xs
xsm
sm
md
lg

แนวโน้มความสัมพันธ์เชิงอำนาจของทักษิณ พรรคเพื่อไทยกับเสื้อแดง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ปัญญาพลวัตร
โดย...พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต

ธรรมชาติความเป็นจริงของอำนาจ โครงสร้างอำนาจ และความสัมพันธ์ทางอำนาจ เป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการกำหนดการรับรู้ การสร้างความเป็นเหตุเป็นผล การกำหนดจุดยืน และการปฏิบัติการทางการเมือง

อำนาจมีสภาวะความเป็นจริงอย่างไร ไม่ง่ายนักที่จะตอบ เริ่มตั้งแต่ข้อสงสัยว่าอำนาจมีอยู่จริงหรือไม่ อะไรเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงสภาวะการดำรงอยู่ของมันบ้าง และหากมันดำรงอยู่จริงจะปรากฏให้เห็นเป็นรูปลักณ์เช่นใดได้บ้าง

นักวิชาการบางท่านกล่าวไว้ว่า เราจะรู้ว่าใครมีอำนาจ ก็ดูว่าผู้นั้นสามารถทำให้ผู้อื่นกระทำตามที่เขาบอกได้มากน้อยเพียงใด และหากสามารถบอกให้คนอื่นทำในสิ่งที่ในสิ่งที่ผู้ถูกสั่งไม่เต็มใจทำหรือไม่ปรารถนาจะทำได้มากเท่าไร ก็ยิ่งแสดงความผู้สั่งมีอำนาจมากเท่านั้น

การจะดูว่าใครมีอำนาจมากกว่าใครในเบื้องต้น เราสามารถประเมินได้โดยการเปรียบเทียบ ว่าเจตจำนงของใครที่ได้รับการนำไปปฏิบัติให้เป็นจริงขึ้นมา ตัวอย่าง เช่น ในการคัดเลือกผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดเชียงใหม่ แกนนำเสื้อแดงในพื้นที่ต้องการใช้ระบบการเลือกตั้งขั้นต้น(primary vote) เพื่อให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยในเขตเลือกตั้งนั้น ลงคะแนนเลือกตั้งขั้นต้น หากสมาชิกพรรคคนใดที่ได้รับคะแนนเสียงจากสมาชิกด้วยกันมากที่สุด ผู้สมัครคนนั้นก็ต้องได้รับการเสนอชื่อให้เป็นตัวแทนพรรคในการแข่งขันเลือกตั้ง แต่ผู้บริหารพรรคเพื่อไทยไม่กระทำตามความปรารถนาของคนเสื้อแดงในพื้นที่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า คนเสื้อแดงในเชียงใหม่ไม่มีอำนาจเหนือกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย

ในทางกลับกัน มีอดีตนักการเมืองคนหนึ่ง ซึ่งต้องโทษถูกตัดสิทธิทางการเมืองบางประการและไม่ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการใดๆในพรรคเพื่อไทย มีความประสงค์ให้คนสนิทของตนเองลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม และท้ายที่สุดคนสนิทของเธอได้รับการเสนอชื่อจากพรรคเพื่อไทยให้ลงสมัครในนามพรรค ปรากฎการณ์เช่นนี้แสดงให้เห็นว่า อดีตนักการเมืองคนนั้นมีอำนาจเหนือกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย

คนผู้หนึ่งอาจได้รับการมองว่ามีอำนาจมากขึ้น หากบุคคลนั้นสามารถทำให้บุคคลอื่นหรือกลุ่มบุคคลใดกระทำในสิ่งที่พวกเขาไม่ประสงค์จะทำ การที่มนุษย์ไม่ประสงค์จะกระทำในบางเรื่องเพราะเขาอาจเห็นว่าการกระทำเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ถูกไม่ควร ผิดหลักการทางจริยธรรม ละเมิดกฎหมาย เป็นการทำร้ายผู้อื่น หรือ สร้างความเสียหายที่รุนแรงต่อสังคม กล่าวโดยทั่วไปบุคคลที่มีสามัญสำนึกเยี่ยงมนุษย์ธรรมดาทั่วไป ย่อมไม่อยากทำในสิ่งที่ชั่วร้ายเช่นนั้น หากมนุษย์ผู้ใดปฏิบัติตามคำสั่งที่ตนเองไม่ประสงค์จะทำ ก็ย่อมแสดงให้เห็นว่าผู้สั่งมีอำนาจมากจนกระทั่งทำให้ผู้อื่นต้องจำยอมลดภาวะความเป็นมนุษย์ของตนเองลงไป

นักการเมืองทุนสามานย์ในสังคมไทยเป็นกลุ่มที่มีอำนาจมาก เพราะสามารถสั่งให้บุคคลจำนวนมากกระทำในสิ่งที่มนุษย์ธรรมดาที่มีสามัญสำนึกทำไม่ได้ เช่น อดีตนักการเมืองทุนสามานย์ต้องการให้ข้าราชการเป็นมือเป็นเท้าในการทุจริตงบประมาณแผ่นดิน ทั้งที่ข้าราชการผู้นั้นไม่ประสงค์จะทำ แต่ในที่สุดก็ต้องกระทำตามความต้องการของนักการเมืองผู้นั้น นักการเมืองผู้นั้นจะถูกมองว่าเป็นผู้มีอำนาจมาก

อย่างไรก็ตามมิใช่ว่าอำนาจจะเป็นพลังทางลบที่สร้างผลลัพธ์ในทางชั่วร้ายเพียงด้านเดียว อำนาจยังเป็นพลังทางบวกมีมิติทางสร้างสรรค์ในการสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นหลายประการ ทำให้ผู้คนจำนวนมากมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและมีพื้นที่ทางสังคมมากขึ้น เช่น ผู้นำชุมชนขอให้ชาวบ้านออกมาร่วมกันพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็ง หรือ อาจขอให้ช่วยกันป้องกันยาเสพติดไม่ให้เข้าไปแพร่ระบาดในหมู่บ้าน หรือ ทำให้ชาวบ้านมีพฤติกรรมการออมเงิน สร้างสวัสดิการชุมชนขึ้นมา เป็นต้น

นักวิชาการบางท่านได้เสนอวิธีการในการพิสูจน์ว่าอำนาจบางอย่างดำรงอยู่จริงหรือไม่ โดยการกระทำที่ในเชิงปฏิปักษ์ ท้าทายต่ออำนาจหรือผู้ที่ถูกมองว่ามีอำนาจ เช่น หากบางคนเชื่อว่า อำนาจรัฐไม่ดำรงอยู่จริง เขาก็สามารถพิสูจน์ได้โดยการไม่ปฏิตามที่รัฐบอกให้เขาทำ หากเขาปฏิบัติตามนั้นแล้วไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเขาเลย ก็แปลว่าความเชื่อของเขาเป็นจริง แต่หากปฏิบัติแล้วทำให้เขาต้องเสียค่าปรับหรือติดคุกหรือถูกลงโทษในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งก็แปลว่าความเชื่อของเขาผิด

หากแกนนำเสื้อแดง หรือ ส.ส.พรรคเพื่อไทยผู้ใดต้องการทราบว่า ทักษิณ ชินวัตร มีอำนาจในพรรคจริงหรือไม่ เขาก็สามารถพิสูจน์ได้โดยท้าทายหรือปฏิเสธเจตจำนงหรือคำสั่งของทักษิณ ไม่ยอมปฏิบัติตามที่ทักษิณสั่งหรือปฏิบัติสิ่งที่ตรงข้าม เช่น เมื่อทักษิณสั่งให้สนับสนุนการปรองดอง แล้ว ส.ส.เพื่อไทยไม่ปฏิบัติตามเจตจำนงค์ ผลที่เกิดตามมาจากการปฏิเสธคำสั่งคือสิ่งที่จะบ่งบอกได้ว่าอำนาจของทักษิณดำรงอยู่จริงหรือไม่ในพรรคเพื่อไทย แต่หากประชาชนต้องการพิสูจน์ว่าทักษิณมีอำนาจในเพื่อไทยจริงหรือไม่ หลักฐานที่ประชาชนสามารถใช้ในการพิสูจน์ก็คือ การดูว่าผู้บริหาร และ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ทำอย่างที่ทักษิณ บอกทำหรือไม่

มีหลักฐานบางประการในระยะสองสามเดือนที่ผ่านมา ที่บ่งบอกว่าทักษิณมิได้มีอำนาจเหนือคนเสื้อแดงบางกลุ่ม เพราะกลุ่มเหล่านี้เริ่มแสดงการกระทำที่ไม่ตรงกับความต้องการของทักษิณ และมีการท้าทายอย่างเปิดเผย เช่น การจัดตั้งแนวร่วมไม่เอาการปรองดองแห่งชาติ หรือ การที่วิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมน้องสาวของทักษิณในกรณีการเข้าไปรดน้ำขอขมาพลเอกเปรม ตินสูลานนท์ ว่าเป็นการยอมจำนนต่ออำมาตย์ หรือ เป็นวัวลืมตีน ลืมบุญคุณคนเสื้อแดง ที่ทนทุกข์ลำบาก ต้องบาดเจ็บล้มตายจนทำให้พรรคการเมืองของทักษิณชนะเลือกตั้งจนได้เป็นรัฐบาล

เสื้อแดงกลุ่มที่ท้าทายอำนาจทักษิณเป็นเสื้อแดงที่ไม่นิยมระบอบศักดินาสวามิภักดิ์ และมีความโน้มเอียงนิยมระบอบการเมืองแบบที่ไม่ได้ใช้อยู่ในประเทศไทย ณ เวลาปัจจุบัน หากมองในเชิงปริมาณมีไม่มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับเสื้อแดงที่อยู่ใต้อำนาจของทักษิณ แต่เสื้อแดงกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีพลังในการท้าทาย บ่อนทำลาย ความชอบธรรมของกลุ่มที่ทักษิณมองว่าเป็นปรปักษ์ของเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เสื้อแดงกลุ่มนี้เป็นแกนนำทางความคิด ประดิษฐ์สร้างวาทกรรมความเชื่อ โดยใช้การตัดต่อตกแต่ง ปั้นอักษร ถ้อยคำที่เปี่ยมด้วยเล่ห์เหลี่ยมซ่อนเงื่อน ผสานกับการใช้ตรรกะที่วิปริตวิตถารในการอธิบายปรากฎการณ์ทางสังคม และมีความสามารถสูงในการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ที่แฝงความหมายของการวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มหรือสถาบันที่พวกเขามองว่าเป็นศัตรูได้อย่างแนบเนียน ดังนั้นในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาพวกเขาจึงเป็นอาวุธอันทรงพลังของกลุ่มทุนสามานย์ภายใต้การนำของทักษิณ

กลุ่มทุนสามานย์ได้รับประโยชน์จากวาทกรรมของเสื้อแดงกลุ่มนี้เพราะวาทกรรมความเชื่อหลายประการมีพลังในการทำให้องค์การหรือบุคคลที่หัวหน้ากลุ่มทุนสามานย์เชื่อว่าเป็นปรปักษ์กับเขาต้องถูกตั้งคำถามเชิงการท้าทาย ทำให้เกิดกระบวนการบ่อนทำลายความเคารพนับถือ จนอ่อนกำลังลงไปไม่น้อย ความชอบธรรมทางสังคม และสภาวะแห่งความศักดิ์สิทธิ ก็ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างไม่เคยมีมาก่อน ดังนั้นในช่วงเวลาแห่งการทำศึกสงครามเพื่อแย่งชิงอำนาจ ช่วงชิงมวลชน เสื้อแดงกลุ่มนี้จึงได้รับการสนับสนุนจากทุนสามานย์อย่างเต็มที่

เสื้อแดงกลุ่มนี้และทักษิณ ก็เล่นเกมอำนาจซึ่งกันและกัน ต่างฝ่ายต่างพยายามชี้นำอีกฝ่ายหนึ่ง ในด้านหนึ่งแม้อำนาจของทักษิณที่มีเหนือเสื้อแดงกลุ่มนี้ยังมีข้อกังขาอยู่ แต่ในขณะเดียวกันไม่ปรากฏหลักฐานใดต่อสาธารณะอย่างชัดแจ้งว่า คนเสื้อแดงกลุ่มนี้มีอำนาจเหนือทักษิณ เพราะเจตนารมย์หลายประการของเสื้อแดงกลุ่มนี้ที่ประสงค์ให้ทักษิณ รัฐบาล และพรรคของเขาปฏิบัติ มิได้เกิดขึ้นแต่อย่างใด ไม่ว่าเรื่องการนำบุคคลที่เสื้อแดงกลุ่มนี้เชื่อว่าเป็นผู้สั่งฆ่าคนเสื้อแดงมาลงโทษ ก็ดูรัฐบาลจะไม่กระตือรือร้นดำเนินการแต่อย่างใด หรือ การให้ความช่วยเหลือคนเสื้อแดงที่ติดคุก ก็ถูกละเลยจากรัฐบาลเพื่อไทย หรือ การแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 รัฐบาลและส.ส.พรรคเพื่อไทยก็ไม่ทำตามที่คนเสื้อแดงกลุ่มนี้ต้องการ แต่สิ่งที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ทำอย่างเร่งด่วนคือ การแก้รัฐธรรมนูญและการเร่งรัดการนิรโทษกรรมโดยภายใต้ชื่อการปรองดอง

ในเครือข่ายอำนาจของทักษิณ ยีงมีกลุ่มเสื้อแดงจำนวนมากทั้งในเมืองและชนบทที่อยู่ภายใต้อำนาจทักษิณ เสื้อแดงกลุ่มนี้เปรียบเสมือนดั่งไพร่ในความอุปถัมภ์ของทักษิณ ต้องพึ่งพาเงินและทรัพยากรจากทักษิณและพรรคเพื่อไทย และทำงานให้ทักษิณโดยเป็นเครือข่ายจักรกลทางการเมือง กลุ่มนี้มีปริมาณมากและสามารถระดมจัดตั้งได้เป็นจำนวนนับหมื่นเข้ามาสนับสนุนทักษิณและรัฐบาลของเขา ใช้ในการกดดันกลุ่มที่ถูกมองว่าเป็นปรปักษ์ กลุ่มนี้เป็นฐานในเวทีการเลือกตั้งและการต่อรองทางการเมืองที่สำคัญของทักษิณ

ความสัมพันธ์เชิงอำนาจของทักษิณ พรรคเพื่อไทย และเสื้อแดง จึงเป็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน แต่จากหลักฐานเท่าที่ปรากฏบ่งบอกว่าทักษิณและกลุ่มทุนสามานย์อำนาจในเชิงเปรียบเทียบสูงกว่า รัฐบาลและส.ส.พรรคเพื่อไทยมาก เพราะการกระทำของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยอยู่ในเส้นทางที่ถูกกำหนดมาโดยเจตนารมณ์ทักษิณ และสำหรับเสื้อแดงส่วนใหญ่นั้นทักษิณก็สามารถครอบงำและสั่งการได้การเคลื่อนไหวทางการเมืองของเสื้อแดงกลุ่มนี้ขึ้นอยู่กับเจตนารมย์ของทักษิณ มีเพียงเสื้อแดงส่วนน้อยที่ท้าทายอำนาจ และความชอบธรรมของทักษิณ แต่อย่างไรก็ตามมิอาจมองข้ามพลังของเสื้อแดงกลุ่มนี้ได้เพราะเป็นกลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญในการสร้างวาทกรรมเชิงทำลายและมีทักษะในการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์สูง

ความสัมพันธ์เชิงอำนาจของพลังเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีส่วนสำคัญต่อความเป็นไปของการเมืองไทย จากทิศทางที่เป็นอยู่ในปัจจุบันแนวโน้มความแตกแยกของเสื้อแดงกับทักษิณและพรรคเพื่อไทยคงขยายออกไปอย่างชัดเจนและมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่อย่างแน่นอน


กำลังโหลดความคิดเห็น...