xs
xsm
sm
md
lg

บูรณาการ บูรณาโกง

เผยแพร่:   โดย: ดร.ประยูร อัครบวร

สังคมไทยทุกวันนี้ ไปที่ไหนๆ มักจะได้ยินคำว่าต้องทำงานแบบบูรณาการหรือทำแบบที่ชาวบ้านเข้าใจง่ายๆ ว่าต้องยำทุกอย่างเข้าไปให้เป็นเนื้อเดียว หรือถ้าต้องต้มน้ำเคี่ยวก็ต้องยอม อย่างการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่แพร่เชื้อเข้าทุกหน่วยงานของรัฐและที่โกงกันมากก็คือการโกงโดยมีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง อย่างยุคโกงทั้งโคตรหรือยุคโคตรโกงตั้งแต่ยุครัฐบาลทักษิณที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่ได้แสดงการพัฒนา อันดับที่จัดโดยองค์การตรวจสอบความโปร่งใสหรือตรวจสอบการทุจริตระหว่างประเทศก็จัดอันดับให้ขึ้นลงได้เพียงหนึ่งอันดับเท่านั้น ซึ่งก็ไม่มีรัฐบาลหน้าหนาที่ไหนเขาจะเอามาโฆษณากัน ซึ่งหมายถึงการขยับอยู่กับที่และที่ดีกว่ารัฐบาลเก่าหนึ่งอันดับก็ไม่ได้หมายความว่าตัวเลขความเสียหายทางตัวเลขจะลดลง

แต่ที่สำคัญเป็นเวลาที่คนไทยเราต้องเข้าตรวจสอบ เข้าทำการศึกษาขบวนการโกงที่ไม่มีทีท่าที่จะลดลงหรือสิ้นสุด ซึ่งนั่นหมายถึงความถดถอยทางสังคมที่นับวันจะแย่ลง จนถึงขั้นที่ประเทศไทยเป็นหนี้สาธารณะท่วมหัว คนไทยต้องแบกรับกับภาวะเงินเฟ้อ ค่าเงินถูกลง และเมื่อเวลาแห่งวิกฤตการณ์มาถึงนักการเมืองที่มาบริหารบ้านเมืองก็ไม่มีหน้าไหนออกมารับผิดชอบ และจะโยนความผิดกันไปกันมาจนคนฟังเบื่อไปเอง ซึ่งการใช้วิธีการที่ให้เบื่อหน่ายไปเองนี้แม้จะได้ผลกับคนบางกลุ่ม แต่คนที่ติดตามอย่างมีความหวังก็ยังมี อย่างน้อยๆ ก็ผู้เขียนคนหนึ่งละที่ขอทำหน้าที่ร่วมกับประชาชนที่ไม่ชอบก้มหัวให้กับระบบฉ้อฉล ไม่ยอมรับชะตากรรมที่นักการเมืองชั่วยื่นให้ ไม่ยอมรับคำอธิบายแบบศรีธนญชัย แต่จะผลักดันให้เกิดกระบวนการตรวจสอบในสังคมไทยให้ได้อย่างแท้จริง และวันนี้ใคร่เสนอเรื่องบูรณาการบูรณาโกงที่นักการเมืองมักจะทำดังนี้

1. โกงเวลาของประเทศโดยการอ้างถึงความชั่วร้ายของรัฐบาลก่อนๆ แล้วจะจัดการปราบทุจริตเป็นงานแรกอย่างนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ การกล่าวว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์มีการโกงกว่า 150 โครงการมาถึงวันนี้ไม่เห็นมีอะไรคืบหน้า และยังมีการขยายวงในสื่อมวลชน จนถึงเว็บไซด์แดงว่าประเทศไทยในยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ถูกองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย จัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันประจำปี 2552 ให้อยู่ในอันดับ 84 ของโลก จากทั้งหมด 180 ประเทศทั่วโลก โดยมีคะแนน 3.4 จากเต็ม 10 ซึ่งแย่กว่าเมื่อปี 2551 ที่ถูกจัดอยู่ในอันดับ 80 ของโลก และอยู่อันดับ 10 จากทั้งหมด 23 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย

จึงเกิดคำถามว่า เมื่อรัฐบาลนายอภิสิทธิ์โกงอย่างที่กล่าวหาจริง ทำไม ไม่จัดการและแต่ละวันที่เข้ามาบริหารประเทศนั้น ได้รับเงินเดือนที่เกิดจากภาษีประชาชนได้ทำงานคุ้มเวลาที่ประเทศต้องสูญเสียไปหรือเปล่า และการขาดประชุมรัฐสภาจนสภาล่มจะแก้ไขกันอย่างไร เคยสำนึกไหมว่าประชาชนเลือกเข้ามาให้ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และออกกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

2. โกงโอกาสของประเทศ ในประเด็นนี้จะเห็นได้จากการพล่ามของนักการเมืองที่เข้ามามีอำนาจว่าจะทำงานที่สร้างสรรค์อย่างโน้นอย่างนี้ แต่ไม่มีโครงการใหม่ที่เรียกว่ายกระดับกระบวนการคิดเลยอย่างสิงคโปร์เคยเรียกตัวเองว่า เมืองแห่งสวน (Garden City) หรือในปี 2000 จะเป็นเกาะแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Island) เขาก็ทำได้สำเร็จ ไม่ใช่แค่ราคาคุย อย่างเมืองไทยโฆษณาว่าเป็นครัวโลก ก็เกิดคำถามว่ามีอะไรมาเป็นตัวชี้วัด และถ้าเป็นจริงบรรดาเกษตรกรจะมีชีวิตที่ดีขึ้นหรือไม่ อย่างไร หรือไทยเป็นศูนย์ทางการแพทย์ (Medical Hub) แต่โรงพยาบาลรัฐอย่างน้อย 2 แห่งในจังหวัดยะลา และจังหวัดเลยไม่มีแพทย์ประจำ

3. โกงในกระบวนการ โดยสร้างขบวนการโกง เราจะเห็นได้จากการวางคนในตำแหน่งราชการหรือรัฐวิสาหกิจที่เอื้อต่อการทำโครงการ และโครงการที่วางไว้มักจะมีการล็อกสเปกตั้งแต่คุณสมบัติผู้เข้าประมูล คุณลักษณะของที่เข้าประมูล ต้องวางที่ทำให้เกิดขนาดที่บริษัทคู่ต่อสู้นักการเมืองไม่สนับสนุนได้มีโอกาสเข้าประมูล ซึ่งอย่าว่าแต่ของที่เป็นไฮเทคโนโลยีเลย แค่ประมูลหนังสือยังมีการกำหนดหน้ากันเลยหรือการประมูลท่อร้อยสายไฟฟ้าในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังเขียนชื่อสินค้าระบบเข้าไปในพิมพ์เขียวกันเลย

4. โกงโดยนโยบาย ก็สร้างเรื่องราวถึงความจำเป็นในการพัฒนา ทำให้เกิดนโยบาย แต่ที่โด่งดังเกิดในยุคทักษิณที่เรียกว่าการโกงโดยนโยบายนั้น ได้สร้างนโยบายที่ทำให้บริษัทที่ตัวเองเคยมีผลประโยชน์อย่างนโยบายภาษีสรรพสามิตที่เป็นการกีดกันไม่ให้เกิดบริษัทที่คิดจะทำเกี่ยวกับการสื่อสารโทรศัพท์มือถือใหม่ๆ เพราะต้องจ่ายเงินในการลงทุนมากกว่าแต่มีรายได้เมื่อหักรายจ่ายแล้วจะได้น้อยกว่ามาก และอาจไม่พอกับค่าใช้จ่ายในการทำการตลาด

5. โกงงบประมาณ ซึ่งคนไทยเรารับรู้มานานแล้วว่าตั้งแต่บวกส่วนต่างในงบประมาณ หรือการรับเงิน 10 เปอร์เซ็นต์ถึง 50 เปอร์เซ็นต์จากโครงการลงทุนของรัฐ ดังตัวอย่างถนนสายบางนา-ตราดในหลายปีก่อนที่มีราคากลางที่รัฐบาลตั้งไว้ 3,000 ล้านบาทแต่มีบริษัทที่ไม่รวมฮั้วประมูลที่ 1,800 ล้านบาท ก็มีให้เห็น การถมทรายถนนทางหลวงในราคาปกติที่คิวละ 450 บาท แต่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทรายอย่างเดียวกันคิวละ 900 บาท การโกงบ้านเมืองไทยยังมีหลายที่ แต่ก็อดที่จะตั้งคำถามไม่ได้ว่านักการเมืองที่บริหารประเทศ นักการเมืองที่ร่วมโกง ตลอดจนอัยการที่รับผิดชอบดูข้อกฎหมายข้อตกลงต่างๆ ต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง

จากการโกงในส่วนต่างที่มองเห็นและมีหลายส่วนที่ต้องอาศัยเวลาในการขุดคุ้ยอย่างนวัตกรรมการประมูลที่ พ.ต.ท.ทักษิณคุยนักคุยหนาว่าดีคือการประมูลทางออนไลน์หรือผ่านคอมพิวเตอร์ แต่หารู้ไม่ว่า มีการตกลงกันก่อนมีการเคาะระบุราคาเรียบร้อยไปแล้ว

การโกงแบบบูรณาการหรือเรียกว่าบูรณาโกงในประเทศไทยนั้น ยังมีตัวอย่างที่เพิ่งเกิดใน 2-3 คดีที่เป็นข่าวอย่างกรณีเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิด ซีทีเอ็กซ์ 9000 การปล่อยเงินกู้ผ่านธนาคารกรุงไทยที่ส่อทุจริตและการไม่ส่งคดีให้ศาลฎีกาตัดสินในกรณีหุ้นของคุณหญิงพจมาน ซึ่งศาลชั้นต้นตัดสินคดีแตกต่างจากศาลอุทธรณ์อย่างสิ้นเชิง ความเห็นที่ต่างกันเหล่านี้ต่างเป็นเครื่องวัดที่อุณหภูมิการตรวจสอบการทุจริตไทยบกพร่อง อัยการทำหน้าที่ตัดตอนได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งต่อไปประเทศไทยต้องออกกฎหมายใหม่ในกรณีที่ศาลอุทธรณ์ตัดสินตรงกันข้ามกับศาลชั้นต้น และเป็นกรณีที่เกี่ยวพันกับครอบครัวนักการเมืองต้องนำคดีสู่การฎีกาเท่านั้น อัยการต้องไม่มีตำแหน่งในองค์การมหาชนหรือรัฐวิสาหกิจต่างๆ ขณะยังรับราชการในสำนักอัยการสูงสุด เพราะเมื่อเกิดการผิดพลาดในหลายคดีก็เกิดการช่วยนาย ช่วยพวกจนทำให้ผลประโยชน์ประเทศเสียหาย

จากการโกงในหลายๆ กรณี ทำให้เห็นภาพบูรณาโกงเป็นโยงใยที่ดึงให้ประเทศตกต่ำ ไม่ว่าการพัฒนาเศรษฐกิจ การพัฒนาทางการเมืองหรือสังคม โดยเฉพาะการพัฒนาด้านจิตใจที่คนไทยเรานับวันขาดสำนึก ขาดจิตสาธารณะ ซึ่งเป็นตัวฉุดกระชากให้สังคมสู่ความด้อยพัฒนา และถ้าสั่งสมนานๆ เข้าคนไทยก็จะขาดวิญญาณความรักชาติ นั่นหมายถึงว่าความหายนะถามหาสังคมไทยเราอยู่ ซึ่งคนไทยที่รักชาติจะยอมให้สังคมล่มสลายต่อหน้าต่อตาหรือ เมื่อไม่ยอมก็ต้องหันกลับมาทำลายระบบบูรณาโกง พร้อมกระตุ้นสามัญสำนึก กระตุ้นจิตสาธารณะ และกระตุ้นความรักชาติซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศ
กำลังโหลดความคิดเห็น...