xs
xsm
sm
md
lg

“วัชรพล” ย้ำ “บิ๊กอ๊อด” มีมิติด้านความมั่นคง เหมาะนั่ง ผบ.ตร.ในยามบ้านเมืองไม่ปกติ

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง
รรท.ผบ.ตร.ย้ำเสนอชื่อ “สมยศ” นั่ง ผบ.ตร.คนใหม่เพียงชื่อเดียว เพราะมีคุณสมบัติด้านมิติความมั่นคงเนื่องจากบ้านเมืองอยู่ในสภาวะไม่ค่อยปกติ และผลงานเป็นที่ประจักษ์ ในที่สุดที่ประชุม ก.ต.ช.มีมติเป็นเอกฉันท์

วันนี้ (20 ส.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) มีมติเลือก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.รับผิดชอบงานด้านความมั่นคงเป็น ผบ.ตร.คนใหม่ ซึ่งเป็นการพิจารณาเลือกจากรอง ผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ 5 ท่าน ที่ยังเหลืออายุราชการอยู่หลังวันที่ 30 ก.ย. 2557 โดยตนเสนอชื่อ พล.ต.อ.สมยศ เพียงชื่อเดียว นอกจากนี้ การประชุมวันนี้ นับเป็นการประชุมครั้งแรกหลังมีการปรับโครงสร้าง ก.ต.ช.ซึ่งกำหนดให้ ผบ.ตร.เป็นผู้เสนอชื่อ ผบ.ตร.คนใหม่ให้ที่ประชุมเห็นชอบ

“สำหรับแคนดิเดตทั้ง 5 คน เหตุผลที่เลือก พล.ต.อ.สมยศ เพราะมองว่าในอนาคตข้างหน้ามิติเรื่องความมั่นคงเป็นมิติที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะบ้านเมืองอยู่ในสภาวะไม่ค่อยปกติ ประธาน ก.ต.ช.เห็นว่า พล.ต.อ.สมยศมีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำ ตร.ที่จะทำงานในมิติด้านความมั่นคงร่วมกับรัฐบาล ซึ่งตามประกาศ คสช.ให้คัดเลือก ผบ.ตร.จากรอง ผบ.ตร. และ จตช. หากมองเรื่องอาวุโสทุกคนก็อาวุโสหมด แต่การทำงานในช่วงที่ผ่านมาทุกคนก็ตั้งใจทำงานกันเต็มที่ แต่มิติงานด้านความมั่นคงที่ผ่านมา การสืบสวนคดีความมั่นคง พล.ต.อ.สมยศก็สามารถทำได้สำเร็จ มีการจับกุม ยึดอาวุธสงคราม วัตถุระเบิดได้เป็นจำนวนมาก คดีต่างๆ ซึ่งในอดีตไม่สามารถสืบสวนจับกุมก็สามารถจับกุม ออกหมายจับผู้ก่อเหตุได้ ทำให้คดีมีความชัดเจนขึ้น” รรท.ผบ.ตร.กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ใช้หลักอะไรในการพิจารณาคัดเลือก อย่างหลักอาวุโส หรือความเหมาะสม รรท.ผบ.ตร.กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นว่ารอง ผบ.ตร.และ จตช.ทั้ง 5 ท่านมีความอาวุโส ซึ่งประกาศ คสช.ที่ 88/2557 ระบุว่า ให้พิจารณาจากข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งรอง ผบ.ตร. และจตช. โดยในการเสนอชื่อตนได้ให้เหตุผลที่เลือก พล.ต.อ.สมยศ ซึ่งที่ประชุมได้มีการอภิปรายกันก่อนลงมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์โดยไม่ได้มีการโหวตในที่ประชุมแต่อย่างใด

รรท.ผบ.ตร.กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธาน ก.ต.ช.ได้ย้ำในที่ประชุมให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติอำนวยความยุติธรรมในทุกมิติ การดำเนินคดีและอำนวยความยุติธรรมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ผ่านมามีอัตราการดำเนินคดีที่ต่ำ สั่งการให้ สตช.และกระทรวงยุติธรรมไปหามาตรการในการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้มีการพูดถึงการปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในระยะที่ 2 ทั้งเรื่องโครงสร้าง การจัดโครงสร้างองค์กร โดยได้เน้นย้ำมิติการทำงานร่วมกับทหาร ข้าราชการพลเรือน และผู้ว่าราชการจังหวัด ขณะเดียวกันกำชับการทำงานของตำรวจต้องมีคุณธรรม จริยธรรม ความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ไม่ไปข้องเกี่ยวกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย และต้องให้ความสำคัญต่อการดำเนินคดีหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และยังย้ำเรื่องที่สนับสนุนกำลังพลให้ตร. 5,000 นาย ในขั้นแรก และให้คำมั่นว่าจะเสนอเพิ่มกำลังพลแก่ตร.อีก 9,000 นายในอนาคตอันใกล้ โดยฝากให้คิดกระบวนการพัฒนาบุคคลกรตำรวจในมิติต่างๆ เพื่อให้ตำรวจมีความพร้อม บังคับใช้กฎหมาย ไม่เลือกปฏิบัติ ใช้พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในการอำนวยความยุติธรรมต่างๆ และให้เฝ้าระวังเข้มงวด เรื่องการคอรัปชั่น ความโปร่งใสของข้าราชการตำรวจระดับสูง ที่ต้องเป็นแบบอย่างในการดูแลพี่น้องประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมา มีการตั้งข้อสังเกตว่า ตั้งแต่ เป็นรรท.ผบ.ตร.ก็มอบหมายงานความมั่นคง ซึ่งเป็นงานสำคัญ ใกล้ชิด คสช.ให้พล.ต.อ.สมยศ วันนี้ก็เสนอเป็น ผบ.ตร.ด้วยเหตุผลนี้เป็นการปูทางวางตัวไว้แต่แรกหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า เป็นเรื่องที่สื่อฯตั้งข้อสังเกต แต่สำหรับตนเป็นการมอบหมายงานให้คนที่มีความเหมาะสม ตนไม่มีศักยภาพทำงานได้ทุกมิติ ต้องมีรองผบ.ตร.และผู้ช่วยผบ.ตร.ที่ปรึกษา(สบ10) และจเรตำรวจแห่งชาติ ช่วยงานจึงมอบหมายงานที่แต่ละคนถนัดเป้าหมายทำงานมีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์ในภาพรวม ตนเองก็ได้ประโยชน์ที่สามารถทำงานได้ตามที่ผู้บังคับบัญชาประสงค์ ไม่ได้เป็นการวางตัว แต่เป็นการพิจารณาความเหมาะสม สมัยตนผู้บังคับบัญชามอบหมายดูงานต่างประเทศ ศึกษาอบรมเพราะเห็นว่าถนัด ไม่ใช่เรื่องการวางตัว ผบ.ตร. หากตนถูกวางไปดูงานป้องกันปราบปรามก็คงถนัดน้อยกว่างานด้านอื่นๆทั้งที่ดูงานด้านยาเสพติดมาเป็นสิบๆปี ตนก็ไม่เคยบอกว่าตัวเองเก่งปราบปราม แต่หากงานด้านบริหารตนว่าก็มีความรู้ความสามารถนำพาองค์กรได้ดีกว่า


กำลังโหลดความคิดเห็น