กองปราบตัดวงจรนายหน้าชักชวนชาวบ้านศรีบรรพต จ.พัทลุง เปิดบัญชีม้าให้แก๊งสแกมเมอร์ พบหมู่บ้านเดียวกันตกเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงรวม 70 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 21 ล้านบาท
วันนี้ (9 ม.ค. ) ที่ กองปราบปราม พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย รรท.ผกก.6บก.ป. พ.ต.ท.ทินกร มณีรัตน์ รอง ผกก. 6 บก.ป. ร่วมแถลงผลปฏิบัติการ "เสียงกระซิบจากศรีบรรพต" นำกำลัง 56 นาย เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 7 จุด ใน จ.พัทลุง,เชียงใหม่และสุรินทร์ จับกุม นายวิภพ อายุ 35 ปี , นายเอกวิทย์ อายุ 36 ปี , น.ส.ธนาภา อายุ 35 ปี และ น.ส.พสุดาภา อายุ 35 ปี ฐานกระทำความผิด "ร่วมเป็นธุระจัดหา โฆษณา เพื่อให้มีการซื้อขาย ให้เช่า ยืมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวว่า จากการสืบสวนคดีฉ้อโกงออนไลน์หลายคดีทั่วประเทศ พบเส้นทางการเงินถูกโอนไปยังบัญชีธนาคารชาวบ้านในพื้นที่ อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง เหมือนกันทั้งหมด เมื่อขยายผลทราบว่ามีเครือข่ายจัดหาบัญชีม้ารายใหญ่ชักชวนชาวบ้านกว่า 30 คนในหมู่บ้านเดียวกันเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีผู้ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงรวม 70 คดี มูลค่าความเสียหาย 21 ล้านบาท
พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวต่อว่ากลุ่มคนร้ายดำเนินงานในรูปแบบเครือข่ายอย่างเป็นระบบภายใต้การสั่งการของนายอาเหวินซึ่งเป็นชาวต่างชาติ โดยชให้นายหน้าชาวไทยลงพื้นที่ไปชักชวนชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และคนพิการในพื้นที่ อ้างว่าให้ทำงานเป็นแม่บ้านในคาสิโนประเทศเพื่อนบ้าน เป็นเวลา 2-3 วัน ได้ค่าจ้าง10,000 - 20,000 บาท จากนั้นคนร้ายจะออกอุบาย ให้ชาวบ้านที่ตัดสินใจเดินทางไปทำงานเปิดบัญชีธนาคาร 5 บัญชีขึ้นไปต่อหนึ่งคน พร้อมบัตร ATM แล้วจะทำหนังสือเดินทาง ก่อนมีผู้ต้องหารายอื่นประสานพาเดินทางไปยังจุดนัดพบและส่งตัวให้กับตัวการใหญ่
พ.ต.อ.อนุสรณ์ กล่าวว่าทันทีที่ข้ามแดนไปถึงที่พัก จะถูกขบวนการยึดหนังสือเดินทาง สมุดบัญชี ข้าวของทั้งหมด โดยให้ชาวบ้านทั้งหมดอยู่แค่ในบ้านพักตลอดเวลา และหลังจากนั้นจะให้ชาวบ้านเข้าไปในห้องทำงานเพื่อสแกนใบหน้ายืนยันตัวตนในการอนุมัติธุรกรรมการโอนเงินมูลค่าสูงจากบัญชี จนกว่าบัญชีดังกล่าวจะถูกอายัดและใช้งานไม่ได้ ก็จะให้ชาวบ้านเดินทางกลับประเทศไทยเพราะหมดประโยชน์ ทั้งนี้จากความเสียหายที่เกิดขึ้น บัญชีทั้งหมดถูกนำไปใช้ในหลายรูปแบบเช่นการหลอกลงทุนแพลตฟอร์มออนไลน์และการหลอกยืมเงิน
พ.ต.อ.อนุสรณ์ กล่าวด้วยว่าจากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาบางส่วนให้การรับสารภาพว่าชักชวนชาวบ้านไปเปิดบัญชีม้า แต่ให้การปฏิเสธในเรื่องร่วมกันทำการฉ้อโกง โดยอ้างว่าถูกหลอกให้เปิดบัญชีแต่ด้วยพยานหลักฐานทั้งสลิปโอนเงิน ค่าจ้างข้อมูลการติดต่อกับตัวการใหญ่ผ่านแอพพลิเคชันออนไลน์ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


