xs
xsm
sm
md
lg

เก็บรายละเอียด WWDC 2018 ‘iOS-WatchOS-tvOS-macOS’ ในครั้งที่ไม่มีดีไวซ์ใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


แอปเปิล (Apple) ใช้พื้นที่งานประชุมนักพัฒนาประจำปี (Worldwide Developers Conference : WWDC 2018) อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่จะมาให้ใช้งานกันทั้งบนอุปกรณ์ iOS watchOS tvOS และ macOS ที่เปิดให้นักพัฒนาเข้าถึงแล้ว ก่อนนำมาให้ผู้บริโภคใช้งานทั่วไปช่วงปลายปีนี้

ทิม คุก ซีอีโอ แอปเปิล ขึ้นเวทีมาเปิดงานด้วยการแสดงข้อมูลว่า ปัจจุบันบนอีโคซิสเตมส์ของแอปเปิล มีนักพัฒนามาเข้าร่วมแล้วกว่า 20 ล้านคน จากกว่า 77 ประเทศ โดยภายในงาน WWDC ครั้งนี้มีนักพัฒนาเข้าร่วมงานกว่า 6 พันคน

พร้อมให้ข้อมูลถึงรายละเอียดเบื้องต้นในงานวันนี้ว่าจะได้พบกับข้อมูลใหม่ๆ ของระบบปฏิบัติการในอุปกรณ์แอปเปิล ทั้งบน iPhone iPad ที่จะมี iOS 12 ออกมาให้ใช้งาน Apple Watch ที่จะมีการอัปเกรด watchOS 5 ส่วน Apple TV จะมี tvOS 12 และผู้ใช้งาน Mac จะได้รับการอัปเกรดเป็น macOS 10.14 Mojave

ทั้งหมดนี้จะเปิดให้นักพัฒนาดาวน์โหลดไปใช้งานได้ตั้งแต่วันนี้ ส่วนผู้ใช้งานทั่วไปจะทยอยเปิดให้ดาวน์โหลดในช่วงปลายปีนี้หรือราวเดือนกันยายนถึงสิ้นปี แล้วแต่ระบบปฏิบัติการที่จะทยอยปล่อยออกมาให้ใช้งานกัน

***iOS 12 เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้สมบูรณ์มากขึ้น

เริ่มจากการปรับปรุงประสิทธิภาพให้ตอบสนองได้รวดเร็วขึ้น อย่างการเปิดกล้องเร็วกว่าเดิมถึง 70% คีย์บอร์ดปรากฏขึ้นเร็วกว่าเดิมถึง 50% และตอบสนองต่อการพิมพ์ไวขึ้น เปิดแอพได้เร็วกว่าเดิมสองเท่า

ที่สำคัญ คือ ผู้ที่ใช้งานตั้งแต่ iPhone 5s ที่เปิดตัวในปี 2013 ไปจนถึง iPhone X หรืออุปกรณ์ที่ใช้งาน iOS 11 สามารถใช้งาน iOS 12 ได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ยังได้เพิ่มประสบการณ์ในการใช้งาน AR บนแพลตฟอร์ม ARkit2 ที่เปิดโอกาสให้สามารถเชื่อมต่อการใช้งานกับเพื่อนๆ ได้แล้ว และมีการนำรูปแบบไฟล์ใหม่ USDZ มาใช้งาน กับไฟล์ 3 มิติ แอนิเมชัน และกราฟิกต่างๆ

ไฟล์ USDZ ได้รับการรับรองจากทาง Adobe แล้ว และผู้ที่ใช้งาน Adobe CC จะได้รับการอัปเดตให้สามารถใช้งานรูปแบบไฟล์ดังกล่าวได้ทันที รวมถึงการนำไปใช้งานในอีโคซิสเตมส์ของแอปเปิล บนแอปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Messages, Safari, Mail, Files และ News

***Memoji สร้าง Animoji ที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณ

แอปเปิล นำความสามารถของกล้อง TrueDepth มาอัปเกรดความสามารถในการใช้งาน iPhone X ด้วยการเปิดให้ผู้ใช้สร้าง Memoji มาใช้งานในแอป Messages ด้วยการเลือกบุคลิกภาพต่างๆ

พร้อมกันนี้ ชุด Animoji ที่มีอยู่ยังได้สมาชิกใหม่มาเพิ่มได้แก่ผี หมีโคอาลา เสือ และทีเร็กซ์เช่นกัน และตอนนี้ Animoji และ Memoji สามารถตรวจจับการขยิบตา และลิ้น เพื่อให้จับการแสดงออกทางสีหน้าได้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการนำไปใช้งานร่วมกับเอฟเฟกต์กล้องใหม่ๆ นำ Animoji, ฟิลเตอร์, ข้อความ และสติกเกอร์มาสู่แอป Messages และ FaceTime ฟิลเตอร์อย่างเช่นหนังสือการ์ตูน และสีน้ำช่วยเพิ่มบุคลิกให้กับรูปถ่ายและวิดีโอ ป้าย และรูปทรงใหม่ๆ

***FaceTime แบบกลุ่มสูงสุด 32 คน

จากการอัปเกรดผู้ใช้งาน FaceTime จะสามารถสนทนาแบบกลุ่มได้ด้วย Group FaceTime ที่เลือกเข้าร่วมโดยใช้วิดีโอหรือเฉพาะเสียงจาก iPhone, iPad หรือ Mac หรือแม้กระทั่งเข้าร่วมโดยใช้เสียง FaceTime จาก Apple Watch ได้ด้วย

***Siri ที่รู้จักคุณมากขึ้น

ผู้ช่วยส่วนตัว Siri จะรองรับการสั่งงานที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงการนำเสนอรูปแบบกิจกรรมต่างๆ ด้วยการเปิดให้ผู้ใช้สร้าง Siri Shortcuts โดยการสร้างชุดคำสั่งเสียงง่ายๆ จากแอปที่แตกต่างกัน ซึ่งสามารถเริ่มต้นได้ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว หรือด้วยคำสั่งเสียงที่กำหนดไว้

***Picture เพิ่มโหมดค้นหา-แชร์รูปให้เพื่อน

ในส่วนของการดูอัลบั้มภาพในแอป Photos ผู้ใช้งาน iOS จะสามารถใช้คำสั่งอย่างสถานที่ คำนาม ต่างๆมาใช้เพื่อค้นหารูปภาพได้แล้ว นอกจากนี้ ยังมีการนำระบบจดจำใบหน้ามาใช้ เพื่อแชร์รูปภาพที่มีเพื่อนของคุณ เพื่อแชร์รูปผ่าน iCloud ได้ทันที

***โหมดห้ามรบกวน กับการแสดงผลแบบใหม่

สำหรับโหมดห้ามรบกวน (Do not Disturb) จะช่วยให้สามารถควบคุมระยะเวลาที่ใช้โต้ตอบกับอุปกรณ์ iOS ตามกำหนดเวลาที่ตั้งไว้ หรือตามเวลา สถานที่ หรือการกระทำที่ระบุไว้ และในโหมดห้ามรบกวนระหว่างเวลานอน จะลดความสว่างของจอภาพ และซ่อนการแจ้งเตือนทั้งหมดจนกว่าจะเปิดใช้งานในตอนเช้า

***จำกัดการใช้งานแอปได้แล้ว

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับ iOS 12 คือ มีการเพิ่มโหมดตรวจจับการใช้งาน และการจัดการการแจ้งเตือนแบบรวมกลุ่ม มีการรายงานการใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ (Screen Time) ตามหมวดหมู่ จำนวนการแจ้งเตือน ความถี่ในการใช้งานผ่าน Activity Report ในแบบรายวัน และรายสัปดาห์

ส่วน Screen Time ยังอนุญาตให้ผู้ปกครองเข้าถึง Activity Report ของลูกหลานผ่าน Family Sharing ใน iCloud และอนุญาตให้ผู้ปกครองกำหนดระยะเวลา เพื่อจำกัดระยะเวลาที่ลูกหลานสามารถใช้อุปกรณ์ iOS ได้ อย่างเช่นในช่วงเวลานอน

***ปรับปรุงแอปเดิม


นอกจากนี้ ยังมีการอัปเกรดความสามารถเพิ่มเติมของแอปเดิม อย่าง iBooks มีการเปลี่ยนชื่อเป็น Apple Books และเปิดให้ทำให้การค้นหา และเพลิดเพลินไปกับหนังสือและหนังสือเสียง ที่มีมาให้เลือกเพิ่มมากขึ้น

แอปแสดงข้อมูลข่าวสาร News เปลี่ยนชื่อเป็น Apple News พร้อมปรับปรุงดีไซน์ เพิ่มแถบด้านข้างในกรณีที่ใช้งานบน iPad เช่นเดียวกับการนำแอป Stockให้มาใช้งานบน iPad และมีการปรับการแสดงผลให้นำเสนอข่าวสารจาก Apple News ควบคู่ไปด้วย

ขณะที่ CarPlay ได้เพิ่มการรองรับแอปจากนักพัฒนาภายนอก เพิ่มเติมจากแอปเล่นเพลง ส่งข้อความ โทรศัพท์ และแอปจากผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดแอปแผนที่อย่าง Waze หรือ Google Maps เข้าไปติดตั้งได้

Voice Memos รองรับการซิงก์ข้อมูลไปเก็บไว้บน iCloud และมีให้ใช้งานบน iPad และ mac เพื่อนำไปใช้ในการตัดต่อระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ผ่าน Garage Band ช่วยให้การอัด การแชร์ และการแก้ไขเสียงที่บันทึกไว้เป็นเรื่องง่ายขึ้น

***watch OS 5 เพิ่มกิจกรรม เปิดเว็บได้ และฉลาดมากขึ้น

Jeff Williams, Chief Operating Officer ของ Apple กล่าวว่า เราตื่นเต้นกับกระแสตอบรับด้านบวกที่ Apple Watch มีต่อชีวิตผู้คน เพราะ Apple Watch ช่วยให้ลูกค้าของเราติดตามข่าวสารได้ตลอดเวลา มีสุขภาพที่ดี

ที่สำคัญ ในหลายกรณียังรวมถึงการตรวจจับสถานการณ์ที่เป็นอันตรายต่อชีวิต ด้วย watchOS 5 เราตื่นเต้นที่จะแนะนำให้คุณรู้จักคุณสมบัติกิจกรรม และการสื่อสารใหม่ที่จะยกระดับ Watch ให้ขึ้นสูงไปอีกขั้น

***เพิ่มโหมดแข่งขัน-ตรวจจับการออกกำลังกายอัตโนมัติ

ด้วยการเปิดให้ผู้ใช้สามารถเชิญผู้สวมใส่ Apple Watch คนอื่นให้ร่วมแข่งขันกิจกรรมได้เป็นเวลา 7 วัน และรับคะแนนสำหรับการปิดวงแหวนกิจกรรม พร้อมรับการแจ้งเตือนการฝึกซ้อม เพื่อส่งเสริมความมุ่งมั่นและพิชิตชัยชนะประจำสัปดาห์

ขณะเดียวกัน ในกรณีที่ผู้ใช้ออกกำลังกาย Apple Watch จะตรวจจับการออกกำลังกายอัตโนมัติและแจ้งเตือนการเริ่มต้นออกกำลังกายที่ถูกต้อง และให้คะแนนที่มีผลย้อนหลัง ในกรณีที่ผู้ใช้ลืมปิดการใช้งานก็จะมีการแจ้งเตือนด้วย

ในส่วนของกิจกรรม ยังมีการเพิ่มโยคะ และปีนเขา ในรูปแบบการออกกำลังกายทั้ง 12 ประเภท เพิ่มการรับก้าวรูปแบบใหม่ ที่นำมาใช้กับการวิ่ง เพื่อให้รายละเอียดความเร็วรอบขา และตั้งระยะทางเป้าหมายที่ต้องการได้

***สื่อสารกันผ่าน Walkie-Talkie

ผู้ใช้ watchOS 5 จะรองรับคุณสมบัติ Walkie-Talkie ในการติดต่อกับเพื่อน และครอบครัว ด้วยการเชื่อมต่อแบบ watch-to-watch สามารถเปิดใช้งานระหว่างผู้ใช้ Apple Watch รุ่นเดียวกันได้ทั่วโลกผ่าน Wi-Fi หรือเครือข่ายมือถือ (Cellular)

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มแอปฟัง Podcast อัปเดตความสามารถของ Siri ในการแสดงผล ปรับปรุงรูปแบบการแจ้งเตือนใหม่ ให้สามารถควบคุมได้โดยไม่ต้องเปิดใช้งานแอป

ยังมีการแนะนำสายนาฬิกาแบบ Pride และหน้าปัดนาฬิกาใหม่เพื่อเฉลิมฉลอง Pride ซึ่งผู้ใช้ Apple Watch สามารถดาวน์โหลดจาก Face Gallery ในแอป Apple Watch ส่วนสายแบบ Woven Nylon รุ่น Pride Edition ราคา 1,900 บาท ซึ่งเป็นสายสีรุ้งใหม่ที่รายได้ส่วนหนึ่งจะบริจาคให้แก่องค์กร LGBTQ

***tvOS 12 รองรับ Dolby Atmos-เพิ่มสกรีนเซิร์ฟเวอร์จากอวกาศ

สิ่งที่น่าสนใจภายในงานนี้ คือ Apple TV จะรองรับการใช้งานระบบเสียง Dolby Atmos ทำให้ปัจจุบันกลายเป็นเครื่องสตรีมมิงคอนเทนต์เพียงรุ่นเดียวที่ได้รับการรับรองจากทั้ง Dolby Vision และ Dolby Atmos

ส่วนการปรับปรุงใน tvOS 12 จะเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงคอนเทนต์ผ่านแอป Apple TV ที่สามารถเข้าได้ถึงได้ผ่าน Apple TV, iPad และ iPhone ที่เมื่อลงชื่อเข้าใช้งานเพียงครั้งเดียว ก็จะช่วยให้สามารถใช้งานได้บนทุกๆ อุปกรณ์

ขณะเดียวกัน ยังมีการเพิ่มรายละเอียดของสกรีนเซฟเวอร์ ด้วยการบอกตำแหน่งสถานที่ต่างๆ รวมถึงการร่วมมือกับห้องทดลองระดับชาติแห่งสถานีอวกาศนานาชาติ และศูนย์พัฒนาวิทยาศาสตร์ในอวกาศ ในการเปิดตัวภาพถ่ายชุดล่าสุดที่ถ่ายจากอวกาศโดยนักบินอวกาศแห่ง NASA

สำหรับคุณสมบัติของ tvOS 12 จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงคอนเทนต์ต่างๆ ได้สะดวกขึ้น จากการควบคุมบน iPhone และ iPad รวมถึงการทำงานร่วมกับระบบสมาร์ทโฮม และการใช้ Siri ในการค้นหา และควมคุม

***macOS 10.14 Mojave เพิ่ม Dark Mode แอปใหม่ และสโตร์รูปแบบใหม่

ในส่วนของระบบปฏิบัติการ masOS สำหรับเครื่อง Mac ได้มีการเพิ่มรูปแบบการแสดงผลใหม่ ในชื่อ Dark Mode หรือการแสดงผลในสีโทนเข้ม โดยสามารถตั้งสลับรูปแบบการแสดงผลแบบสว่าง และมืดได้

Craig Federighi รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ของ Apple ระบุว่า macOS Mojave เป็นการอัพเดทครั้งสำคัญที่มาพร้อมคุณสมบัติใหม่ๆ อันทรงพลังสำหรับผู้ใช้ Mac หลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่ระดับทั่วไปจนถึงมืออาชีพ

“Dark Mode คือลุคใหม่สุดเข้มสำหรับ macOS ที่จะแสดงคอนเทนต์ของคุณอย่างโดดเด่นตรงหน้า นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่สามารถใช้แอป iOS ที่คุ้นเคยบน Mac ได้ และยังมี Mac App Store โฉมใหม่ที่จะช่วยให้การค้นหาแอปใหม่ๆ กลายเป็นเรื่องที่ง่าย และสนุกยิ่งกว่าที่เคย”

***จัดการหน้าเดสก์ท็อปแบบรวมกลุ่ม

แน่นอนว่าปัญหาของผู้ใช้งาน mac ทุกคน คือ มีไฟล์จำนวนมากค้างอยู่บนหน้าจอหลัก แอปเปิล จึงออกตัวช่วยอย่าง Stacks มาเพื่อรวมกลุ่มไฟล์ตามประเภทของไฟล์ต่างๆ หรือจะเลือกตามวันที่ และตามแท็กที่ติดไว้ก็ได้

นอกจากนี้ Finder ใน macOS Mojave ยังได้รับการปรับปรุงอย่างการเพิ่ม Gallery View ให้ผู้ใช้สามารถกวาดตาดูเนื้อหาในไฟล์แบบคร่าวๆ หน้าต่างแสดงตัวอย่าง เพื่อเข้าไปดูรายละเอียดต่างๆ ของไฟล์

ยังมี Quick Actions ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำอะไรหลายๆ อย่างจากใน Finder ได้ทันที เช่น การสร้าง PDF แบบต้องใส่รหัสผ่าน และการใช้ Automator Actions กับไฟล์

ส่วน Quick Look จะแสดงตัวอย่างของไฟล์แบบเต็มหน้าจออย่างรวดเร็ว ช่วยให้ผู้ใช้สามารถหมุน และครอบตัดรูปภาพ ทำเครื่องหมายบนไฟล์ PDF หรือตัดต่อวิดีโอ และคลิปเสียง ได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดแอป

***นำแอปบน iOS มาใช้ใน macOS

แอปเปิล ได้มีการพัฒนาให้นักพัฒนาสามารถแปลงแอปพลิเคชันที่ทำงานบน iOS มาใช้งานบน macOS ได้ โดยนำตัวอย่างของการแปลงแอปอย่าง News, Stocks, Voice Memos และ Home ให้มาใช้งานกัน

ดังนั้น ผู้ใช้ Mac สามารถใช้แอป Home เพื่อควบคุมอุปกรณ์เสริมที่รองรับ HomeKit เพื่อทำสิ่งต่างๆ เช่น เปิดปิดไฟ หรือปรับอุณหภูมิจากบนคอมพิวเตอร์ได้ทันที ส่วน Voice Memos ก็จะช่วยให้การอัดเสียง เพื่อบันทึกเรื่องส่วนตัว, การบรรยาย, การประชุม, การสัมภาษณ์ หรือไอเดียในการแต่งเพลงกลายเป็นเรื่องง่าย และสามารถเปิดฟังจาก iPhone, iPad หรือ Mac ก็ได้

ส่วน Stocks ที่จะนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับตลาดหุ้นที่คัดสรรมาโดยเฉพาะ ควบคู่ไปกับรายการหุ้นที่จับตามอง ราคา และกราฟแบบอินเทอร์แอ็กทีฟ คู่ไปกับ News ที่ถูกปรับปรุงการแสดงผลใหม่

***ปรับโฉม Mac App Store

Mac App Store ได้รับการออกแบบขึ้นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ใหม่ และคอนเทนต์น่าสนใจจากบรรณาธิการที่จะช่วยให้การค้นพบแอป Mac ที่จะแบ่งรูปแบบในการนำเสนอเป็นแอปใหม่ และแอปอัปเดตในแถบ Discover

ส่วนแถบ Create, Work, Play และ Develop จะช่วยผู้ใช้หาแอปสำหรับงานบางประเภทได้ตรงจุดประสงค์การใช้งาน นอกจากนี้ ยังจะช่วยให้เข้าถึงแอปจากนักพัฒนาชั้นนำอย่าง Office จาก Microsoft หรือ Lightroom CC จาก Adobe

ที่เหลือก็จะเป็นคุณสมบัติปลีกย่อยอย่างการบันทึกภาพหน้าจอที่มีตัวอย่างให้ดู พร้อมสามารถเข้าไปแก้ไขเบื้องต้นได้ เปิดให้สามารถบันทึกภาพหน้าจอเป็นไฟล์วิดีโอได้ทันที รวมถึงการทำงานร่วมกับ iPhone อย่าง Continuity Camera ช่วยให้ผู้ใช้ Mac สามารถถ่ายภาพ หรือสแกนเอกสารที่อยู่ใกล้ๆ ด้วย iPhone หรือ iPad และภาพนั้น ก็จะปรากฏบน Mac ทันที


กำลังโหลดความคิดเห็น