xs
xsm
sm
md
lg

แผนรับมือAEC สรรพากรหั่นภาษีนิติบุคคล

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ASTVผู้จัดการรายวัน - บิ๊กสรรพากรประกาศความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลก แต่ยอมรับเป็นห่วงไทยปรับตัวไม่ทันประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ปี58 แนะรัฐบาลหาเจ้าภาพ-ตั้งคณะทำงาน ก่อนถูกเพื่อนบ้านทิ้งห่าง ลั่นพร้อมลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 18% เท่าสิงคโปร์ ดึงเม็ดเงินลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้านแผนปรับโครงสร้างภาษีเน้นขยายฐานให้กว้าง

นายอนันต์ สิริแสงทักษิณ รองอธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรได้เตรียมตัวรองรับการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ในปี 2558 หลายๆ ด้านทั้งด้านฐานข้อมูลการจัดเก็บภาษีของกรมถือว่ามีความพร้อมและทันสมัยที่สุดในภูมิภาคอาเซียนเนื่องจากมีการวางพื้นฐานการบริหารจัดการที่ดีไว้อยู่แล้ว
สำหรับด้านโครงสร้างภาษีของกรมโดยรวมในเบื้องต้นจะเร่งปรับปรุงในส่วนที่สามารถทำได้เร็วไม่ต้องแก้ไขประมวลรัษฎากรเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการเสียภาษีของคนในประเทศ และเร่งปรับปรุงภาษีอื่นๆ ที่จะสนับสนุนประสิทธิภาพการแข่งขันกับต่างประเทศเนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานและทำเลที่ตั้งของประเทศไทยได้เปรียบประเทศอื่นในภูมิภาคอยู่แล้วหากมีปัจจัยสนับสนุนที่ดีจากภาครัฐเชื่อว่าประสิทธิภาพการแข่งขันไม่แพ้ประเทศอื่น
“ตอนนี้ปัญหาอยู่ที่เราไม่มีเจ้าภาพที่จะมาดูองค์รวมในการขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แต่ละกรมแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องก็ต่างทำงานของตนเองไปไม่มีการร่วมกันทำงานในเชิงรุกเพราะเวลาที่เหลืออยู่อีกเพียง 4 ปีก็จะเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแล้วหากทำอะไรช้ากว่านี้การแข่งขันของเราอาจสู้ประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้” นายอนันต์กล่าว
นายอนันต์กล่าวว่า การลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงจาก 25% เหลือ 18% เท่ากับประเทศสิงคโปร์ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ประเทศมากขึ้นอีกทั้งยังช่วยให้มีการจ้างงานและกระตุ้นการบริโภคในประเทศไปในตัวด้วยและทำให้ฐานภาษีกว้างขึ้น เนื่องจากความได้เปรียบในหลายๆ ด้านที่กล่าวมารวมทั้งประเด็นสำคัญที่สุดคือต่างชาติค่อนข้างมีความชอบในอัธยาศัยที่ดีของคนไทยถือเป็นเสน่ห์ดึงดูดของประเทศด้วย
ในขณะที่ประเด็นการจัดเก็บรายได้ที่คาดว่าอาจลดลงหากเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 18% นั้นจำเป็นต้องขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากปัจจุบันที่ 7% เป็น 10% หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับมุมมองและการตัดสินใจในระดับนโยบายแต่โดยส่วนตัวมองว่าตามความเหมาะสมหากลดภาษีนิติบุคคลก็ควรปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเพราะการจัดเก็บในปัจจุบันทั่วโลกต่ำสุดอยู่ที่ระดับ 10% แต่ส่วนใหญ่จะมากกว่า อย่างไรก็ตามก็ต้องดูความเหมาะสมทางเศรษฐกิจและประเด็นด้านเงินเฟ้อประกอบด้วย
“ตอนนี้เรามีความพร้อมทุกด้านมีข้อเสนอเป็นแนวทางสำหรับการตัดสินใจระดับนโยบายและขึ้นอยู่กับฝ่ายการเมืองจะตัดสินใจอย่างไรให้เกิดประโยชน์มากที่สุด” นายอนันต์กล่าว.
กำลังโหลดความคิดเห็น