xs
xsm
sm
md
lg

ตอนที่ 69 เปิดโลกการบริหาร (ตอน 2-จบ)

เผยแพร่:   โดย: เรืองวิทยาคม

การที่ผมรู้จักเรื่องการบริหารจัดการเวลาก็คือการได้ขุมทรัพย์อันมีค่ายิ่งอีกขุมหนึ่งจากการทำงานที่นี่ โดยที่ไม่เคยนึกคิดหรือคาดฝันมาแต่ก่อน และเมื่อประกอบเข้ากับการเรียนรู้เรื่องการวางแผนงานล่วงหน้าในแต่ละปีด้วยแล้ว จึงทำให้ผมกลายเป็นนักกฎหมายที่ไม่เหมือนกับนักกฎหมายทั่วไป

แต่เป็นนักกฎหมายที่รู้เรื่องการสร้างองค์กร รู้เรื่องการบริหารจัดการ ทั้งเรื่องคน ทรัพยากร เงิน และเวลา ซึ่งนับเป็นวิชาที่มีคุณค่ายิ่งแก่ชีวิต และด้วยวิชาที่ว่านี้จึงทำให้ผมสามารถสร้างองค์กรวิชาชีพในวันหน้า ต่อยอดจากที่บรรพชนของสำนักได้เริ่มต้นเอาไว้ได้อย่างดียิ่ง และทำให้สำนักนั้นแตกต่างจากสำนักอื่น ๆ ทั้งหมดของประเทศไทย

ในบริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัดนี้ไม่เพียงแต่ผมได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ซึ่งเป็นการเปิดประตูสู่โลกกว้างแห่งการบริหารจัดการเท่านั้น แต่ยังได้มีโอกาสปฏิบัติตามที่ได้เรียนรู้มานั้นอีกด้วย

ถึงวันนี้ผมก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงมีการโยกย้ายงานสลับหน้าที่กันอยู่เสมอ ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่าบริษัทต้องการให้พนักงานทุกคนไม่อยู่นิ่งกับที่ หรือต้องการให้ได้มีโอกาสเรียนรู้งานหลายด้าน หรือไม่ต้องการให้รากงอก คือสร้างเครือข่ายพวกพ้องบ่มเพาะรากเหง้าแห่งการทุจริต หรือก่อให้เกิดโอกาสทุจริตก็ได้

ตัวผมเองได้ถูกโยกย้ายงานหลายครั้ง และงานแต่ละหน้าที่ก็แตกต่างกัน เช่น ถูกย้ายไปประจำฝ่ายโอเปอเรเตอร์ ซึ่งดูแลรับผิดชอบสั่งการและควบคุมรถทุกชนิดของบริษัท ไม่ว่ารถแทรกเตอร์ รถบด รถดัมพ์ทรัค และเครื่องมือเครื่องไม้ในการทำถนน หรือไม่ก็ถูกย้ายไปประจำฝ่ายพัสดุที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดทำสต็อกวัสดุอุปกรณ์และการเบิกจ่าย ตลอดจนการรายงาน และการวางแผนจัดหา หรือไม่ก็ถูกย้ายไปประจำฝ่ายบุคคล ซึ่งดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับงานบุคลากร

ผมเคยถูกย้ายไปประจำฝ่ายแมคคานิค ซึ่งดูแลรับผิดชอบการบริหารงานเครื่องมือเครื่องจักรในการก่อสร้าง โดยผู้จัดการฝ่ายเป็นชาวไต้หวัน พูดไทยได้เล็กน้อย มีชื่อว่านายซุนเย่ยหยู นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้มีโอกาสทำงานร่วมกับชาวต่างชาติที่พูดกันรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง

แต่ก็ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตการทำงานและวิธีการทำงานหลายอย่างของเขา ซึ่งเป็นระบบ เป็นระเบียบ และมีวินัยที่เข้มข้นยิ่ง ทำให้ได้รู้ว่าในยุคนั้นคนไต้หวันมีความรู้ความชำนาญในการบริหารงานก่อสร้างอย่างดีเยี่ยม

การที่ถูกโยกย้ายงานเช่นนี้ผมไม่เคยรู้สึกว่าถูกลงโทษ และไม่เคยมีปฏิกิริยาไม่พอใจใด ๆ ในการที่ถูกโยกย้ายงานเลย กลับรู้สึกสนุกและตื่นเต้น เพราะเข้าใจว่าเป็นโอกาสอันดีของชีวิตที่จะได้มีโอกาสเรียนรู้งานด้านต่าง ๆ

และในครั้งนั้นเองผมก็ได้เรียนรู้ที่สำคัญว่าสิ่งที่รู้กับสิ่งที่ไม่รู้นั้น สิ่งที่ไม่รู้มีมากกว่ามากมายสุดจะคณานัก ความรู้จากการศึกษาเล่าเรียนในโรงเรียนหรือในมหาวิทยาลัยช่างน้อยนิดเหลือเกิน และน้อยนิดจนกระทั่งรู้สึกว่าความรู้เพียงเท่านั้นไม่เพียงพอต่อการประกอบสัมมาอาชีพเลี้ยงชีวิต

มาวันนี้จึงเข้าใจได้ว่าหากการถูกโยกย้ายงานหลาย ๆ ครั้งแล้วถ้าเกิดความไม่ชอบใจไม่พอใจขึ้นก็จะสูญเสียโอกาสอันล้ำค่านั้น เพราะบรรดาความรู้และประสบการณ์จากการงานต่าง ๆ ที่หลากหลายนั้นล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ยิ่งใหญ่ในชีวิตทั้งสิ้น ซึ่งผมเชื่อว่าน้อยคนนักที่จักมีโอกาสเช่นนี้

นี่คือข้ออันควรเป็นคติเตือนใจว่าการถูกโยกย้ายงานหาได้มีแต่ด้านที่ไม่ดีแต่อย่างเดียวไม่ หากยังมีด้านที่ดีและด้านที่เป็นคุณอยู่ด้วยเสมอ ขอเพียงแต่รู้จักจับฉวยและแสวงหาให้เป็นทุนรอนและประโยชน์ในการดำเนินชีวิตเท่านั้น การถูกโยกย้ายงานนั้นก็จักเป็นประโยชน์ และดีร้ายก็อาจจะได้พรรคพวกเพื่อนฝูงหรือรู้จักมักคุ้นกับผู้คนเพิ่มขึ้นอีก ดีกว่าที่จะทำงานหน่วยเดียวที่เดียวไปจนตลอดชีวิต

ที่ทำการของบริษัทเป็นตึก 6 ชั้น แต่ยังมีชั้นดาดฟ้าเป็นชั้นที่ 7 ชั้นที่ 7 นี้เป็นสโมสรสำหรับคณะที่ปรึกษาและคณะกรรมการของบริษัทใช้เป็นที่พบปะสังสรรค์กัน รวมทั้งเป็นที่เล่นกีฬาในร่มต่าง ๆ โดยเฉพาะคือไพ่นกกระจอก

มีการตั้งครัวจีนไว้เป็นประจำ ใครไปใครมาก็มีข้าวปลาอาหารเลี้ยงดูเป็นอย่างดี ทำกันใหม่ ๆ สด ๆ โดยพ่อครัวจีนและทำเป็นอาหารจีนเป็นพื้น มีรสชาติอร่อย ที่ว่าอร่อยก็เพราะผมเคยมีโอกาสได้ขึ้นไปกินอาหารบนสโมสรนี้ ซึ่งโดยปกติแล้วเป็นที่สงวนไว้สำหรับผู้หลักผู้ใหญ่ของบริษัทเท่านั้น ส่วนพนักงานต้องไปกินอาหารอีกอาคารหนึ่ง เป็นอาคารสองชั้น

อาคาร 6 ชั้นขณะนั้นเรียกชื่อว่าตึกเค ซึ่งคงจะย่อมาจากชื่อของประธานบริษัทคือคุณเกียรติ วัธนเวคิน ส่วนอาคารที่เป็นโรงอาหารนั้นเรียกชื่อว่าตึกซี และคงจะย่อมาจากชื่อของกรรมการรองผู้อำนวยการ คือคุณจรรย์สมร วัธนเวคิน

ที่ว่าบริษัทนี้เป็นดงพยัคฆ์ถ้ำมังกรหาได้เกินเลยจากความจริงแต่ประการใดไม่ เพราะบรรดาคนเก่งและปรีชาสามารถเท่าที่กล่าวมาก็มากมายแล้ว แต่ยังมีอีกมาก เฉพาะบรรดากรรมการหรือที่ปรึกษาซึ่งล้วนเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองในขณะนั้น เช่น พลเอกกฤษณ์ สีวรา อดีตผู้บัญชาการทหารบก พลเอกยศ เทพหัสดิน พลตรีศิริ ศิริโยธิน พลเอกโชติ หิรัญยัษธิติ เป็นต้น

เวลามีการประชุมคณะกรรมการก็จะมีการจัดเลี้ยงโต๊ะจีนแก่คณะกรรมการและที่ปรึกษาที่มาประชุม ในตอนแรกผมก็ได้แต่มองอยู่ในระยะไกล ๆ แต่นานวันเข้าก็ค่อย ๆ รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่เหล่านี้ทีละคนสองคน

นั่นคือการเริ่มต้นได้รู้จักมักคุ้นกับฝ่ายทหารของกองทัพไทย เพราะแต่ละท่านที่มาประชุมต่างก็มีนายทหารคนสนิทหรือนายทหารติดตามมาด้วยเสมอ ผมเป็นผู้น้อยจึงมีโอกาสที่จะพบปะพูดคุยกับบรรดานายทหารคนสนิทหรือทหารติดตามและทำให้เกิดความรู้จักมักคุ้นกันมากขึ้นโดยลำดับ

เป็นธรรมดาของยุคนั้น แม้กระทั่งยุคนี้ที่บริษัทต่าง ๆ จะต้องมีผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมาเป็นกรรมการที่ปรึกษา แต่ยุคนั้นมีลักษณะที่ว่านี้โดยทั่วไป เพราะไม่มีกฎหมายกีดกันหรือห้ามปรามมิให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาของบริษัท

ดังนั้นการเป็นกรรมการหรือเป็นที่ปรึกษาของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจึงกระทำกันโดยเปิดเผย ต่างกับสมัยนี้ที่มีกฎหมายห้าม หรือไม่ก็มีระเบียบบังคับห้ามปรามไว้ แต่กระนั้นก็ยังมีคนแอบประพฤติปฏิบัติกันอยู่โดยทั่วไป

เหตุผลของเรื่องในยุคนั้นกับยุคนี้ก็ไม่ต่างกัน เพราะเป็นธรรมดาของผู้ใหญ่ที่ต้องมีน้ำใจเอื้อเฟื้อต่อผู้น้อย เมื่อมาเป็นกรรมการและที่ปรึกษาแล้วก็ย่อมมีน้ำใจเอื้ออาทร อำนวยประโยชน์ให้กับบริษัท

แค่การช่วยเหลือประสานงานเพื่อให้เกิดการปรองดองกัน ไม่แก่งแย่งแข่งขันแย่งงานกันหรือฟาดฟันกันจนขาดทุนก็นับเป็นคุณอเนกอนันต์แล้ว และยิ่งเป็นการช่วยเหลือในการสะสางปัญหาบางอย่างที่ยุ่งยากสับสนหรือซับซ้อนก็ยิ่งเป็นประโยชน์ใหญ่แก่กิจการ

ผมเป็นคนช่างสังเกตและยิ่งสังเกตก็ได้เรียนรู้วิธีการทำงานหรือการประสานงานในระดับสูง ซึ่งเป็นประโยชน์ยิ่งแก่ชีวิต เพราะเรื่องราวเหล่านี้ร้อยคนพันคนแทบจักไม่มีใครมีโอกาสได้เรียนรู้สักคนหนึ่ง

หลายครั้งที่ผมมีโอกาสได้สรุปเรื่องราวที่เป็นปัญหาเข้าไปรายงานให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในระดับคณะกรรมการหรือที่ปรึกษาของบริษัท ซึ่งผมต้องตระเตรียมตัวและเรื่องราวที่จะต้องสรุปนั้นเป็นอย่างดีเสมอ

ตอนแรก ๆ ก็ประหม่าบ้าง แต่หลัง ๆ ก็กลายเป็นความคุ้นเคย และเพราะเหตุที่ผมได้เข้าใกล้รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่มาตั้งแต่อายุยังน้อย ดังนั้นจึงเป็นความเคยชินเหมือนกับการได้รับประทานพรอันวิเศษอย่างหนึ่ง คือเมื่อเผชิญหน้ากับผู้หลักผู้ใหญ่ก็จะไม่หวั่นไหวพรั่นพรึงหรือประหม่าอีกเลย

จึงเป็นหนทางที่ทำให้การสรุปเรื่อง การรายงาน หรือการนำเสนอต่าง ๆ ต่อผู้หลักผู้ใหญ่เป็นไปอย่างราบรื่นเรียบร้อยเสมอมา

ชีวิตการทำงานในบริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัดอันเป็นแห่งแรกของชีวิตจึงเหมือนกับการเข้ามหาวิทยาลัยอีกชนิดหนึ่ง แต่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยธรรมดาแน่ และกล่าวได้ว่านี่คือมหาวิทยาโลก คือเป็นการศึกษาหาความรู้ในทางโลกครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิตนั่นเอง.


โปรดติดตามตอนที่ 70 “ใต้ร่มธงชัยของพระอรหันต์ ตอน 1” ในวันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2551
กำลังโหลดความคิดเห็น...