xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

ความคาดหวังกับ”สมชัย”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์-ในที่สุดคณะกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ชุดใหม่ก็ตัดสินใจเลือก “สมชัย สุวรรณบรรณ” ขึ้นทำหน้าที่ผู้อำนวยการไทยพีบีเอส

คณะกรรมการชุดนี้ ประกอบด้วย นางสมศรี หาญอนันทสุข ดร.สมพันธ์ เตชะอธิก และศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ กรรมการด้านการส่งเสริมประชาธิปไตย การพัฒนาชุนชนหรือท้องถิ่น การเรียนรู้และการศึกษา การคุ้มครองและพัฒนาเด็ก เยาวชนหรือครอบครัว หรือการส่งเสริมสิทธิของผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ดร. ธีรภัทร สงวนกชกร และศาสตราจารย์ ดร.ปราณี ทินกร กรรมการด้านบริหาร รศ. มาลี บุญศิริพันธ์ ด้านกิจการสื่อสารมวลชน นายศิริชัย สาครรัตนกุล ด้านบริหาร และ ผศ.ดร.จุมพล พูลภัทรชีวิน ด้านการส่งเสริมประชาธิปไตยฯ

คณะกรรมการฯ ให้เหตุผลที่เลือกสมชัย 4 ประการ ได้แก่

1. เป็นผู้มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศว่า เป็นผู้มีความรู้ควมเข้าใจอย่างลึกซึ้งในแนวคิดและแนวปฏิบัติของสื่อสาธารณะ เนื่องจากมีประสบการณ์ตรงในการทำงานกับสื่อสาธารณะต้นแบบระดับโลก (BBC) เป็นเวลายาวนาน 25

2. ในการแสดงวิสัยทัศน์ มีการนำเสนอยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ทั้งวิธีการปฏิบัติและระยะเวลาดำเนินการสอดคล้องกับสถานการณ์ต่างในปัจจุบันของ ส.ส.ท.

3. มีประสบการณ์ในการบริหารงานสื่อระหว่างประเทศในระดับภูมิภาค อันจะเอื้อต่อการขยายงานของส.ส.ท.ไปสู่ภูมิภาคอาเซียน

4. ในการแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอยุทธศาสตร์ ได้แสดงทัศนคติและสำนึกรับผิดชอบต่อการใช้เงินภาษีประชาชนอย่างคุ้มค่า

ก่อนหน้านี้คณะกรรมการสรรหาฯ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) ได้เสนอชื่อที่เหมาะสมต่อคณะกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. 3 คน เรียงลำดับตามวันที่รับสมัคร ได้แก่ นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ นายสมชัย สุวรรณบรรณ และ นายเทพชัย แซ่หย่อง

และในที่สุดก็เหลือ 2 คน เพราะเทพชัย หย่อง ขอถอนตัว

10 ต.ค.นี้ “สมชัย สุวรรณบรรณ” ก็จะเข้ามาทำหน้าที่ผู้อำนวยการ ส.ส.ท.คนใหม่

ด้วยสัญญาจ้าง ค่าตอบแทนอัตราเดือนละ 260,000 บาท และจะปรับขึ้นเป็น 300,000 บาท เมื่อผ่านการทดลองงาน โดยระบุช่วงเวลาในการทดลองงาน 6 เดือน

โดยสมชัยจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2555 - วันที่ 9 ตุลาคม 2559

ด่านสำคัญของการเข้ามาทำหน้าที่ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. คือ การทำให้นักข่าวไทยพีบีเอสไว้วางใจ เหมือนกับสโลแกนของไทยพีบีเอส ทีวีที่คุณวางใจ

เหตุผลสำคัญ เพราะพนักงานเคยยื่นจดหมายเปิดผนึก โดยมีใจความสำคัญ ในข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 6 ระบุว่า

“ขอเรียกร้องให้การตรวจสอบในประเด็นต่างๆ ตามเอกสารแนบ เพื่อนำไปสู่การบริหารงาน การบริหารคน และการบริหารการคลังความชอบธรรมในข้อปฏิบัติต่อไปนี้เป็นการเร่งด่วนที่สุด และทำการชี้แจงต่อพนักงานทุกภาคส่วนขององค์กรภายใน 3 วัน นับจากการยื่นคำร้องเรียน”

ข้อ 1. ขอให้ผู้บริหาร ส.ส.ท.ทุกตำแหน่งมีความตระหนักยึดมั่นในการบริหารงานที่โปร่งใส มีคุณธรรม เพื่อเป้าหมายในการพัฒนาสื่อสาธารณะเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนโดยแท้จริง ละเว้นการสืบทอดอำนาจเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง และให้สัตยาบรรณต่อพนักงานทุกชีวิตที่ร่วมใช้สิทธิ์ในตั้งกระทู้ต่อคณะกรรมการตรวจสอบร้องเรียนการร้องทุกข์ของพนักงาน องค์กร/หน่วยงานอิสระภายนอกเพื่อปกป้องไม่ให้เกิดอำนาจคุกคามต่อพนักงานที่ดำเนินการเรื่องร้องเรียนด้วยการกระทำใดใดที่จะส่งผลกระทบต่อพนักงานทั้งทางตรงและทางอ้อม เนื่องด้วยพนักงานใช้สิทธิขั้นพื้นฐานที่พึงมีในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นด้วยเจตนารมณ์ในการเรียกร้องให้เกิดการชี้แจงและตรวจสอบระบบบริหารงานในประเด็นต่างๆ

ข้อ 2.เรื่องการแต่งตั้งและคัดเลือกพนักงานระดับบริหารซึ่งต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ ผู้บริหารและพนักงานระดับผู้บริหารต้องไม่มีผลประโยชน์ทั้งทางตรงและแอบแฝงตามข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมของกรรมการผู้บริหารและพนักงานพ.ศ.2551

ข้อ 4 (1) หลักผลประโยชน์สาธารณะ ข้อ 4 (5) หลักความโปร่งใส หากตรวจสอบประวัติจะพบว่ามีบุคลากรหลายภาคส่วนมิได้มีประสบการณ์การบริหารอย่างมืออาชีพ และ/หรือมีประสบการณ์เฉพาะด้านมาก่อน ส่งผลเสียหายต่อองค์กรเพราะจะนำมาซึ่งบุคลากรที่ไม่มีศักยภาพและคุณภาพการทำงานการทำงานมาร่วมขับเคลื่อนองค์กรในส่วนต่างๆ

ผู้บริหารที่เข้ามาด้วยความไม่ชอบธรรมและไม่ผ่านการประเมินที่ถูกต้องขาดความโปร่งใสด้วยระบบเครือข่ายดึงกันมาเพราะเป็นคนของตนเองซ้ำยังทิ้งผลงานแห่งการบริหารงานจัดการที่ล้มเหลวไว้ กระทำการซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าขาดความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการองค์กรสื่อ ขอให้พิจารณาลาออกจากตำแหน่ง เพื่อรักษาภาพลักษณ์และอนาคตที่ดีขององค์กรสื่อสาธารณะ โดยขอให้มีการตรวจสอบผู้บริหารระดับผู้อำนวยการสำนัก ตลอดจนตำแหน่งผู้ชำนาญการ ตำแหน่งผู้จัดการที่เข้ามารับตำแหน่งนับตั้งแต่ปี 2554-ปัจจุบัน นับตั้งแต่กระบวนการสัมภาษณ์-คัดเลือก การประเมินผลเพื่อผ่านการบรรจุเป็นผอ.สำนัก/ผู้จัดการว่าถูกต้องตามหลักเกณฑ์และมีความโปร่งใสอย่างไร

และข้อ 6. ขอให้มีการกำหนดกลไกใหม่ในการประเมินผลงานของระดับผู้อำนวยการทุกๆสองปี เพื่อการบริหารสื่อสาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ของสังคม

หลายคนคาดหวังว่า สมชัย อาจจะทำให้ “กระบวนการบริหารคนข่าว” โปร่งใสและยุติธรรมกว่าที่เป็นอยู่

ประวัติของสมชัย ตามประกาศของไทยพีบีเอส เขาเป็นคนจังหวัดระยอง ปัจจุบันอายุ 61 ปี สมรสแล้วมีบุตร 2 คน เรียนจบอัสสัมชัญพานิช และเศรษฐศาสตร์การคลัง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มทำหนังสือพิมพ์หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา อยู่ในกลุ่มผู้บุกเบิกหนังสือพิมพ์ธุรกิจ Thailand Business Journal หนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับแรกของไทย ทำงานอยู่ในสื่อสิ่งพิมพ์เป็นเวลา 8 ปี ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เช่น ศาส์นสยาม, ชาวไทย, เข็มทิศธุรกิจ, The Nation, The Bangkok Post, Business Times เป็นผู้ร่วมก่อตั้งนิตยสารการเมือง “สู่อนาคต” และสมาคมนักข่าวเศรษฐกิจแห่งประเทศไทย

แต่ประวัติการทำงานที่เข้าตากรรมการก็คือ การทำงานกับบีบีซีใน ปี 2524 ที่ลอนดอน (Head, Thai Service at BBC World Service) เริ่มงานเป็นผู้ประกาศข่าว และต่อมาได้ปรับขึ้นเป็นผู้จัดรายการอาวุโส และหัวหน้าแผนกภาษาไทยในปี 2535

หลังจากนั้นจึงทำหน้าที่ Thai Section Head at BBC บุกเบิกการทำสัญญากับสถานีเครือข่ายต่างๆ เริ่มจากสถานีวิทยุของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2535 ต่อมาบีบีซี ยังได้ลงนามสัญญาถ่ายทอดเสียงกับสถานีวิทยุของมหาวิทยาลัยต่างๆ อีกหลายแห่ง สถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์และสถานีวิทยุองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ บริษัท อสมท. (มหาชน) จำกัด ในปัจจุบัน

เรียกว่าเกือบครบเครื่องทั้งหนังสือพิมพ์และวิทยุ

แต่ต้องแบก “ความคาดหวัง” ของคนในไทยพีบีเอส และสังคมรอบข้างจำนวนมาก

เพื่อไม่ให้เงิน 2,000 ล้านบาท สูญเปล่า !!

กำลังโหลดความคิดเห็น