xs
xsm
sm
md
lg

จีนแสกหน้าสหรัฐฯ กรณีทะเลจีนใต้ ย้ำปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ชาติ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

นายจอห์น เคอร์รี (ซ้าย) รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ และนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน แถลงข่าวร่วมกันหลังการประชุม ณ กระทรวงการต่างประเทศ กรุงปักกิ่ง วันที่ 16 พ.ค. 2558 (ภาพ เอเอฟพี)
เอเอฟพี - จีน-สหรัฐฯ ยังคงเขม่นใส่กันในประเด็นข้อพิพาททะเลจีนใต้ โดยพญามังกรเน้นย้ำการถมทะเลสร้างเกาะเทียมเป็นไปตามอำนาจอธิปไตย พร้อมปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มกำลัง

ภายหลังการประชุมกับนายจอห์น เคอร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาในวันนี้ (16 พ.ค.) นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ก็มิได้แสดงท่าทีโอนอ่อนผ่อนตามคำของคู่เจรจาแต่อย่างใด แม้นายเคอร์รีจะกล่าวกระตุ้นจีนดำเนินการเพื่อผ่อนปรนความตึงเครียดที่กำลังปะทุขึ้นมา

โครงการก่อสร้างตามแนวปะการังและพื้นที่หมู่เกาะหนันซา ตั้งอยู่บนขอบเขตอำนาจอธิปไตยจีนอย่างสมบูรณ์” หวังบอกกับนักข่าว โดยอ้างอิงชื่อของหมู่เกาะสแปรตลีย์ (Spratly Islands) เป็นภาษาจีนที่เรียกว่า หมู่เกาะหนันซา (南沙群岛)

ผมขอยืนยันเจตนารมณ์ในการปกป้องอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของจีนว่าจะเป็นไปอย่างเข้มแข็งดุจดังผาหิน” หวังกล่าว “เพราะมันเป็นความปรารถนาของรัฐบาลแห่งประชาชน และอยู่บนสิทธิอันถูกต้องตามกฎหมายของเรา”

หวังได้แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาในงานแถลงข่าวร่วมกันกับเคอร์รี ที่อยู่ระหว่างเดินทางเยือนจีนเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งมีเป้าประสงค์ชัดแจ้งมาหารือเกี่ยวกับความตั้งใจขยายพื้นที่ครอบครองในทะเลจีนใต้ของปักกิ่ง
แนวปะการังซูบู หนึ่งในแนวปะการังของหมู่เกาะสแปรตลีย์ ที่จีนกำลังถมทะเลสร้างเกาะเทียมเพื่อโครงการลานบินทางทหาร บันทึกภาพเมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2558 (ภาพ เกียวโด)
จีนนั้นอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ราวร้อยละ 90 ของพื้นที่ทั้งหมด 3.5 ล้านตารางกิโลเมตรในทะเลจีนใต้ ด้วยการเข้าถมทะเลสร้างเกาะเทียมอย่างรวดเร็วรอบแนวปะการัง 7 แห่ง บริเวณหมู่เกาะสแปรตลีย์ ซึ่งจุดชนวนความขัดแย้งกับผู้อ้างกรรมสิทธิ์รายอื่น ได้แก่ ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน มาเลเซีย บรูไน และเวียดนาม

ภาพถ่ายจากดาวเทียมที่เผยแพร่ไม่นานนี้ชี้ว่า จีนได้เริ่มถมทะเลและก่อสร้างลานจอดเครื่องบินของกองทัพบนแนวปะการังแฟร์รี ครอส รีฟ ตั้งแต่เดือนมี.ค. ปีก่อน รวมถึงลานบินแห่งที่สองบนแนวปะการังอีกแห่งหนึ่งด้วย ทำให้ฟิลิปปินส์ที่เป็นพันธมิตรสนิทกับอเมริกาออกโรงเรียกร้องมาตรการฉุกเฉิน

แต่จีนที่ปฏิเสธการเข้ามายุ่มย่ามข้อพิพาททะเลจีนใต้ของสหรัฐฯ มาโดยตลอด ก็ตำหนิว่าสหรัฐฯ กำลังยั่วยุความตึงเครียดด้วยการส่งเสริมประเทศต่างๆ เข้าร่วม ‘พฤติกรรมสุ่มเสี่ยงอันตราย’ โดยจีนย้ำว่าวิถีทางเดียวของการแก้ไขปัญหาคือการเจรจาระดับทวิภาคีเท่านั้น
บรรยากาศการประชุมที่มีข้อพิพาททะเลจีนใต้เป็นหัวข้อหลัก (ภาพ เอเอฟพี)
ขณะเดียวกันทางการจีนแสดงความกังวลเกี่ยวกับแผนการของสหรัฐฯ ที่อาจจัดส่งเครื่องบินและเรือรบมาลาดตระเวณเพื่อยืนยันสิทธิเสรีภาพของการเดินเรือในทะเลจีนใต้ ซึ่งทางเคอร์รีไม่ได้ให้คำตอบกับข้อซักถามว่าเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด

กฎหมายระหว่างประเทศมิได้ยอมรับอำนาจอธิปไตยอันเป็นผลผลิตจากการก่อสร้างบนแนวปะการังใต้ทะเล” รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าว

เคอร์รีระบุว่าสหรัฐฯ เป็นห่วงขอบเขตและการเร่งถมทะเลฯ ของจีนในพื้นที่พิพาท โดยฝากผ่านรัฐมนตรีหวังกระทำการอันจะรวบรวมทุกฝ่ายมาช่วยกันลดสถานการณ์ความตึงเครียด และเพิ่มโอกาสของการแก้ไขปัญหาทางการทูต

นอกจากนั้นเคอร์รีบอกว่าเขาและหวังต่างเห็นด้วยว่าภูมิภาคต้องการ ‘การทูตอันชาญฉลาด’ เพื่อสรุปหาแนวทางปฏิบัติร่วมกันระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียนกับจีน รวมถึงการปราศจากอาณาเขตและลานบินทางการทหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่สหรัฐฯ เชื่อว่าจีนกำลังลงมือก่อสร้างบนเกาะเทียม

“สหรัฐฯ และจีนยังมีงานอีกมากที่ต้องร่วมกันทำให้สำเร็จ … ในฐานะสองมหาอำนาจอันทรงอิทธิพลทางเศรษฐกิจที่สุดของโลก” เคอร์รีเสริมอีกว่า หลายล้านคนทั่วโลกคาดหวังการสร้างสรรค์มาตรฐานการประพฤติปฏิบัติและความมุ่งมั่นทะเยอทะยานที่สูงยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ รัฐมนตรีจอห์น เคอร์รี ตบเท้าเยือนแดนมังกรเพื่อตระเตรียมความพร้อมสำหรับเวทีประชุมหารือทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจสหรัฐฯ-จีน ซึ่งจะจัดขึ้นเดือนหน้าที่กรุงวอชิงตัน รวมถึงการเดินทางเยือนสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนก.ย. นี้อีกด้วย

กำลังโหลดความคิดเห็น