พิษณุโลก-ตำรวจสืบสวน ภ.6 ตามแกะรอยจับชายหญิง 4 คน หลอกชาวบ้านเปิดบัญชีม้านำไปขายให้มิจฉาชีพบัญชีละ 5,000 บาท ยันยังตามล่าตัวการใหญ่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกชาวบ้านใโอนเงินจนเสียหายหลักล้านบาท
วันนี้ (3 ม.ค.) พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบช.ภ.6 พล.ต.ต.เดชพล เปรมศิริ ผบก.สส.ภ.6 พ.ต.อ.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ รอง ผบก.สส.ภ.6 กก.สั่งการให้ พ.ต.อ.ศุภณัฐ ศตะกูรมะ ผกก.สืบสวน 1 และ พ.ต.ท.จิรภัทร เพชรรัตน์ รอง ผกก.นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายจับศาล จ.พิจิตร เข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาจำนวน 4 คน หลังจากได้ติดตามความเคลื่อนไหวจนทราบว่าทั้งหมดเคลื่อนไหวอยู่ตามจุดต่างๆ จึงเข้าไปแจ้งหมายจับและทำการกุมตัวเอาไว้ได้ทั้งหมด โดยประกอบด้วยนางนภัสวรรณ์ อายุ 51 ปี และ น.ส.วิดา อายุ 39 ปี ทั้งคู่เป็นชาว ต.บ้านป่า อ.เมืองพิษณุโลก นางพรณพัส อายุ 49 ปี ชาว ต.ประชาสุขสันต์ อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร และนายธีรยุทธ อายุ 41 ปี ชาว ต.บ้านหลุม อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย
ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาว่าตามหมายจับว่า "สนับสนุนในการฉ้อโกงประชาชน,เป็นธุระจัดหาโฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใดๆเพื่อให้มีการซื้อขาย ให้เช่าหรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด" เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ให้การรับสารภาพว่าได้หลอกลวงชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องโดยพาไปยังธนาคารต่างๆ พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อให้เปิดบัญชีธนาคาร เมื่อแล้วเสร็จได้จ่ายเงินค่าเสียเวลาให้คนละไม่กี่ร้อยบาท จากนั้นได้นำบัญชีธนาคารที่ได้ไปขายให้คนที่ว่าจ้างบัญชีละ 5,000 บาทเพื่อทำกำไร
พ.ต.อ.ธัชพงศ์ เปิดเผยว่าการจับกุมดังกล่าวเป็นผลมาจากเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.6 และชุดสืบสวน จ.พิจิตร ได้จับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 3 คน ขณะกำลังกดเงินออกจากตู้เอทีเอ็มโดยผู้ต้องหาชื่อ น.ส.กิตินันท์ ชาว จ.กำแเพงเพชร นางปาริชาติ ชาว จ.สุโขทัย และนางชุติกาญจน์ ชาว อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก พร้อมยึดของกลางเป็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว จำนวน 1 คัน สมุดบัญชีธนาคารจำนวน 3 เล่ม เงินสดจำนวน 186,000 บาท และโทรศัพท์มือถือจำนวน 4 เครื่อง จึงแจ้งข้อหาทั้งหมดว่าเป็นธุระจัดหา เพื่อให้มีการซื้อขาย หรือให้ยืมบัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อสอบสวนขยายผลจึงเป็นที่มาของการจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มเติมจำนวน 4 คนในวันนี้ดังกล่าว
หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.6 จะยังคงสืบสวนและขยายผลไปถึงตัวการรายใหญ่ซึ่งเป็นระดับสั่งการของขบวนการหลอกลวงหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีพฤติกรรมโทรศัพท์ไปหลอกเอาเงินของชาวบ้านจนสร้างความเสียหายใเป็นหลักล้านบาทต่อไป.


