xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวลึกปมลับ : มันมากับ รถขนผัก จาก จ. ตาก-กรุงเทr เส้นทางแรงงานเถื่อน

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



“ข่าวลึกปมลับ” ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมือง และกระบวนการยุติธรรม วันพุธที่ 13 มกราคม 2564 ตอน มันมากับ รถขนผัก จาก จ. ตาก-กรุงเทr เส้นทางแรงงานเถื่อน



โควิด-19 ระบาดรอบสอง พ่นพิษทำให้เห็นว่า การลักลอบพาแรงงานต่างด้าวเข้าประเทศ เป็นขบวนการพันลึกที่ใหญ่มาก มีการหากินกันตั้งแต่ระดับคนมีสี เรื่อยไปถึงบรรดาผู้มีอิทธิพล

แม้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีนโยบายปราบปรามการค้ามนุษย์ และปราบปรามการลักลอบพาแรงงานต่างด้าวเข้ามา แต่การที่แรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายกลายเป็นต้นตอให้โควิด-19 ระบาดซ้ำในไทย มันสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

รอยรั่วใหญ่นี้ ไม่เคยได้รับการถูกอุด หรือซ่อมแซม กลับแต่เป็นขุมทรัพย์ให้บรรดาคนมีสี บุคคลในแวดวงราชการ ได้ทำมาหากินกันอย่างเอิกเกริก จนถึงบัดนี้ยังเอาผู้กระทำความผิดมาลงโทษไม่ได้ แม้ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศกร้าวซ้ำๆจนคอเจ็บว่าจะดำเนินคดีถึงที่สุด ไม่ไว้หน้าใครก็ตาม

ปัญหาที่เจ้าหน้าที่จะจับใครไม่ได้เลย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกลัวจะไปเหยียบเท้าขาใหญ่ ที่หากินกับเรื่องนี้อยู่

อย่าว่า แต่แรงงานต่างด้าวที่ทะลักเข้ามาสารพัดรูรั่วตามตะเข็บชายแดน ขบวนการลำเลียงขนส่งชาวโรฮีงญา ผ่านไทยไปยังมาเลเซีย ที่ฝ่ายความมั่นคงเคยขึงขังปราบปรามเมื่อปี 2558 จนลากตัวระดับบิ๊กๆ เบิ้มๆ มาได้ ยังคงมีอยู่ หลังจากผู้คนเริ่มไม่ได้ให้ความสนใจ

วันก่อน มีการจับกุมตัวชาวโรฮีงญา จำนวน 9 คน ในบ้านเช่าหมู่ที่ 4 ตำบลมูโน๊ะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส พบว่า เดินทางมาจากจังหวัดภูเก็ต โดยสารรถประจำทางภูเก็ต-สุไหงโก-ลก เมื่อถึงขนส่งจังหวัดยะลาได้ลงจากรถแล้วเปลี่ยนการเดินทางโดยรถตู้ปลายทาง บ้านปูโป๊ะ เพื่อจะมาทำงานในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก

หรือเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว พบชาวโรฮีงญา 18 คน ถูกทิ้งซ่อนไว้ใกล้ตลาดดอนเมือง แล้วพบว่า ติดโควิด-19 ถึง 9 คน

มีรายงานว่า ขบวนการขนโรฮีงญาที่ยังมีอยู่เต็มประเทศมีข่าวมาตลอด ไม่ได้เกรงกลัวกับการปราบปรามของรัฐแต่อย่างใด มิหนำซ้ำ ยังพบว่า เป็นเครือข่ายๆ เดิมที่ยังทำหากินกับสิ่งผิดกฎหมายเหล่านี้

โดยเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับคดีดังเมื่อปี 2558 ที่มีบิ๊กทหารถูกจับกุมและจำคุก ไม่ว่าจะเป็น พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ที่ถูกศาลอุทธรณ์พิพากษาในคดีค้ามนุษย์และอีกหลายกระทงไป 82 ปี

รวมไปถึงนายตำรวจอีกหลายราย ทั้ง ร.ต.ต.นราทอน สัมพันธ์ อดีตรอง สว.ป.กก.สส.ภ.จว.ระนอง, พ.ต.ท.ชาญ อู่ทอง สว.ธร.สภ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี “โกโต้ง” นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ อดีตนายก อบจ.สตูล นายบรรณจง ปองผล อดีตนายกเทศมนตรีปาดังเบซาร์ จ.สงขลา

ขณะที่ “พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์” อดีต รอง ผบช.ภ. 8 อดีตหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮีงญา แบะเป็นคนเปิดตัวเลขค่าหัวขนชาวโรฮีงญา หัวละ50,000 บาท ให้สังคมได้รับรู้ ต้องหนีตายขอลี้ภัยไปอยู่ออสเตรเลีย ถึงวันนี้ยังไม่ได้กลับบ้าน

ขบวนการลำเลียงโรฮีงญานี้ ส่วนใหญ่หากินมากในโซนใต้ โดยเฉพาะจังหวัดที่มีทะเลและอยู่ติดกับชายแดนเมียนมา อย่าง จ.ระนอง พวกขาใหญ่ที่ดูแลอยู่ จะเป็น “ท็อปบูต” ขณะที่เหล่าสีกากีไม่ค่อยได้ส่วยหรือผลประโยชน์จากช่องทางนี้เท่าไหร่

ต้องรู้ว่า ขบวนการค้ามนุษย์ขนโรฮีงญา เป็นคนละแก๊งกับการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้าเมือง ไม่ว่าจะเป็น ลาว กัมพูชา รวมถึงชาวเมียนมาที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ซึ่งขบวนการนี้ค่อนข้างใหญ่ และมีการแบ่งกันรับประทานกันแบ่งกันหลายทอดในลักษณะฮั้วกัน

โดยทหารบางกลุ่ม จะทำหน้าที่เปิดชายแดน แล้วมีพวกหน่วยโลจิสติกส์คือ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เข้าไปรับไม้ต่อ กินส่วย หัวคิว พร้อมส่งนายหน้าตามโรงงานต่างๆ

ถือเป็นขบวนการที่หากินกันอย่างกว้างขวาง และมีรายได้จากการกระทำผิดกฎหมายมหาศาล โดยว่ากันว่า แรงงานที่จะกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยลักลอบเข้ามา จะต้องจ่ายหัวละ 2 หมื่นบาท

ขณะที่ในแต่ละปีมีแรงงานต่าวด้าวลักลอบเข้าเมืองกันเกือบล้านคน หากคิดเป็นตัวเงินคือ ประมาณ 2 หมื่นล้านบาททีเดียว ถือว่ามหาศาล

จะเห็นว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีมานี้ มีการเปิดทาง กองบัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หรือเรียกกันติดปากสั้นๆว่า ตม. ขยายส่วนราชการตัวเองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมมีตำรวจตม. อยู่ประจำการเฉพาะด่านใหญ่ๆ ที่มีคนต่างด้าวเข้ามาจำนวนมาก เช่น ด่านสำคัญ เช่น จ.เชียงใหม่ เชียงราย สงขลา แม่สอด จ. ตาก

แต่ปัจจุบันมีตำรวจตม. ตั้งหน่วยงานอยู่ทุกจังหวัด ทั้งที่ติดชายแดน และไม่ติด ซึ่งไม่มีความจำเป็น ไม่ต่างอะไรกับการเปิดขึ้นมาเพื่อสนองตำแหน่งและหากินของคนสีกากี ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยแม้แต่น้อย

หน่วยงานของ ตม. นับเฉพาะจุดผ่านแดนถาวร จุดผ่านแดนชั่วคราว จุดผ่อนปรนการค้าและการท่องเที่ยว จุดผ่อนปรนพิเศษในประเทศตอนนี้มีถึง 97 แห่งทั่วประเทศ เหตุผลและจุดประสงค์ในการเพิ่มจุดต่างๆ ในห้วงหลายปีมานี้ เบื้องหน้าก็อ้างว่า หวังผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ แต่เบื้องหลังก็เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางทำมาหากินตัวเอง

ดูแล้วไม่ต่างอะไรกับเรื่องป่าไม้ ที่ตั้งแต่มีกรมป่าไม้ กับหน่วยงานนั้นหน่วยงานนี้ขึ้นมา หวังจะอนุรักษ์ป่า แต่สุดท้ายทุกวันนี้เห็นมีแต่ตอไม้และเขาหัวโล้นเต็มไปหมด

หลังจากที่ฝีแตก ขบวนการขนแรงงานเถื่อนจากประเทศเมียนม่า มาไทยยังอยู่ดีมีสุข ตำรวจตม. รู้ดีว่าหากไปเอาผิดกับตัวการใหญ่ระดับนายหน้าในเมือง จะเป็นการหยิกเล็บเจ็บเนื้อ ดังนั้นจึงไม่มีการจับกุมทลายแก๊งพวกขนแรงงานเถื่อนเลยสักแก๊ง เฉไฉไจับพวกโรฮิงญาตกค้างแทน

ขณะนี้ในพื้นที่ จ. ตากยังมีการขนคนเมียนม่าเข้ามาไม่ขาด เส้นทางเข้ามาที่ชายแดนอำเภอพบพระ และอุ้งผาง จ. ตาก จากนั้นจะใช้ทางลัดเข้ามาที่คลองลาน จ. กำแพงเพชร ใช้เวลาปฏิบัติการในตอนกลางดึก เดินทางพรางตัวมากับรถขนผัก และดอกไม้ เข้ากรุงเทพ โดยเนียนๆ

ไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายขนาดไหนในยามโรคระบาด การเอาตัวแพร่เชื้อโรคเข้ามา โดยกลุ่มคนมีสีคุมเอง ก็ยังไม่หยุด น่าเศร้าประเทศไทย


กำลังโหลดความคิดเห็น...