตำรวจสักกี่คนที่ยังยึดมั่นในเกียรติและศักดิ์ศรีอย่างในเพลงมาร์ชตำรวจ หรือสักแต่ว่าร้องให้เป็นเพลงเท่านั้น

เมื่อโตขึ้นน้องชายผมก็ลืมคำที่ปู่เคยสอนไว้เรื่องการเป็นตำรวจ พอจบช่างกลก็ไปสมัครอยู่กองบิน กรมตำรวจ จากนายช่างเลื่อนขั้นไปจนเป็นนักบิน เมื่อครั้งติดยศ พ.ต.ต. น้องชายผมจึงขอย้ายออกไปอยู่สถานีตำรวจ นายสงสารเลยเรียกเข้าไปปิดห้องสอนมวยให้ว่า ถ้าจะเลิกเป็นนักบินตำรวจแล้วออกไปเป็นตำรวจที่อื่น ทำอย่างที่คนอื่นเขาทำได้หรือไม่ ท่านเล่าว่าต้องหาเงินให้นายอย่างไร ต้องใช้ลูกน้องช่วยหาเงินแบบไหนบ้าง จะต้องทำอย่างไรถ้าในพื้นที่มีบ่อนซ่อง จะปราบหรือจะรับเงิน ถ้านายสั่งจะทำได้หรือไม่ บางแห่งเขาไม่สนใจตำรวจท้องที่ เขาส่งส่วยข้ามห้วยตรงให้นายเลยจะทำอย่างไร และอีกสารพัดรูปแบบที่จะต้องออกไปเจอ คุณจะรับได้หรือไม่

สุดท้ายน้องชายผมจึงตัดสินใจลาออกจากราชการตำรวจไปเป็นนักบินให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ขับเฮลิคอปเตอร์บินตรวจสายไฟจนเกษียณ

ผมเชื่อว่าตำรวจดีๆ ยังมีเหลืออยู่ แต่จะมีสักกี่คนที่ยังยืนหยัดอยู่ได้โดยไม่ถูกกลืนไปตามกระแส ในสามแสนคนจะมีสักกี่คนที่ยังซื่อสัตย์ต่อหน้าที่และทำเพื่อประชาชนจริงๆ หายากเหลือเกินแล้วในยุคนี้

สมัยที่ผมเป็นหัวหน้านักศึกษาคณะจิตกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากรและเป็นกรรมการสโมสรศิลปากร ทำให้ได้เข้าร่วมเป็นกรรมการศูนย์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ผมจำได้ดีว่ามีเหตุการณ์ที่ตำรวจถูกรุมทำร้ายจนไม่กล้าแต่งเครื่องแบบ เพราะเป็นฝ่ายจุดชนวนทำร้ายนักศึกษาที่ถนนราชวิถีก่อน เหตุบานปลายไปจนทำให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลนั้นตอนนั้น (ปัจจุบันกลายเป็นโรงพักนางเลิ้ง) ถูกเผาทำลายโดยนักศึกษาและประชาชนที่มีความเคียดแค้นชิงชังฝังใจมานาน จากการกระทำของตำรวจซึ่งมักพูดจาข่มขู่หยาบคายกับชาวบ้าน รีดไถ คุมบ่อนซ่อง เก็บค่าต๋งหวยใต้ดิน หากินร่วมกับผู้กระทำผิดกฎหมาย รีดไถคนทำผิดเล็กๆ น้อยๆ แม้แต่กฎจราจรแทนที่จะปรับเข้าหลวง กลับเก็บเข้ากระเป๋าตัวเอง

ป้อมตำรวจและไฟจราจรทุกสี่แยกในกรุงเทพฯ ถูกเผาและทุบทำลาย โรงพักเกือบทุกแห่งถูกทิ้งร้างอยู่หลายวัน จนกระทั่งทหารต้องออกมาทำหน้าที่แทน ผมเองอยู่ในตึกจักรพงษ์ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต้องคอยรับโทรศัพท์และแก้ปัญหาจากเพื่อนนักศึกษาว่าจะให้ทำอย่างไรกับคนที่ถูกจับได้ว่าแอบเข้าไปขโมยของตามบ้านในช่วงที่เหตุการณ์ชุลมุน ตำรวจที่โรงพักก็ไม่มีเลยจะให้แก้ปัญหาอย่างไร ผมเลยสั่งให้หากุญแจห้องขังแล้วนำตัวคนเหล่านั้นไปขังไว้ก่อน แล้วให้เขียนข้อหาทิ้งไว้ที่โรงพักด้วย

วันนั้นนักศึกษาและประชาชนชนะแล้ว แต่ไม่มีปัญญาบริหารประเทศ ต้องปล่อยให้นักการเมืองกลับเข้ามาเสวยสุขบนซากศพของวีรชนครั้งแล้วครั้งเล่า

มาถึงวันนี้เรารู้แล้วว่าบ้านเมืองนี้จำดีได้ต้องแก้ไขตรงไหน อย่างไร แต่อำนาจไม่ได้อยู่ในมือเรา กลับอยู่ในมือคนชั่ว นักการเมืองต่ำทราม แม้ถูกชี้ชัดว่าประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงก็ยังหน้าด้านหน้าทนอยู่กันไป

การกระทำที่เกิดขึ้นโดยนายตำรวจใหญ่น้อยเป็นภาพที่ฝังอยู่ในความทรงจำของประชาชน เพิ่มความเกลียดชังที่มีต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจนแทบไม่ต้องเอ่ย กินภาษีประชาชน รถหลวง น้ำมันหลวง แต่พกปืนหลวงไปข่มขู่ประชาชน นี่หรือหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

ตำรวจรับใช้นักการเมืองจนออกนอกหน้า ปากบอกว่าพ่อแม่สั่งสอนให้รับใช้ประชาชน แต่กลับก่อม็อบข่มขู่พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามซึ่งเขาก็มีที่มาจากประชาชนเช่นเดียวกัน เลือกข้างให้เห็นกันชัดเจน เพียงเพราะไม่พอใจพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่เขาให้สอบสวนกรณีที่ตัวเองไปให้ผู้ต้องหาหนีคดีและถูกหมายจับฐานก่อการร้าย ติดยศนายพลใหม่ให้ คุณจะเคารพรักกันแค่ไหนถ้ามันอยู่ในใจ ในที่รโหฐานก็ไม่มีใครว่า แต่นี่เปิดเผยกันอย่างไม่เกรงกลัว แล้วจะกลัวการสอบสวนทำไม ไม่รู้จักความเหมาะควรบ้างหรือ ยังมีหน้าให้ลูกน้องร้องเพลงมาร์ชตำรวจ “ไม่ยอมเป็นมิตรผู้ผิดกฎหมาย” แล้วคนที่ติดยศให้ไม่ใช่คนผิดกฎหมายหรอกหรือ ศาลตัดสินแล้วใครๆ ก็รู้ทั้งนั้น

ผมจะยกตัวอย่างเอาไว้ให้ดู เผื่อสักวันมันมาถึงตัวคุณเองจะได้สำนึก

กรณีเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2554 ศาลจังหวัดสงขลาพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.1818/2546 เลขแดงที่ 1804/2547 นายสักกริยา หมะหวังเอียดกับพวก 25 คนเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ กับพวกรวม 38 คน ฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังสลายการชุมนุมของกลุ่มคัดค้านโครงการท่อส่งก๊าซโรงแยกก๊าซธรรมชาติและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2545 หน้าทางเข้าโรงแรมเจบี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ศาลตัดสินว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ซึ่งใช้กำลังเข้าสลายการม็อบของชาวบ้านที่ชุมนุมโดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธนั้น เป็นการละเมิดเสรีภาพในการชุมนุม ผู้กระทำดังกล่าวมีความผิดร้ายแรง เนื่องจากเป็นการกระทำที่ไม่ชอบตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ศาลมีคำสั่งให้พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีที่ 1-24 เป็นเงินคนละ 10,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี (ถือตามหลักกฎหมายแพ่ง-พาณิชย์ มาตรา 438 วรรคหนึ่ง)

ต่อมาในกรณีสลายการชุมนุมพันธมิตร 7 ตุลาคม 2551 ปปช.ชี้มูลความผิดอดีตนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ พร้อมทั้งรองนายกรัฐมนตรี พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ (ผบ.ตร.) พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว (ผบช.น.) ผิดวินัยร้ายแรง ฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

ที่เขียนเตือนให้อ่านล้วนเป็นนายตำรวจใหญ่โตทั้งนั้น เวลากระทำผิดคิดว่าตัวเองใหญ่ไม่มีใครทำอะไรได้ วันหนึ่งที่หัวโขนหลุด ติดคุกสถานเดียว (หากกระบวนการยุติธรรมของเรารวดเร็วกว่านี้)

โกงกันตั้งแต่เริ่มสอบเข้าโรงเรียนพลตำรวจ ครั้นเป็นนายร้อยตำรวจก็วิ่งเต้นหาโรงพักดีๆ อยู่ ที่ว่าดีก็คือย่านธุรกิจมืดๆ เทาๆ เงินก็จะเยอะตาม จราจรตั้งด่านรีดไถกันกลางเมือง อ้างหาเงินไว้ให้นาย นายก็วิ่งหาเส้นสายนักการเมืองขาขวิดเมื่อใกล้ฤดูโยกย้าย ส่วนนักการเมืองก็ใช้ตำรวจหาเงินซื้อตำแหน่ง ใครก็รู้ว่าเจ๊ ด. คือใคร หากินกับการขายตำแหน่งมานานจนร่ำรวย เจ๊คนนี้แกโกงได้แม้แต่เงินพี่ชายตัวเอง นับประสาอะไรกับเงินคนอื่น ตำรวจที่หาเงินไม่เก่งแต่อยากได้ตำแหน่งดีๆ ก็ต้องวางแผนปล้นธนาคาร วนเวียนกันอยู่เป็นวงจรอุบาทว์ยังอัปยศกันไม่พออีกหรือ

ยุคทักษิณปราบยาเสพติด ตำรวจวิสามัญฆาตกรรมผู้บริสุทธิ์ไปกี่ราย มีรายงานอยู่ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ภาคใต้ที่ไม่สงบทุกวันนี้ ลองไปถามชาวบ้านดู เขาก็บอกว่ามันมาจากตำรวจมือปราบที่คิดว่าโจรกระจอกมีไม่กี่คน อุ้มฆ่ามันเสียก็หมดเรื่อง แต่ยิ่งฆ่ากลับยิ่งเพิ่มจำนวน ยิ่งปราบด้วยกำลัง ยิ่งเติบโต เพิ่มกำลัง เพิ่มงบประมาณ แต่ความรุนแรงกลับยิ่งเพิ่มขึ้น

ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่เลือกตั้งแล้วไม่ต้องแก้ไขอะไร ปล่อยให้บ้านเมืองเจอปัญหาซ้ำซากอยู่บนรอยเดิมๆ กี่ครั้งมาแล้วที่พูดว่าจะปฏิรูปตำรวจ เพราะเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น

ตอนอยู่ญี่ปุ่นผมสังเกตพฤติกรรมของตำรวจที่นั่น เขาจะไม่ค่อยออกมาจุ้นจ้านให้คนหมั่นไส้ ทำตัวเรียบง่าย รับใช้ประชาชนจริงๆ ขี่จักรยานกัน 2-3 คนไปตามซอกซอยทุกที่ ถนนใหญ่ก็จะมีตำรวจสายตรวจออกตรวจตราเป็นระยะ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นไม่เกิน 5 นาทีเจ้าหน้าที่ก็ไปถึงที่เกิดเหตุ ใครจอดรถผิดที่เจอใบสั่งลูกเดียว ถ้ายัดเงินยิ่งเจอข้อหาหนัก แม้แต่น้ำหรือขนมเขายังไม่ยอมรับจากใคร น้ำขวดเดียวเขาก็ไม่กินของเรา เขาบอกว่าที่ทำเพราะเป็นหน้าที่ เขามีเงินเดือนพอกิน ซื้อเองได้ แถมด่าคนให้ของอีกต่างหาก ไม่เฉพาะตำรวจเท่านั้น ข้าราชการหน่วยงานอื่นก็เคร่งครัดในเรื่องรับของฝากหรือของสมนาคุณเช่นกัน จากประเทศแพ้สงคราม แต่ด้วยความมีวินัยและเคร่งครัดในกฎระเบียบของเขา ทำให้ญี่ปุ่นพัฒนาประเทศได้ก้าวหน้าไปได้ไกลกว่าประเทศอื่นๆ ย้อนกลับมามองประเทศเราเอง ทุกวันนี้กลับยิ่งถอยหลังเข้าคลอง

ส่วนตำรวจที่เยอรมนีและสหรัฐฯ เขาก็เอาจริงเอาจังกับการกวดขันผู้คนให้เคารพกฎหมาย และไม่มีใครยอมรับของกำนัลใดๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของหรือเงิน แถมใครยัดเงินยังจะโดนติดคุกได้ง่ายๆ คนไทยยังหงอเลย

คุณตำรวจไทยครับ หากไม่รู้จักละอายใจก็ทำกันต่อไปเถอะ พฤติกรรมถ่อยทรามที่คนเขาไม่ยอมรับ ทำบ่อยๆ เผื่อวันหนึ่งประชาชนเขาทนไม่ไหวจะได้ลุกมาเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองกันเสียที เมื่อถึงวันที่บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ตำรวจหลายนายคงตกงานเป็นแถว
กำลังโหลดความคิดเห็น...