กรุงเทพฯ (14 มกราคม 2569) – สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอีไทย) ร่วมกับ Basecamp จัดงานสัมมนาสรุปทิศทางพฤติกรรมผู้บริโภคในอีก 2 ปีข้างหน้า ชี้จุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อการตลาดเข้าสู่ยุค “ความเชื่อใจคือสกุลเงินใหม่” แนะผู้ประกอบการไทยปรับตัวรับมือกับกระบวนการซื้อที่เปลี่ยนจาก “การค้นหา” เป็น “การถูกค้นพบ” เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระดับสากล
คุณสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาเอสเอ็มอีไทย และ CEO ของ Basecamp เปิดเผยอินไซต์ด้าน Emotional Drivers หรือแรงขับเคลื่อนทางอารมณ์ที่จะมีผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมีนัยสำคัญในปี 2026-2027:
• Strategic Joy (ความสุขเชิงกลยุทธ์): ผู้บริโภคจะตั้งใจมองหาประสบการณ์ที่มอบความสุขและสีสัน เพื่อเยียวยาความเครียดจากการใช้ชีวิต
• Witherwill (การพักผ่อนระดับลึก): กระแสการแสวงหาพื้นที่สงบและการทำ Digital Detox เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจโดยไม่เน้น Productivity
• Suspicious Optimism (ความหวังบนความระแวง): สภาวะที่ผู้บริโภคเปิดรับนวัตกรรมแต่ขณะเดียวกันก็มีการ Fact-checking อย่างเข้มงวด แบรนด์จึงต้องพิสูจน์คุณค่าด้วยการกระทำภายใต้แนวคิด “Show me, not tell me”
ด้าน คุณจิระชญา เศวตวาณิชกุล ผู้เชี่ยวชาญจาก Montivory ได้สรุป 4 กลยุทธ์การตลาดตามบุคลิกผู้บริโภค (Consumer Archetypes):
• The Gleamers (กลุ่มนิยมความรื่นรมย์): ตอบโจทย์ด้วยสินค้า Limited-edition หรือการออกแบบที่เน้น Sensory Excitement
• The Impartialists (กลุ่มนิยมความโปร่งใส): เน้นความชัดเจนของส่วนประกอบ (Ingredient lists) และนโยบายความเป็นส่วนตัวที่ตรงไปตรงมา
• The Synergists (กลุ่มนิยมพลังร่วม): เน้นการสร้าง Co-creation และ Shared Purpose เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า
• The Autonomists (กลุ่มนิยมอิสระ): ให้ความสำคัญกับ Self-service tools และช่องทางการตัดสินใจที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของ Algorithm
ขณะที่ คุณรมนต์อร บุญเรือง เลขาธิการสภาเอสเอ็มอีไทย ได้เน้นย้ำถึงจุดเด่นที่นักการตลาดยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญ คือการเปลี่ยนแปลงของ Consumer Decision Loop หรือวงจรการตัดสินใจซื้อ:
1. Discovery 4.0: การค้นหาจะเปลี่ยนไปสู่ AI Answer Engines และระบบ Shop-in-feed ที่สินค้าจะเป็นฝ่าย “วิ่งหาคน” ผ่านอัลกอริทึมและ Short-form video
2. Trust Architecture: ความเชื่อใจไม่ได้เกิดจากโฆษณา แต่เกิดจาก Creators as Educators หรือกลุ่มผู้สร้างคอนเทนต์ที่ทำหน้าที่ให้ความรู้และเปรียบเทียบข้อมูลจริง
3. Frictionless Trial: การลดความเสี่ยงด้วยเทคนิค Live Demos, สินค้าขนาดทดลอง (Mini sizes) และการรับประกันที่ชัดเจน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการทดลองใช้ได้ง่ายที่สุด
4. Repeat through Convenience: การซื้อซ้ำจะเกิดขึ้นจากความสะดวก (Convenience) เช่น ระบบการสั่งซื้อซ้ำอัตโนมัติ (Subscriptions) และการบริการที่รวดเร็ว
“จุดเด่นของผู้ประกอบการไทยคือความยืดหยุ่น แต่ในโลกยุค 2026 เราต้องเพิ่มความแม่นยำด้วยข้อมูลและการวิเคราะห์พฤติกรรมจริง (Natural Behavior) การเข้าใจว่าลูกค้าแต่ละเจเนอเรชันขยับตัวอย่างไรใน Decision Loop จะช่วยให้เราออกแบบ Customer Journey ได้อย่างทรงพลังและยั่งยืน” คุณรมนต์อร กล่าวทิ้งท้าย


