xs
xsm
sm
md
lg

ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง “หมออั้ม” คดีหมิ่นประมาท “บุ๊ง” อดีตเเกนนำม็อบ 3 นิ้ว ชี้คำพูด “นักบุญทุนคนอื่น” ไม่ยืนยันตัวตน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


นายอิราวัต อารีกิจ หรือหมออั้ม อินฟลูเอนเซอร์การเมืองเเละอดีตนักร้องค่ายดัง
ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง “หมออั้ม”ไม่ผิดหมิ่นประมาท “บุ๊ง” อดีตเเกนนำม็อบ 3 นิ้ว ป่วนเมือง“นักบุญทุนคนอื่น”ชี้ ข้อความที่โพสต์ไม่ได้ยืนยันตัวตน ต้องผ่านนการสืบค้น

เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้องนายอิราวัต อารีกิจ หรือหมออั้ม อินฟลูเอนเซอร์การเมืองเเละอดีตนักร้องค่ายดัง ในคดีที่นายปกรณ์ พรชีวางกูร หรือบุ๊ง นักเคลื่อนไหวทางการเมืองอดีตผู้สนับสนุนม็อบราษฎร ยื่นฟ้องในความผิดฐานหมิ่นประมาท คดีหมายเลขดำที่ อ.233/2565

กรณีที่ นายอิราวัตหรือ หมออั้มโพสต์ข้อความในเฟสบุ๊กเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2564

โดยศาลชั้นต้นได้พิพากษายกคำฟ้อง

ต่อมานายปกรณ์ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้น

โดยอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันนี้จำเลยเดินทางมาศาล ซึ่งศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือเเล้วคดีนี้มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ข้อความของจำเลย นั้น เป็นการหมิ่นประมาทหรือไม่

โดยโจทก์ อุทธรณ์ว่า จำเลยได้โพสต์ข้อความซึ่งมีความหมายถึงโจทก์ โดยมีผู้อ่านข้อความหลายราย เมื่ออ่านข้อความของจำเลยแล้วทราบทันทีว่าหมายถึงโจทก์ โจทก์จึงเห็นว่าการที่ผู้อ่านทราบในทันทีว่าข้อความดังกล่าวหมายถึงโจทก์ ข้อความตามโพสต์ดังกล่าวจึงเป็นการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

แต่เมื่อดูจากข้อความของผู้แสดงความคิดเห็นแล้วจะเห็นว่ามีข้อความว่า “เชือดหมูไหม” “เสี่ยขายหมูไหม” “เฮียขายหมูใช่ไหม” “บ้านลาดพร้าวซอย1” ซึ่งเป็นบ้านของโจทก์ จากคำว่า “เสี่ย” หรือ “เฮีย” เป็นคำพูดทั่วไป และโพสต์ข้อความของจำเลยไม่ได้ระบุชื่อโจทก์ ลำพังเพียงข้อความของจำเลยไม่อาจจะเข้าใจได้ว่าเป็นโจทก์

การที่มีผู้แสดงความคิดเห็นใต้โพสต์จำเลยยังต้องอธิบายหรือบรรยายถึงลักษณะของโจทก์ จึงต้องอาศัยการสืบเสาะค้นหาประมวลผลจากความคิดเห็น แม้โจทก์จะมีนางณัฐกานต์ ภรรยามาเบิกความสนับสนุนว่าข้อความที่จำเลยกล่าวถึงนั้นหมายถึงโจทก์ แต่เหตุที่นางณัฐกานต์เข้าใจว่าเป็นโจทก์เพราะพยานเป็นภรรยาโจทก์ และรู้จักจำเลย ทราบดีว่าโจทก์และจำเลยเคยเป็นเพื่อนกัน และเคยมีคดีฟ้องร้องต่อกับที่จังหวัดราชบุรีมาก่อน จากคอมเม้นต์ดังกล่าวจะเห็นว่าจะต้องมีการสืบค้นเสียก่อน

และนอกจากนี้ข้อความว่า “เริ่มมีกระแส นักบุญทุนคนอื่น ได้อาชีพใหม่คืออาชีพจัดม็อบ เป็นคนกลาง ถือเงินคนอื่น ประมูลนั้นนี่ เก็บค่าส่วนต่างเงินบริจาค ท่อน้ำเลี้ยงมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ โดยไร้อาชีพหลัก แต่ยังโง่เหมือนเดิม โพสต์อวดรวย ซื้อนั้นโชว์นี่ ซึ่ง ปปง. และสรรพกรกำลังตรวจสอบ”

นอกจากนี้ได้ความจากคำถามค้านของทนายจำเลยว่า “โจทก์ได้มีการเปิดรับบริจาคหรือไม่” ซึ่งโจทก์ได้ตอบคำถามดังกล่าวว่า “ไม่เคยเปิดรับบริจาค” ซึ่งเป็นการที่จำเลยปฏิเสธเรื่องการบริจาคว่าไม่ใช่โจทก์

ศาลอุทธรณ์จึงเห็นว่าข้อความของจำเลยก็ไม่อาจทำให้คนทั่วไปฟังเข้าใจว่าเป็นเรื่องจริง เป็นการโพสต์เตือนบุคคลทั่วไปเกี่ยวกับการที่มีผู้รับบริจาคเงิน การที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องดังกล่าว ศาลอุทธรณ์จึงเห็นด้วยกับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นดังกล่าว พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น
กำลังโหลดความคิดเห็น