xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

ปชป.จ๋อย “ชูวิทย์”ขโมยซีนผู้นำฝ่ายค้าน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ - อีกไม่กี่วันข้างหน้าเราคงได้เห็นพรรคประชาธิปัตย์ในการกลับมาทำหน้าที่ฝ่ายค้านอีกครั้ง ซึ่งน่าจะเป็นบทบาทที่พรรคการเมืองอายุ 65 ปี พรรคนี้ ทำได้ดีที่สุด จากคุณสมบัติที่เก่งเรื่องการพูด ใช้ฝีปากเชือดเฉือนฝ่ายตรงข้ามให้แดดิ้นไปต่อหน้าได้ แต่ด้านการบริหารกลับทำไม่เป็น เมื่อมีโอกาสได้เป็นรัฐบาล ก็เป็นได้แค่เพียงสมัยเดียวแล้วก็ต้องกลับมาเป็นฝ่ายค้านอีก

อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ที่น่าจับตาหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา คือการเดินเข้าสู่สภาของ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 4 คน จากพรรครักประเทศไทย ที่มีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้า

พรรครักประเทศไทยนั้น ถือเป็นพรรคการเมืองขนาดเล็ก และเพิ่งก่อตั้งเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553 แต่ในการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา ก็ได้สร้างความฮือฮาด้วยการประกาศตัวว่าจะเข้ามาเป็นฝ่ายค้านเพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเท่านั้น และได้ส่งผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อเพียง 10 คน โดยไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขตแม้แต่คนเดียว

ลีลาการหาเสียงที่ดุเดือดถึงลูกถึงคนของนายชูวิทย์ อดีตเจ้าของธุรกิจอาบอบนวด บวกกับความเบื่อหน่ายต่อการทำงานที่ไร้ประสิทธิภาพของพรรคประชาธิปัตย์ และความไม่ไว้ใจต่อพฤติกรรมทุจริตเชิงนโยบายและท้าทายสถาบันเบื้องสูงของพรรคเพื่อไทย ทำให้ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเกือบ 1 ล้านคน หันมาลงคะแนนให้ผู้สมัครจากพรรครักประเทศไทย ทำให้พรรคการเมืองอายุ 1 ปีเศษได้ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อจำนวนเท่ากับพรรคชาติไทยพัฒนาที่ก่อตั้งมา 37 ปี(รวมอายุพรรคชาติไทยซึ่งเป็นชื่อเดิม)

หลังจากการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลง และเป็นที่ชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทยจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องกลับมาเป็นฝ่ายค้าน แต่ดูเหมือนว่า นายชูวิทย์ และลูกทีมอีก 3 คน กลับมีบทบาทในช่วงชิมลางการทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่โดดเด่นกว่าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มี ส.ส.ในมือถึง 159 เสียง

หลังเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค. ขณะที่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์มัวแต่เศร้าซึมผิดหวังต่อผลการเลือกตั้งที่ออกมาไม่เป็นไปตามการคาดหมาย นายชูวิทย์ที่มีพรรษาทางการเมืองน้อยกว่ากลับเป็นฝ่ายนำดอกไม้ไปให้กำลังใจพรรคประชาธิปัตย์ถึงที่ทำการพรรค

หลังจากนั้น ก็เปิดฉากวิพากษ์วิจารณ์นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทยอย่างตรงประเด็นและได้น้ำได้เนื้อ โดยไปให้สัมภาษณ์ที่พรรคประชาธิปัตย์เหมือนเป็นการสอนมวยพรรคเก่าแก่ว่างานแรกที่เขาจะทำคือการตรวจสอบคุณสมบัติของ ครม. “ปู 1” ว่าต้องไม่เอาคนในครอบครัวหรือนอมินีของคนที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองมาเป็น และต้องไม่เป็นไปตามโควตาที่จะแบ่งให้พรรคร่วม โดยเขาได้ประกาศว่า หากได้ร่วมกันทำหน้าที่ฝ่ายค้านกับประชาธิปัตย์ ครม.ปู 1 ก็จะอยู่ได้ไม่ถึง 6 เดือนด้วยซ้ำ

นายชูวิทย์ ยังเป็นเพียงนักการเมืองในระบบไม่กี่คนที่กล้าพูดผ่านสื่อว่า การจัดตั้ง ครม.ชุดใหม่นี้ มีการบินไปเจรจากันที่ฮ่องกง และมีการตกลงกันว่า เมื่อครบ 6 เดือนแล้วจะปรับ ครม.ใหม่ เพื่อแก้ปัญหารการแย่งชิงตำแหน่งรัฐมนตรีภายในพรรค

ในวันที่ไปรับใบรับรองการเป็น ส.ส.ที่ สำนักงาน กกต. นายชูวิทย์ได้ให้สัมภาษณ์ปรามคนที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองให้หยุดการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะคนที่เดินทางไปบรูไน ซึ่งน่าจะหมายถึงนายบรรหาร ศิลอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ที่มีกระแสข่าวว่าไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เจ้าของพรรคเพื่อไทยตัวจริงเพื่อขอต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี อันเป็นการประทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งประเด็นนี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้แต่อมพะนำ ไม่กล้านำมาพูด เพราะยังเกรงใจนายบรรหารที่เคยร่วมรัฐบาลกันมา

ต่อมาในวันที่ ไปรายงานตัวเป็น ส.ส.ที่รัฐสภา นอกจากสร้างสีสรรด้วยการทำพิธีตัดไม้ข่มนามสาปแช่งคนโกงแล้ว นายชูวิทย์ยังได้ประกาศว่าจะทำงานในฐานะฝ่ายค้านโดยไม่สนใจว่าจะเป็นกรรมาธิการหรือไม่ และจะทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของกรรมาธิการเสียเอง ว่าเอาบริษัททัวร์เข้าไปทำมาหากิน หรือไปดูงานโดยแอบแฝงเอาเมียน้อยเมียหลวงไปเที่ยวหรือเข้าบ่อนกาสิโนหรือไม่

รวมทั้งได้บอกให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยอมรับตรงๆ ว่า นโยบายเพิ่มค่าแรงเป็นวันละ 300 บาททั่วประเทศ และให้คนจบปริญญาตรีได้เงินเดือนเริ่มต้น 15,000 บาท หรือการถมทะเลนั้น ไม่สามารถทำได้ และกราบขออภัยประชาชนว่าที่พูดไปนั้นเป็นเพียงเทคนิกการหาเสียง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา นายชูวิทย์ยังได้ขโมยซีนการเป็นผู้นำฝ่ายค้านไปจากพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยการเปิดโต๊ะแถลงข่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์นั้น ทุกครั้งหลังจากที่แพ้การเลือกตั้ง ก็มักจะเกิดการแย่งชิงอำนาจกันเองภายในพรรค ดังนั้นหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคของตนซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่มีจำนวน ส.ส.มากเป็นอันดับสามจะขอทำหน้าที่แทน เพราะพรรคภูมิใจไทยที่มี ส.ส.อันดับสองนั้น แม้จะเป็นฝ่ายค้านแต่ใจเป็นรัฐบาล

ในวันเดียวกัน นายชูวิทย์ยังได้ตั้งคำถามแบบแทงใจดำพรรคเพื่อไทยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และนายยงยุทธ์ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคฯ มีอำนาจในการจัดโผ ครม.จริงหรือไม่ และให้บอกมาตรงๆ ว่าคนที่มีอำนาจที่แท้จริงคือใคร สถานที่จัดตั้ง ครม.อยู่ในประเทศไทยหรือนครดูไบกันแน่

นอกจากนี้ นายชูวิทย์ยังได้แสดงความคิดเห็นไว้ในเว็บไซต์พรรครักประเทศไทยว่า สังคมไทยจะต้องไม่ยอมรับนักการเมืองที่เก่งแต่โกง เพราะการบริหารประเทศไม่ใช่การบริหารบริษัทเอกชน ถ้าหากเข้ามาโกงก็เท่ากับเข้ามาฉ้อราษฎร์บังหลวง ซึ่งนายชูวิทย์ได้เสนอแนวคิดว่า ควรจะมีการออกกฎหมายกำหนดให้การดำเนินคดีเอาผิดนักการเมืองที่คอร์รัปชั่นต้องเสร็จสิ้นภายในระยะ 1 ปี เพื่อไม่ให้นักการเมืองที่ทุจริตหลุดรอดจากความผิดไปได้ง่ายๆ

นายชูวิทย์มีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมของตัวเองออกมาแล้ว ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ว่าที่แกนนำฝ่ายค้านในทางนิตินัย มัวไปจับประเด็นเล็กๆ เรื่องคุณสมบัติของว่าที่ ส.ส.เสื้อแดง หรือแม้กระทั่งเรียกร้องให้มีการตรวจสอบนักข่าวเทียมที่จัดงานวันเกิดให้ทักษิณ ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไร

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เพิ่งจะตกใจตื่นเมื่อถูกนายชูวิทย์วิพากษ์วิจารณ์ และได้เหน็บกลับว่า นายชูวิทย์คงไม่เข้าใจพรรคประชาธิปัตย์ที่มีความเก่าแก่มา 65 ปี เพราะคุ้นเคยอยู่แต่กับพรรคเล็ก

นายสุเทพเพิ่งบอกนักข่าวเมื่อวันที่ 28 ก.ค.ว่า จากนี้ไปพรรคฯ จะเดินตามแนวทางอุดมการณ์ตั้งเดิม คือการเป็นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมากับประชาชน และจะอธิบายให้ประชาชนได้ตระหนักว่าในขณะนี้บ้านเมืองกำลังเผชิญกับลัทธิบางลัทธิ ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าของประเทศควรรู้ข้อเท็จจริง

ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ถึงหลักการทำงานเป็นฝ่ายค้านคร่าวๆ ว่า จะใช้หลักที่ว่าฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่ในการออกกฎหมาย และใช้สภาตรวจสอบ และหวังจะเห็นรัฐบาลชุดใหม่ให้ความสำคัญกับกระบวนการของรัฐสภา อย่างน้อยที่สุดก็คือเอาใจใส่กับการตั้งกระทู้ถามสด และมาฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภา

จะเห็นได้ว่า นับจากผลเลือกตั้งออกมาเกือบจะครบ 1 เดือน นายชูวิทย์ออกลีลาฝ่ายค้านได้อย่างเข้าตาประชาชนไปแล้วหลายดอก แต่พรรคประชาธิปัตย์ยังคงมะงุมมะงาหราพูดถึงหลักการกว้างๆ อย่างเลื่อนลอย ไม่สมศักดิ์ศรีว่าที่พรรคแกนนำฝ่ายค้าน จึงกล่าวได้ว่า ณ เวลานี้ พรรครักประเทศไทยของนายชูวิทย์ ได้ขโมยซีนการเป็นผู้นำฝ่ายค้านจากพรรคประชาธิปัตย์ไปแล้วโดยปริยาย
กำลังโหลดความคิดเห็น