xs
xsm
sm
md
lg

โปรดเกล้าฯยุบสภาเลือกตั้ง3ก.ค.“มาร์ค”สอดไส้หาเสียง“เทือก”กรี๊ดผลโพลแพ้พท.

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ASTVผู้จัดการรายวัน-ในหลวงโปรดเกล้าฯ ยุบสภาแล้ว “มาร์ค” ฉวยโอกาสแถลงผลงาน 2 ปีส่งท้าย เลือกตั้ง 3 ก.ค.นี้ เปิดรับสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 19-23 พ.ค. "เทือก"ฉุนสื่อถามเรื่องโพลระบุเพื่อไทย ชนะปชป. อ้างเป็นแผน"แม้ว" สั่งสมุนปั่นกระแส หวังผลทางจิตวิทยา ลั่น"แม้ว"ไม่ได้กลับบ้าน ถ้ากลับมาต้องติดคุก ด้าน"บรรหาร"พูดเป็นนัย พท.ตั้งรัฐบาลได้หรือ ปัดตอบผบ.ทบ.จะรับได้หรือไม่หากพท.เป็นรัฐบาล เชื่อหลังเลือกตั้งยุ่งเหมือนเดิมไม่ว่าพรรคใดจะเป็นแกนนำรัฐบาล

เมื่อเวลา 12.30 น. วานนี้ ( 9 พ.ค.) ศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่เอกสารข่าว ภายหลังการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่า ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการแถลงด้วยวาจา และลงมติ กรณีที่ประธานสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ ว่าด้วย การเลือกตั้งส.ส. และการได้มาซึ่งส.ว. , พรรคการเมือง และ คณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 3 ฉบับ ตราขึ้นโดยถูกต้อง ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และไม่มีข้อความใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 3 ฉบับ จึงชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว

ต่อมาเวลา 20.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แถลงทางโทรทัศน์ ว่า พระราชกฤษฎีกายุบสภาที่ได้ทูลเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันศุกร์ที่ 6 พ.ค. ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ลงมาแล้ว และจะมีผลในวันที่ 10 พ.ค. หลังจากนั้นจะมีการเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 3 ก.ค. 2554 ซึ่งการยุบสภาครั้งนี้ถือเป็นการเริ่มต้นที่ประชาชนจะได้มีโอกาสในการเลือกคนที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศ ตนจึงประกาศยุบสภาด้วยความเต็มใจ

หลังจากนั้น นายอภิสิทธิ์ได้ถือโอกาสกล่าวถึงผลงานของรัฐบาลในช่วง 2 ปีกว่าที่ผ่านมาว่า ก่อนที่เขาจะเข้ามาเป็นนายกฯ นั้น มีปัญหาทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจโลก อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจติดลบ มีการคาดหมายว่าจะมีคนตกงาน 2-3 ล้านคน แต่ก็สามารถแก้ไขปัญหาให้มีคนตกงานแค่ 7 แสนคน และลดลงเหลือ 3 แสนคนในเวลาอันรวดเร็ว ขณะที่การส่องออก การท่องเที่ยวก็เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงอย่างไม่เคยมีมาก่อน แต่ก็ยังไม่พอใจ เพราะประชาชนยังมีปัญหารายได้ไม่พอกับรายจ่าย

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า เรื่องปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง แม้จะยังไม่มีความปรองดอง แต่รัฐบาลนี้ก็ยืนยันในความเป็นนิติรัฐ และให้เห็นว่าประเทศไทยปกครองด้วยกฎหมาย ให้ความยุติธรรมกับทุกคนได้ งานสร้างความปรองดองจึงได้เริ่มขึ้นแล้ว ปัญหาอื่น เช่น การแก้ไขปัญหายาเสพติดก็ต้องทำ และได้เริ่มแล้ว ที่จะเป็นพื้นฐานการแก้ปัญหาระยะยาว วันนี้แม้งานที่ต้องทำมีมาก แต่เราไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ การตัดสินใจในวันนี้เป็นการตัดสินว่าจะให้ประเทศเราเดินไปทางไหน เดินหน้า ถอยหลัง หรือวนเวียนอยู่ในความขัดแย้ง จากนี้ไปนักการเมืองจะได้เริ่มต้นหาเสียง เผยแพร่นโยบาย ความคิดในการแก้ไขปัญหา แต่ในฐานะที่เป็นรัฐบาลมา 2 ปีกว่า ก็อยากให้ประเทศไทยเดินหน้า ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็อยากเห็นการแก้ไขปัญหา ให้การปกครองของประเทศมีการแข่งขันทางความคิด ไม่มีการขัดแย้งที่จะนำไปสู่ความรุนแรง

**รับสมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 19-23 พ.ค.

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. แถลงภายหลังการประชุมกกต.ว่า ที่ประชุมได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา 11 ชุด เพื่อเตรียมการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ และกำชับถึงมาตรการในการดำเนินการต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในวันเปิดรับสมัคร รวมถึงต้องระมัดระวัง ทั้งเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ต้องเข้มงวดมากขึ้น โดยจะมีการตรวจเข้มพื้นที่ก่อนวันรับสมัคร พร้อมทั้งจะมีการกำหนดจุดเข้า-ออก อาคารที่รับสมัคร และการเตรียมสถานที่ให้พร้อม ทั้งการเปิดรับสมัคร และผู้สนับสนุนของพรรคต่างๆ ซึ่งจะมีการแยกสัดส่วนให้ชัดเจน ซึ่งวันเปิดรับสมัคร จะเตรียมขอกำลังรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื่นที่ นอกจากนี้ จะมีการตรวจวัตถุระเบิดโดยรอบบริเวณที่สมัครทั้งด้านนอกและด้านใน

ส่วนสถานที่วันเปิดรับสมัครเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จะใช้สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น-ดินแดง เป็นสถานที่รับสมัคร โดยจากเดิมได้เตรียมการเปิดรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อไว้ วันที่ 12-16 พ.ค. แต่น่าจะเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 19-23 พ.ค. เนื่องจากต้องรอกฎหมายเลือกตั้งทั้ง 3 ฉบับ ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเห็นชอบแล้ว ต้องมีขั้นตอนก่อนที่จะนำไปประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ รวมถึงยังต้องรอความชัดเจนในเรื่องการประกาศ พ.ร.ฎ.ยุบสภา และกำหนดให้มีการเลือกตั้งก่อน คาดว่าวันเปิดรับสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อในวันแรก ขั้นตอนทุกอย่างจะเสร็จสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 11 พ.ค. เวลา 13.00 น. กกต.จะเชิญสื่อมวลชนทุกแขนงมาสัมมนา เพื่อทำความเข้าใจถึงแผนการทำงาน และขอความร่วมมือในการนำเสนอข่าวการเลือกตั้ง

**แจงใช้งบฯมากเพราะทุกอย่างเพิ่ม

นายสุทธิพล กล่าวชี้แจงเรื่องงบประมาณที่กกต.ใช้ในการเลือกตั้งซึ่งมากว่าปี 2550 เนื่องจากครั้งนี้ มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพิ่มมากขึ้น จากเดิมประมาณ 44 ล้านคน เพิ่มเป็น 48 ล้านคน ทำให้หน่วยเลือกตั้งเพิ่มขึ้นเป็น 94,000 หน่วย ซึ่งเพิ่มขึ้นมา 5,500 หน่วย ส่วนเขตเลือกตั้งจากเดิม 157 หน่วย เพิ่มเป็น 375 หน่วย รวมถึงค่าตอบแทนของกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยที่ต้องเพิ่มขึ้นจาก 250 บาทต่อวัน เป็น 300 บาทต่อวัน

นอกจากนี้ ยังต้องมีการใช้ในส่วนด้านกิจการสืบสวนสอบสวน ที่คาดว่าจะมีความรุนแรงและการทุจริต ซื้อเสียงมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการป้องปราม และเพิ่มชุดหาข่าว ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ยังมีต้องเพิ่มหน่วยงานที่สนับสนุนกกต. เป็น 17 หน่วยงาน ที่แต่ละหน่วยก็จำเป็นต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น

** การปลอมแปลงบัตรน่าจะลดลง

ส่วนการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่กำลังเป็นข่าวในขณะนี้ และทุกครั้งที่มีการจัดเลือกตั้งมักจะมีการระบุว่า มีการโกงการเลือกตั้ง เปลี่ยนหีบบัตรเลือกตั้ง พิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินนั้น ทั้งที่ข้ออ้างดังกล่าวเป็นเพียงประเด็นทางการเมืองเท่านั้น โดยสำนักงานกกต.ได้คาดการณ์ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง มักจะถูกหยิบขึ้นมาดิสเครดิตผู้จัดการเลือกตั้ง

ดังนั้นหลังจากมีการเลือกตั้งส.ส.และส.ว.แล้ว ทางสำนักงานกกต.ได้เสนอ กกต.ให้แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งและการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีเลขาธิการ กกต.เป็นประธาน ส่วนคณะกรรมการประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเทคนิคการจัดพิมพ์บัตร มีนักวิชาการจากมหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญจากโรงพิมพ์ของรัฐ โดยคณะกรรมการจะทำให้การจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งมีมาตรฐานที่เป็นมาตรฐานเดียว เพื่อป้องกันการปลอมแปลง ส่วนการรักษาบัตรเลือกตั้ง จะมีตำรวจและเจ้าหน้าที่กกต.ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ การจัดพิมพ์บัตรของโรงพิมพ์ออกมาจะยังไม่สมบูรณ์ เพราะจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีการประทับตราบัตรเลือกตั้งเพื่อนำไปใช้ในการเลือกตั้ง อีกทั้งโรงพิมพ์ที่พิมพ์บัตรเลือกตั้งในครั้งก่อนที่มีปัญหาฮั้วโรงพิมพ์เอกชนนั้น ทำให้เลือกตั้งครั้งนี้ จึงให้โรงพิมพ์ของรัฐจัดพิมพ์แทน ยืนยันว่า การปลอมแปลงบัตรเลือกตั้งครั้งนี้ จะลดลง เพราะกฎหมายเดิมการลงคะแนนเลือกล่วงหน้า ผู้มาใช้สิทธิล่วงหน้าไม่ต้องมาลงทะเบียน ทำให้การกำหนดบัตรเลือกตั้งแบบส.ส.สัดส่วน ต้องมีจำนวนมาก แต่กฎหมายใหม่ครั้งนี้ จะไม่มีบัตรเลือกตั้งแบบสัดส่วนแล้ว โดยจะใช้บัตรแบบบัญชีรายชื่อแทนที่เหมือนกันทั้งประเทศ ไม่มีกลุ่มจังหวัดแล้ว รวมทั้งการจะใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ว่าเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง หรือเลือกตั้งล่วงหน้าในเขต ก็จะมีการลงทะเบียนทำให้ทราบยอดที่ชัดเจน

ดังนั้นยอดบัตรที่จะขออนุมัติกกต.ในการจัดพิมพ์บัตรจะมีจำนวนเท่าเดิม ระหว่างบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อโดยกำหนดไว้แบบละ 53.5 ล้านฉบับ ในการพิมพ์แต่ละครั้ง จะต้องมียอดเกินจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 7 % ที่ต้องเผื่อไว้กับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

**หวั่นโซเชียลมีเดียทำให้เกิดใบแดง-เหลือง

เมื่อถามเกี่ยวกับเรื่องการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองในช่วงที่มีการเลือกตั้งนั้นสามารถทำได้หรือไม่ นายสุทธิพล กล่าวว่า ตามมาตรา 53 ( 5 ) ถ้าหากการหาเสียงโดยไปขัดต่อกติกาที่กฎหมายวางไว้ แม้ว่าจะสามารถทำได้ ก็ถือว่ายังคงมีความผิดทางกฎหมาย ถ้าเป็นกรณีผิดกฎหมายเลือกตั้ง ถ้าพบแล้วว่ามีการกระทำผิดจริง ก็อาจจะทำให้นำไปสู่การให้ใบเลือง ใบแดง หรือขณะเดียวกันการกระทำความผิดที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น กฎหมายห้ามไม่ให้หาเสียงในวันเลือกตั้ง ผู้ที่ติดต่ออาจจะไม่ได้เป็นนักการเมือง หรือพรรคการเมือง แต่จะเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก็ติดต่อกันทางช่องทางนี้ แล้วหากเป็นการสนับสนุนผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง แต่บังเอิญไปกระทำการในช่วงเวลาที่กฎหมายต้องห้ามนั้น ตรงนี้ก็จะกลายเป็นความผิด รวมทั้งการไปสำรวจความคิดเห็น แล้วนำไปเผยแพร่ในช่วงเวลาที่กฎหมายห้าม การสำรวจสามารถทำได้ แต่การจะไปเผยแพร่ในช่วงที่กฎหมายห้ามนั้นตรงนี้ก็เป็นความผิดเหมือนกัน ตรงนี้ต้องศึกษากฎหมายด้วย

** "เทือก"ปรี๊ดแตกเรื่องโพลให้ปชป.แพ้

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีที่พรรคเพื่อไทย ตั้งศูนย์เฝ้าระวัง ติดตามการทำงานของทหาร ตำรวจ เพราะเกรงจะไปเอื้อประโยชน์ในการเลือกตั้งให้กับรัฐบาล โดยยืนยันว่าจะไม่มีการเอาข้าราชการมาเป็นเครื่องมือในการหาเสียงเลือกตั้ง ข้าราชการก็จะยังคงทำงานตามหน้าที่ของตัวเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้งทั้งหมด ขจัดอิทธิพลมือปืน คุกคาม ใครไปจัดเวทีปราศรัยที่ไหน ต้องได้รับการคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ ผู้สมัคร ส.ส.ไม่ว่าอยู่พรรคไหน หากถูกคุกคามแล้วร้องขอมา เจ้าหน้าที่จะส่งกำลังเข้าไปคุ้มกันให้

ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกหวั่นๆบ้างหรือไม่ เพราะขณะนี้สารพัดโพลจากสำนักต่างๆ ที่ออกมาส่วนใหญ่ระบุตรงกันว่า พรรคเพื่อไทย จะชนะเหนือพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ ย้อนถามทันทีว่า

" ท่านถามเอง หรือเอาของใครมาถาม ถ้าถามเองก็จดไว้ข้างฝา เซ็นชื่อตัวเองลงวันที่เอาไว้ว่า เมื่อวันที่เท่านั้น ข้าพเจ้าเคยคิดว่าเป็น อย่างนั้น แล้วจะได้เข้าใจ ผมคงไม่ไปย้อนหรือทะเลาะกับใครเองโพล เพราะความจริงมันรอที่จะได้รับการพิสูจน์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าอยู่แล้ว"

เมื่อถามย้ำว่า กังวลหรือไม่ว่ากระแสจะกลายเป็นความเชื่อ และความเชื่อจะกลายเป็นเรื่องจริงนายสุเทพ กล่าวว่า ตนเรียนให้ทราบแล้ว แต่จะเชื่อหรือไม่ก็ตามว่ายุทธวิธีของพ.ต.ท.ทักษิณ คือให้บรรดาลิ่วล้อโหมกระพือข่าวว่า กระแสพรรคเพื่อไทยดีมาก คนจะเลือกพรรคเพื่อไทยกันท่วมท้น ชนะเด็ดขาด ซึ่งเป็นวิธีในการโหมโฆษณา เพื่อหวังผลทางจิตวิทยา แต่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศจะตัดสินใจบนพื้นฐานของความเป็นจริง เขารู้ว่าถ้าเลือกพ.ต.ท.ทักษิณกลับมา บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร จะเกิดอะไรขึ้น ประชาชนรู้ว่า มีโอกาสที่จะหาทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย ประชาชนจะตัดสินใจเอง ไอ้ที่จะมาหลอกล่อ มอมเมาใช้จิตวิทยาเดิมๆ คงไม่ง่าย

ผู้สื่อข่าวถามว่า รวมถึงการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับมาประเทศไทยในปลายปีนี้ด้วยหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หมายความว่าต้องออกกฎหมายพิเศษว่าสิ่งที่เขาทำผิดมาทั้งหมด ไม่เป็นความผิดอีกต่อไปใช่ไหม ประชาชนเขาก็เลือกได้ว่า จะเอาอย่างนั้นหรือเปล่า ต้องคารพการตัดสินใจของประชาชน

** เย้ย"แม้ว"ไม่ได้กลับมาตามที่หวังไว้

ส่วนที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎรระบุว่า ใครที่ได้เสียงข้างมาก พรรคภูมิใจไทย ก็พร้อมที่จะไปสนับสนุน ถือว่าถ้าพรรคเพื่อไทย ชนะเสียงข้างมาก ก็อยู่ด้วยกันได้เพราะเคยอยู่พรรคพลังประชาชนร่วมกันมาก่อน นายสุเทพ กล่าวว่าใครสามารถรวบรวมเสียงได้มาก ก็จัดตั้งรัฐบาลได้ พรรคการเมืองต่างๆ จะไปรวมอยู่กับใคร ก็เป็นสิทธิของเขา

เมื่อถามว่าการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ส่งสัญญาณจะกลับมา เกรงจะเกิดความวุ่นวายตามมาอีกหรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เขาก็ต้องพูดอย่างนี้ เพื่อให้เป็นกำลังใจกับสมุนบริวารที่รับใช้เขาอยู่ จะได้มีความรู้สึกนายใหญ่จะกลับมาแล้ว

"ไม่ได้กลับหรอกครับ กลับมาก็ต้องเข้าคุก ที่หนีไปก็เพราะว่าหนีคุก อยู่ ๆใครจะไปเขียนกฎหมายยกเว้นเฉพาะนายทักษิณ ไม่ให้ติดคุก คนอื่นทำผิดกฎหมายติดคุกหมดทั้งประเทศไทย ทักษิณคนเดียวทำอะไรผิด ก็มีกฎหมายพิเศษเขียนให้ไม่ต้องติดคุก บ้าแล้วอย่างนั้น ใครจะทำได้" นายสุเทพกล่าว

**ไม่สน พท.ชวนลงสัตยาบัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทย พยายามจะล็อกให้พรรคประชาธิปัตย์ ลงสัตยาบันว่า หากพรรคที่ได้เสียงอันดับหนึ่งเท่านั้น ถึงจะได้สิทธิจัดตั้งรัฐบาล นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่เชื่อฟังพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว ตนไม่มีหน้าที่ต้องไปเชื่อฟังคนในพรรคเพื่อไทย ตนก็ทำตามหลักการปกติที่เขาประพฤติกัน ไม่ดีดดิ้น

ส่วนที่นายวันเฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตบางบอน ของพรรคเพื่อไทย ออกมาแฉว่าผู้สมัครของพรรคใหญ่ เอาข้าวสารในถุงยังชีพไปแจกชาวบ้าน ตนไม่ทราบ แต่เขาสามารถเอาถุงข้าวไปร้องเรียนต่อ กกต.ได้ แล้วกกต.จะดำเนินการเอง

นพ.บุรณัชย์ สมุทรรักษ์ โฆษกพรรคปชป. กล่าวกรณีสำนักวิจัยเอแบคโพล ระบุว่า พรรคเพื่อไทย ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน เหนือพรรคประชาธิปัตย์เกือบทุกตัวชี้วัด ยกเว้นเรื่องเดียว คือความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริตว่า เชื่อว่าความซื่อสัตย์สุจริต จะเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสำคัญและตัดสินใจ เพราะปัญหาความขัดแย้งวุ่นวายที่เกิดขึ้นนั้น มาจากการทุจริตของอดีตผู้นำ แต่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ให้ความสำคัญกับผลสำรวจมากนัก แต่จะเน้นการกระทำเพื่อแก้ปัญหาจริง

นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า สถาบันพระปกเกล้า ที่ระบุคะแนนนิยมของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ตั้งแต่รับตำแหน่งในปี 2552 ซึ่งแนวทางต่างๆ ของนายอภิสิทธิ์ จะมีผลต่อการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น โดยเฉพาะการแก้ปัญหาปากท้อง ขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในส่วนของพรรคเพื่อไทย เลือกแนวทางแก้ปัญหาการเมืองเฉพาะ ด้วยการนิรโทษกรรม สุดท้ายประชาชนจะเลือกระหว่างการแก้ปัญหาประเทศ กับความวุ่นวายในบ้านเมืองที่จะเกิดขึ้น

ส่วนที่พรรคเพื่อไทย ประกาศว่าจะกวาดที่นั่ง ส.ส. 270 เสียงนั้น หากได้ตัวเลขดังกล่าวจริง ก็เป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้ แล้วเหตุใดจึงจะมาขอให้ลงสัตยาบัน ให้พรรคได้เสียงอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาลอีก แสดงว่า 270 เสียงนั้น เป็นตัวเลขสูงเกินจริง เพื่อช่วยลดกระแสวิกฤตศรัทธาของตัวเอง และป้องกัน ส.ส.ไหลออก

ดังนั้นถ้าครั้งนี้ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมาก ก็ต้องใช้เอกสิทธิ์ของส.ส.ในการโหวตเลือกนายกฯ และพรรคร่วมรัฐบาลอาจไม่สนับสนุนแนวทางที่จะนำไปสู่ความวุ่นวาย เพราะต้องการให้บ้านเมืองสงบโดยแท้จริง

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 12 พ.ค.นี้ และในวันที่ 14 พ.ค. จะจัดสัมมนาว่าที่ผู้สมัครทั่วประเทศ เพื่อให้เข้าใจในกติการเลือกตั้ง ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์

** "เติ้ง" ถามพท.จะตั้งรัฐบาลได้หรือ

นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงผลโพลของหลายสำนักที่ระบุว่า พรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้งว่า ต้องรอดูว่าความจริงเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า ถ้าพรรคเพื่อไทยได้ส.ส.มามาก และมีหลายเสียงบอกว่า คงต้องให้จัดรัฐบาล จะเป็นอย่างนั้นหรือไม่ ถ้าเป็นพรรคที่หนึ่งเขามีสิทธิ์จัดรัฐบาลได้หรือเปล่า

เมื่อถามว่าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมสนับสนุนหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า อีกนาน ยังไม่รู้ว่าพรรคจะได้กี่เสียง อาจจะได้ไม่ถึง คราวก่อนพรรคหวังว่าจะได้ 70 เสียง ก็ได้มาแค่ 40 เสียง แต่พรรคที่หวังว่าจะได้ 40 ได้แค่ 9 เสียง ไม่แน่นอน ตอนนี้ตอบไม่ได้

เมื่อถามว่ามารยาททางการเมืองก็ควรให้พรรคอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาล นายบรรหาร กล่าวว่า ต้องเป็นอย่างนั้น พรรคอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาลก่อน ถ้าจัดไม่ได้ ก็ให้พรรคอันดับสอง ธรรมเนียมก็เป็นอย่างนี้

** หลังเลือกตั้งยังยุ่งเหมือนเดิม

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ระบุว่า ก็รับพรรคเพี่อไทยได้ เพราะเป็นเสียงประชาชน นายบรรหาร กล่าวว่า ดูตนยิ้มดีกว่า ตนไม่ตอบ เมื่อถามว่าพรรคชาติไทยพัฒนาจะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่แน่ ตอบไม่ได้

" สถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้งไม่เรียบร้อย ยุ่งเหมือนเดิม ผมเคยพูดไปแล้วว่า อยู่ให้ครบเทอมดีกว่า ให้ผ่านงบประมาณเสร็จก่อน จะได้ทำงานให้ประชาชนมากกว่านี้ ผมพูดไปก็เหมือนเสียงนกเสียงกา คนก็ไม่ฟัง พูดว่าอยากยุบวันนั้น วันนี้ อยากยุบก็ยุบ ผมบอกไปแล้ว ยุบไปก็เหมือนเดิม แก้ไม่ได้หรอก เสื้อต่างๆก็แก้ไม่ได้ ผมบอกได้แค่นี้ แล้วตอนจัดรัฐบาลก็ยุ่ง เพราะโหวตในสภา ยุ่งอีกเหมือนกัน ยุ่งอีกเยอะเลย ผมเตรียมยาแก้เครียดไว้ข้างตัว ผมมอบหน้าที่ให้หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาจัดการ" นายบรรหาร กล่าว

เมื่อถามว่าหากเสียง 2 พรรคใหญ่ไม่ต้องจัดรัฐบาล แล้วเอาเสียงพรรคภูมิใจไทย กับพรรคชาติไทยพัฒนา ตั้งรัฐบาลจะยุ่งหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ แต่พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย พรรคใดพรรคหนึ่งต้องตั้งรัฐบาล ใครชนะที่หนึ่ง ก็ตั้งรัฐบาลไป

เมื่อถามว่าถ้า 2 พรรคตั้งรัฐบาลก็ยุ่งอีก นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่ว่าใครก็ยุ่ง เมื่อถามว่าหากยุ่ง ก็จะสร้างความชอบธรรมให้ทหารออกมาปฏิวัติ นายบรรหาร กล่าวว่า อย่าปฏิวัติเลย ครั้งที่แล้วก็แย่เต็มที ที่ตนถูกเว้นวรรคทางการเมือง ก็มาจากการปฏิวัติ ตนว่าบ้านเราถอยหลังเข้าคลอง ไม่รู้จะทำอย่างไร ตอนนี้ลงบ่อ ไม่ได้ลงแม่น้ำ

**ไม่จำเป็นพรรคที่ 1 ต้องตั้งรัฐบาล

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ตนบอกว่า จะมีบิ๊กเซอร์ไพร้สนั้น ตอนนี้พูดไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้ให้พูด เมื่อถามว่า ใครไม่ให้พูด นายชัย กล่าวว่า คนที่มีอำนาจห้ามตนไม่ให้พูด เมื่อถามว่า หลายฝ่ายกังวลว่า กกต.อาจจะถูกแทรกแซง นายชัย กล่าวว่า ไม่มี เพราะว่าตอนนี้ชาวบ้านรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร ใครจะนำนโยบายหาเสียงอย่างไร ตนฟังชาวบ้านหลายจังหวัด เขารู้ดีว่าจะเลือกใคร ซื้อเสียงไม่มีประโยชน์ตอนนี้ ใครซื้อเสียงก็กินฟรี

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคอันดับสอง สามารถตั้งรัฐบาลได้ นายชัย กล่าวว่า ทุกพรรคการเมืองตั้งใจที่จะจัดตั้งรัฐบาล ถ้าได้รับการเลือกตั้ง แต่อยู่ที่ความสามารถ ประสบการณ์ ทุนหาเสียง และบารมีของผู้สมัครจะมีแค่ไหนเพียงใด อยู่ที่ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ อย่างประเทศออสเตรเลีย ผู้หญิงที่ได้คะแนนเสียงน้อยได้เป็นนายกฯ เพราะสามารถรวมเสียงข้างน้อยเข้ามาได้มาก ส่วนเสียงข้างมากไม่ได้ เพราะฉะนั้นพรรคได้เสียงอันดับไหนก็จัดตั้งรัฐบาลได้ ถ้าสามารถหาสมาชิกได้ สมัยม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เป็นนายกฯมีแค่ 18 เสียง ที่ดึงกลุ่มต่างๆ เกินกึ่งหนึ่งก็จัดตั้งรัฐบาลได้ แต่อยู่ได้ไม่นานเท่านั้นเอง

"หากพรรคเพื่อไทยได้เสียงข้างมากเขาก็มีสิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาล ส่วนพรรคภูมิใจไทยก็เป็นฝ่ายค้าน ส่วนจะจับมือกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ผมไม่ทราบ เพราะพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยก็แยกมาจากพรรคพลังประชาชน มันก็พวกกันทั้งนั้น ตีหัวกันไม่แตก ไปด้วยกันได้" นายชัย กล่าว

** ขู่"แม้ว"ช่วยหาเสียงจะถูกยุบพรรค

ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย ใช้ พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินมาช่วยหาเสียงนั้น นายชัย กล่าวว่า บุคคลที่ กกต.ห้าม เช่น กรรมการบริหารพรรคถูกยุบ เมื่อประกาศกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้ว บุคคลเหล่านี้ถ้าพูดช่วยพรรคใดพรรคหนึ่ง ถ้าพรรคนั้นถูกร้อง ก็จะถูกยุบพรรค ตนคิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าใจกฎหมายดี คงจะพูดจากนี้ไปจนถึงวันประกาศพระราชกฤษฎีกายุบสภาเท่านั้น นอกนั้นอาจจะใช้วิธีเลี่ยงอย่างอื่น เพราะกฎหมายมีช่องโหว่เยอะ ขนาดฆ่าคนตายยังรอด

เมื่อถามว่าหลายฝ่ายห่วงความรุนแรงในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.บางคนอาจถูกข่มขู่ นายชัย กล่าวว่า แน่นอน คนสมัครรับเลือกตั้งต้องแข็งพอ ไม่กลัวอิทธิพลใดๆ จึงสมัครรับเลือกตั้งได้ ถ้ากลัว เป็นผู้แทนบ้านนอกไม่ได้ นอกจากใน กทม. เมื่อถามต่อว่าพื้นที่ภาคอีสาน อาจจะมีการแข่งขันดุเดือด นายชัย กล่าวว่า ทุกแห่งดุเดือดทั้งนั้น เพราะเขตเดียวมีคนสมัคร 10-40 คน หากใครมีเสียงมากก็จะถูกรุม

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่ม ส.ส.โคราช พรรคเพื่อไทย จะย้ายออกพรรคภูมิใจไทย จะต้อนรับหรือไม่ นายชัย กล่าวว่าไม่ทราบ รอดูวันยุบสภา 1-2 วัน ก็รู้ว่าใครสมัครเขตไหน อย่างไร ส่วนพรรคภูมิใจไทย จะส่งลง ส.ส. 200 คน
กำลังโหลดความคิดเห็น