“ไทยออยล์”เผยนักลงทุนทั่วโลกแห่จองหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์สกุลดอลลาร์สหรัฐท่วมท้น6,500ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ11เท่าของมูลค่าหุ้นกู้ฯที่เสนอขายมูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินจากการขายหุ้นกู้ไปใช้โครงการ CFP สร้างความมั่นคงทางการเงินของบริษัทฯ ในระยะยาว
นางวนิดา บุญภิรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการเงินและบัญชี บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)หรือ TOP เปิดเผยว่า บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนสกุลดอลลาร์สหรัฐ (“หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์”) ซึ่งถือเป็นธุรกรรมการออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ชุดแรกจากบริษัทไทยในปี 2569 ที่ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดีเยี่ยม มียอดความต้องการจองซื้อสูงสุดกว่า 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณเกือบ 11 เท่าของมูลค่าที่เสนอขาย600ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเงินมาสนับสนุนการลงทุนโดยเฉพาะโครงการพลังงานสะอาด(Clean Fuel Project:CFP)
หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ดังกล่าว ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก S&P Global Ratings ที่ระดับ BB- และจาก Moody’s Investors Service ที่ระดับ Ba2 ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ Investment Grade จาก Moody’s Investors Service ที่ระดับ Baa3 (Negative Outlook) และจาก S&P Global Ratings ที่ระดับ BBB- (Negative Outlook) โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6.1 ต่อปี สำหรับระยะเวลา 5.25 ปีแรก และภายหลังจากระยะเวลาดังกล่าว อัตราดอกเบี้ยจะเป็นไปตามรายละเอียดที่กำหนดไว้ในเอกสารเสนอขาย
โดยการเสนอขายในครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากนักลงทุนทั่วโลก มียอดความต้องการจองซื้อสูงสุดเกือบ 11 เท่าของมูลค่าที่เสนอขาย และปิดยอดการจองซื้อที่ 10.33 เท่า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อความแข็งแกร่งด้านเครดิตของบริษัทฯ โดยการออกและเสนอขายหุ้นกู้ ชั่วนิรันดร์ดังกล่าว จัดจำหน่ายโดยธนาคาร BNP Paribas, BofA Securities, Deutsche Bank, HSBC, Mizuho และ Standard Chartered Bank
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้มีการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนผ่านการทำสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Cross Currency Swap) โดยแปลงจากหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์สกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลบาท ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสุทธิของหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ดังกล่าว เมื่อแปลงเป็นสกุลเงินบาท อยู่ที่เพียงร้อยละ 3.875 ต่อปี ทำให้บริษัทฯ สามารถบริหารต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการระดมทุนผ่านการออกพันธบัตรสกุลดอลลาร์สหรัฐด้วยต้นทุนที่ดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ แม้จะอยู่ท่ามกลางภาวะความกดดันของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก
การออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ดังกล่าว สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางการเงินของบริษัทฯ โดยมุ่งเน้นการรองรับแผนการลงทุนใน โครงการ CFP ควบคู่กับการบริหารโครงสร้างเงินทุนให้มีความแข็งแกร่งและเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว


