xs
xsm
sm
md
lg

กษัตริย์พระองค์เดียวในดวงใจ...คำสุดท้ายจากเปรย์ซอว์

เผยแพร่:   โดย: อัญชะลี ไพรีรัก

ตอนนี้พ่อค้า แม่ขายกำลังหนักอกหนักใจ เมื่อเห็นรัฐบาลไทยส่งเสริมให้เปิด China City ห้างสรรพสินค้าจากทุนจีนที่ค้าขายข้าวของสารพัดอย่าง ตั้งแต่หัวจรดตีน หรือตั้งแต่ลืมตาตื่นยันตายนอนในโลง โดยเริ่มแห่งแรกบนบางนา - ตราด กรุงเทพฯ และอีกแห่งที่หัวเมืองเชียงใหม่...ไม่ตายก็คางเหลือง

แต่ที่ถูกน็อกเอาต์สอยร่วงนอนเห็นดาว ได้แก่ความล้มเหลวที่เห็นตั้งแต่วันแรกของนโยบาย “ชั่งไข่ขาย” ซึ่งมีเสียงวิจารณ์เซ็งแซ่ตามมามากมาย ล้วนแล้วแต่ “ไม่สู้ดี” จึงพอมองเห็นเค้าลางได้ว่า อีกไม่นาน...ชั่งไข่ล้ม ต้มนายกฯ แหงๆ

คาดไม่ถึงเลยว่า ภาครัฐใช้เงินภาษีประชาชนเกือบ 70 ล้านบาท ไปกับการว่าจ้างบริษัทเอกชนมาเป็นที่ปรึกษา แล้วได้โครงการประชาวิวัฒน์ ที่ลอกแนวทางประชานิยมของทักษิณ ชินวัตรมาทุกกระเบียดนิ้ว แถมยังต้องใช้งบอีก 10 ล้านบาท ไปกับการผลักดันนโยบายแก้ไขปัญหาราคาสินค้าอุปโภคบริโภคราคาสูงด้วยมาตรการ “ชั่งไข่ขาย” เพื่อลดต้นทุนการใช้จ่ายพื้นฐานให้กับประชาชน โดยนโยบายนี้จะต้องเริ่มที่การลดต้นทุนการผลิต ตัดวงจรการลำเลียงไข่จากมือผู้ผลิตมาสู่ผู้บริโภค และสุดท้าย คละไข่เพื่อชั่งขาย

บนนโยบายที่สวยหรู...ความฝันย่อมสวนทางกับความสำเร็จอยู่บ่อยๆ... เมื่อชั่งไข่ขายในวันแรก พ่อค้าเอาเปรียบคนซื้อด้วยการคัดไข่เกรดห่วยๆ มากองเพื่อชั่งขาย และปัดเศษเงินขึ้นไปไม่ทอน...ไม่น่าเชื่อว่า...ไข่ไก่ยุคชั่งขายขนาดมันเล็กกว่าไข่เด็กอนุบาล ส่วนไข่ไก่เกรดดีๆ นั้นยังขายเป็นฟองตามปกติ โดยผู้ซื้อและผู้ขายต่างก็ไม่ยินดียินร้ายใดๆ กับนโยบายชั่งไข่ที่น่าขบขันของรัฐบาล

นโยบายชั่งไข่ขายนี้ เคยใช้กันมาแล้วที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อหลายสิบปีก่อนแต่ล้มเหลว โดยตอนนั้นญี่ปุ่นเป็นช่วงเศรษฐกิจตกต่ำจนรัฐบาลต้องประกาศช่วยผู้บริโภคด้วยการขายไข่ชั่งกิโล และแล้วก็ลงมาอีหรอบเดียวกันคือ ไม่สะดวกทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย แถมได้ไข่ไม่มีคุณภาพปะปนมาเต็มไปหมด แทนที่จะช่วยผู้บริโภค กลับไปช่วยผู้ขายหนักเข้าไปอีกในการระบายไข่เสีย ไข่ไม่มีคุณภาพ

ในสังคมออนไลน์พูดเรื่องไข่กันขรมพอๆ กับเขมร เดี๋ยวนี้สุ้มเสียงแม่ยก พ่อยก ปชป. ในโลกออนไลน์ดูออกจะอ่อนแรงไป ไม่เหมือนเสียงพันธมิตรฯกลับเข้มแข็งจัดจ้านขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะที่ FacePad

บรรดาแม่บ้านปากจัดจากโลกออนไลน์เขาวิจารณ์รัฐบาลอภิสิทธิ์ด้วยวาจาน่าจดจำไปจนวันตายเกี่ยวกับนโยบายชั่งไข่ขายว่า “ihere ใช้ง่ามตรีนคิดหรือไง ทั้งเรื่องไข่และเขมร แมร่งเอาหัวแม่ตรีนคิดแหงมๆ ถึงได้หนีบๆ เขี่ย ซื้อเวลา หาอำนาจ ihere”

เรื่องซื้อเวลาเพื่อแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์คงไม่ใช่เรื่องไกลเกินจริง เพราะเวลานี้บรรดาพ่อค้า-นักลงทุนบ่นกันอุบว่า “ของแพง”

สมัยนี้ถ้าอยากจะได้โครงการอะไร ไม่ต้องอื่นไกล 30% ขาดตัวอย่ามัวช้าเดี๋ยวอด ส่วนนักก่อสร้างทั้งหลายถอยไป เพราะทุนใหญ่ของพรรคร่วมฯ ที่มีพระเดชพระคุณกับคุณอภิสิทธิ์ล้วนมีบริษัทก่อสร้างทั้งนั้น ไปเปิดแฟ้มการประมูลแทบทุกกระทรวงดูได้ ทุนใครคนนั้นก็ได้ไป

คนค้าขายพูดกันจมหูแล้วในทำนองว่าทักษิณโกงชาติแล้ว แต่ดูเหมือนรัฐบาลชุดนี้ล้ำหน้า อย่างนี้เลือกตั้งไปก็ได้อีหรอบเดิมไม่มีประโยชน์ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินพ่อค้ารายใหญ่ในเมืองไทยเห็นด้วยทั้ง 4 ห้องหัวใจถ้า 4 เสาจะ “จัดระเบียบประเทศไทย” อย่างน้อยก็ช่วยสลายสีเสื้อได้

แค่เห็นก็เป็นเรื่อง “น้ำมันปาล์ม” เพราะทุกคนต้องถอยไปงานนี้ขาใหญ่ลงเอง ส่วนพี่น้องที่กินไข่แพง และน้ำมันแพงในเวลานี้ อย่าได้โทษใครให้โทษตัวเอง ที่หลงงมงายไม่ลืมหูลืมตากับรูปหล่อ ปากหวาน แต่ทำงานไม่ได้เรื่อง...คนเลวเนอะโกงได้แม้แต่น้ำมันทำอาหารของชาวบ้านร้านตลาด ตัวดำไม่เท่ากับใจดำ

กระนั้นแล้วคนรูปหล่อ ปากหวานก็ยังดีกว่าตรงที่ด่าใครไม่เป็น ไม่เหมือนคนรูปหล่อแต่ปากหมานี่สิน่าระอาใจ โดยเฉพาะคนระยำแบบนั้นเรียกตัวเองว่า “ราชนิกูล” จึงเห็นแปลก แต่ที่ไม่แปลกคือ “เต่าปากหมา” กับ “ลูกเต่าใจหมา” มาพร้อมกันในเรื่องเดียวกันซึ่งไม่เคยพบได้บ่อยๆ

เป็นที่รู้กันทั่วไปในสยามว่าพ่อ-ลูกตระกูลนี้ ล้วนแต่เลี้ยงหมาไว้เต็มปากเต่า และไม่เคยมีดวงตาสวรรค์อย่างราชสกุลอื่นๆ เขา จึงไม่แปลกใจที่เต่าปากหมาต้องหาเมียคนแล้วคนเล่า เพราะผู้หญิงบ้านไหนใครเขาก็เอือมในความเจ้ายศเจ้าอย่างวางตัวสูงส่งดังราชาแต่วาจาและจิตใจ และวาจากลับต่ำทราม ไปไหนมาไหนก็ขายขี้หน้าเพราะทำตัวบ้าๆ บอๆ

สุดท้ายเต่าปากหมาได้เมียคนสวยมาช่วยกอบกู้ความเป็นชาย แล้วผลิตลูกมาอีกหนึ่งพระหน่อ แต่ไม่ว่าลูกคนไหนจากครรภ์ใดล้วนมีปากเป็นอาวุธอันเป็นมรดกบาปจากบิดา

แค่ด่ากันเองในบ้านก็ไม่เห็นจะเป็นไร ไม่ว่าเจ้าตัวลูกชายจะวางก้ามใส่พ่อ หรือตวาดใส่แม่แว้ดๆ ลงส้นเท้าเอาแต่ใจยามที่ไปได้เมียสูงวัยซึ่งเป็นขี้ข้าในเรือนเบี้ยก็ไม่มีใครว่า

แต่ที่แกว่งปากหมาๆ ว่า 7 คนไทยแส่หาเรื่องถึงติดคุกในเขมรนี่สิ รับไม่ได้!!! และจะไม่มีวันยอมให้อภัย ถ้าไม่ออกมาก้มหัวขอโทษ ทั้งพ่อและลูก

อย่างว่า คนพวกนี้ยโสโอหังคิดเสมอว่าตัวเองสูงส่งเกินคนธรรมดา เพราะศักดินาพวกนี้นี่ไงที่ทำให้เกิด “แดงทั้งแผ่นดิน” คนจมูกสูงพวกนี้มักไม่เคยเห็นคนไม่ใช่คน ขณะที่ศักดินาบางคนก็กอบโกยโกงกินไม่ต่างจากชนที่ตนเรียกว่า ไพร่

เพราะวาจาและจิตใจต่ำอย่างนี้ ไม่แปลกใจที่เคยมีเจ้าหน้าที่แบงก์ชาติคนหนึ่งสาดกาแฟร้อนๆ ใส่หน้า เมื่อกล้าถามเธอคนนั้นว่า “ไปหาธารินทร์มาตั้งหลายวันแล้ว ไม่มีอะไรคืบหน้าเลยหรือ ...ไปทำอะไร ไปนอนกับเขาเหรอ”...ผลคือ สาวคนสวยลูกผู้ลากมากดี ดีกรีนักเรียนนอก ยกแก้วกาแฟขึ้นสาดใส่หน้าเจ้านายอย่างไม่ยำเกรง แล้วสะบัดก้นออกไป หลังจากนั้นก็ไม่มองหน้ากัน

ถามไปถึงคนที่เรียกตนเองว่า ชนชั้นสูง หรือผู้บริหารราชการแผ่นดินว่า ชีวิตคนไทยที่ไปกระเสือกกระสนทวงถามหาความยุติธรรมบนดินแดนที่เขาเคยอยู่เคยกินนั้น เป็นความผิดด้วยหรือ? ที่เขาต้องการบ้านช่องและไร่นาของเขาคืนจากการรุกรานของเขมร...เขาผิดหรือที่มาถามถึงหน้าทำเนียบฯ ในยามที่ไม่มีใครฟังเขามาก่อนเลย

แต่ถ้างานนี้จะหาคนผิด...ก็ผิดตัว...เพราะความที่นายกฯ หลงเชื่อคนใกล้ตัว เลยคว้าเอา “ใครไม่รู้” มาเที่ยวตู่ว่า “สระน้ำยูเอ็น” ที่หนองจานเป็นดินแดนเขมร และ 7 คนไทยถูกจับในเขตสระน้ำ แปลว่าถูกจับในเขตเขมร

เรื่องเลยฮาขี้แตกขี้แตน เมื่อสื่อมวลชนจับได้ว่าอีตาคนนี้เป็นนักการเมืองท้องถิ่น แถมเพิ่งมาอยู่ศรีสะเกษไม่นาน ไม่เคยรู้เลยว่า หนองจานเคยเป็นค่ายผู้อพยพของสหประชาชาติที่รับเขมรลี้ภัย

เรื่องนี้นายกฯ พลาดมาก ที่พาคนไม่รู้มาเสนอหน้าบนทำเนียบฯ แถมให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ต่อยหอยอย่างผิดๆ ถ้านายกฯ มีเวลาสักนิด ลองหันจากกลุ่มที่ปรึกษาไปหาเพื่อนคุณแม่ดูสิ มีน้าคนหนึ่งชื่อ “น้าเล็ก” เคยเป็นอดีตพยาบาลในค่ายหนองจาน ท่านบอกได้ชัดเจนเลยว่า สระน้ำยูเอ็นเป็นเขตไทย เพราะทำงานที่นั่นมานาน

และถ้าอยากรู้ว่าใครเสียที่ดินและไทยเสียดินแดนหรือไม่ ให้สลัดศิริโชคและทีมที่ปรึกษาออกไปแล้วเดินจากสันติไมตรีไปที่สันติอโศก ประตู 4 จะได้รู้ความจริงยิ่งกว่าจริง เพราะพันธมิตรฯ สู้แค่ตาย และโมเดลการจัดระเบียบประเทศไทยกำลังร่างบนโต๊ะ และเร่งมือหลังจากกรณี วีระ-ราตรี ท่ามกลางความแข็งกร้าวของสุเทพ-เนวินที่มีต่อม็อบเสื้อเหลือง

แต่เรื่องดินแดนไทย-เขมรนี่สิทำให้มีเรื่องฮาอีกรอบ ไม่ว่าจะเป็นการเอาป้ายไทยตามประกบป้ายเขมรหรือทุบป้ายแข่งกัน ล่าสุดชักธงข่มกันแล้วพี่น้อง เข้าใจได้ว่า ทหารไทยยุคนี้คงกินอิ่มนอนหลับไม่รู้จะทำอะไร...งั้นแนะนำว่าแทนที่จะชักธง ให้ไปชักว่าวดีกว่า สุดยอดด้วย ส่วนจะชวนใครไป ให้ไปถามกันเองที่ “ราบ 11” .....

เตือนว่า รีบหน่อยนะ...อย่าลืมสิไม่มีควัน ไม่มีไฟ... ไม่มีเสียงลือเรื่องปฏิวัติครั้งใดไม่ปฏิวัติ...เพราะประโยคสุดท้ายของวีระ สมความคิดจากคุกเปรย์ซอว์ทำเอาคนฟังอึ้ง และเร่งมือกันร่างแผนจัดระเบียบยิก!!!

เมื่อตัวแทนรัฐบาลไทยอ้อนวอนให้วีระขอพระราชทานอภัยโทษจากกษัตริย์เขมร แต่เขาตอบสั้นๆ ว่า “ไม่... เพราะตลอดชีวิตของผมมีกษัตริย์พระองค์เดียวในหัวใจ”

รักที่สุดคือในหลวง หวงที่สุดคือ แผ่นดิน!!!...
กำลังโหลดความคิดเห็น...