xs
xsm
sm
md
lg

มทภ.4 บินสุไหงโก-ลก สอบโรฮิงญาลอบเข้าไทยอุดช่องโหว่ ทร.กัก 273 นาย เสี่ยงโควิด

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาค 4 (แฟ้มภาพ)
โฆษก ทร. ยอมรับ 2 กำลังพล “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ติด COVID-19 พร้อมกักตัวกลุ่มเสี่ยงสูง 273 นาย ที่อาคารรับรองสัตหีบ ด้าน มทภ.4 บินด่วน สุไหงโก-ลก หลังจับกุม 9 โรฮิงญาลอบเข้าไทย จากภูเก็ต เช็กไทม์ไลน์-สอบสวนหาต้นตอขบวนการอุดช่องโหว่

วันนี้ (11 ม.ค.) เวลา 15.00 น. พลเรือโท เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่มีสื่อมวลชนหลายสำนักนำเสนอข่าวว่า มีกำลังพลเรือหลวงจักรีนฤเบศร จำนวน 2 นาย ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หลังจากเมื่อ ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา มีกำลังพลบางส่วนของเรือหลวงจักรีนฤเบศร ไปรับประทานอาหารยังร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดชลบุรี นั้น กองทัพเรือ ขอเรียนว่า

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงวันหยุดที่ผ่านมา มีกำลังพลบางส่วนของเรือหลวงจักรีนฤเบศรได้เดินทางไปรับประทานอาหารในร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ต่อมาพยาบาลประจำเรือ ได้ทราบรายงานสถานที่พบผู้ป่วยยืนยันโรค COVID-19 จากการประกาศของจังหวัดชลบุรี จึงดำเนินการคัดกรองสอบถามกำลังพลที่ไปในพื้นที่เสี่ยงตามประกาศ และตรวจพบว่ามีกำลังพลเรือหลวงจักรีนฤเบศร จำนวน 11 นาย มีประวัติเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว จึงได้ส่งตัวเข้ารับการตรวจที่คลินิกโรคระบบทางเดินหายใจ (ARI clinic) โรงพยาบาล ในสังกัดกรมแพทย์ทหารเรือเอง ซึ่งผลการตรวจกำลังพลทั้ง 11 นาย มีตรวจพบเป็นผู้ติดเชื้อ COVID-19 จำนวน 2 นาย ทางโรงพยาบาลจึงได้มีการแจ้งไปที่ทีมสอบสวนโรคและได้ร่วมกันค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อทีมสอบสวนและควบคุมโรค ของ กรมแพทย์ทหารเรือ ร่วมกับ กองเวชกรรมป้องกัน โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ และโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ และ สำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่ 6 ชลบุรี ดำเนินการสอบสวนโรคและค้นหาผู้สัมผัสความเสี่ยงสูง และนำผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเข้ารับการกักกัน และเก็บสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง จำนวน 273 นาย อยู่ระหว่างรอผลการตรวจ และ เสนอรายงานให้กองทัพเรือทราบ

ทั้งนี้ ได้มีการเสนอไปยังกองทัพเรือเพื่อสั่งการให้จัดสถานที่กักกันตัวของกองทัพเรือ โดยให้นำกำลังพลที่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องกักกันโรครวม 273 นาย เข้ากักตัวภายในอาคารรับรองสัตหีบ ที่จัดไว้โดยทันทีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะกักตัวจนครบและปฏิบัติตามมาตรการ การกักกันโรคทุกประการ ในขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ จะถูกควบคุมกำกับเป็นไปตามมาตรการอย่างเคร่งครัด โดยเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อพร้อมทั้งทางกรมแพทย์ทหารเรือได้เสนอให้กองทัพเรือแจ้งให้กำลังพลอื่น ๆ ได้ ตรวจสอบข้อมูลจากพื้นที่เสี่ยงเพื่อเป็นการเฝ้าระวังการติดเชื้อโรค COVID-19 ในกำลังพลกองทัพเรือ ที่อาจเข้าไปใช้บริการในช่วงระยะเวลาเดียวกันกับผู้ป่วยไปใช้บริการและจะให้กำลังพลกองทัพเรือที่เคยเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงมารับการตรวจคัดกรองความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค COVID-19 ณ สถานที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ทั้งหมดนี้เป็นการปฎิบัติตามมาตรการของกำลังพลของกองทัพเรืออย่างเคร่งครัด อันทำให้สามารถควบคุมการแพร่กระจายเชื้อต่อไป จึงเรียนข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงให้ได้ทราบถึงการปฏิบัติที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ หลังจากที่ทางการแจ้งระงับการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ แล้วนั้น ทางกองทัพเรือก็ได้เน้นย้ำกำลังพลอยู่เสมอในการปฏิบัติตามมาตรการการป้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง แต่อย่างไรก็ตามก็จำเป็นต้องมีกำลังพลที่ต้องทำหน้าที่ช่วยสาธารณสุขอยู่ในขณะนี้อยู่เป็นจำนวนพอสมควร ในการนี้ พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้แสดงความห่วงใยกำลังพลเหล่านี้ รวมทั้งให้เพิ่มความระมัดระวัง ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ กองทัพเรือได้มี “ศูนย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน โควิด-19 กองทัพเรือ” ทำหน้าที่อำนวยการในการดูแลและป้องกันในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกำลังพล ทร. และหน่วยต่างๆ ของ ทร.ทั้งหมด จึงได้มีการปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้าน พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาค 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เดินทางมายังสถานีตำรวจภูธรมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส หลังได้รับการรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรมูโนะ ร่วมกับกำลัง 3 ฝ่าย จับกุมตัวชาวโรฮิงญา​ จำนวน​ 9​ คน​ ในบ้านเช่าหมู่ที่ 4 ตำบลมูโน๊ะ แยกเป็น​ ชาย​ 3​ คน​ หญิง 6 คน​ อีก 1 คนเป็นเด็กผู้หญิง

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าเดินทางมาจากจังหวัดภูเก็ต​ โดยสารรถประจำทาง ภูเก็ต-สุไหงโก-ลก เมื่อถึงขนส่งจังหวัดยะลา ได้ลงจากรถแล้วเปลี่ยนการเดินทาง โดยรถตู้ปลายทาง บ้านปูโป๊ะ​ หมู่ที่ 4​ ตำบลมูโนะ​ อำเภอสุไหงโก-ลก​ จังหวัดนราธิวาส เพื่อจะมาทำงานในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก​

หลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ประสาน โรงพยาบาลส่งเสริมสาธารณสุขตำบลมูโน๊ะเข้าตรวจคัดกรองตามมาตรการควบคุมโรคจากกระทรวงสาธารณสุข แล้วแยกกักตัวไว้ในพื้นที่

แม่ทัพภาค 4 จะมีคำสั่งให้ตรวจเช็กไทม์ไลน์การเดินทาง รถยนต์ บ้านเช่า ที่นำแรงงานข้ามชาติเข้ามา รวมทั้งกลุ่มนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง อย่างละเอียดหาต้นต่อขบวนการให้ได้ เพื่อตัดต้นทางของขบวนการนำพา ทำการสอบสวนอย่างละเอียด และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

พร้อม เน้นย้ำมาตรการคุมเข้มตลอดแนวชายแดน เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวน โดยเฉพาะช่องทางที่มีชุมชนหรือหมู่บ้านอาศัยอยู่ใกล้แนวชายแดน การจัดตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด และการจัดตั้งแหล่งข่าว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นการลักลอบการหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ยังเป็นมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพื่อไม่ให้มีการระบาดในประเทศไทย


กำลังโหลดความคิดเห็น...