xs
xsm
sm
md
lg

“ซีเล็ค” งัด 5 กลยุทธ์ขยายตลาด ทูน่ากระป๋อง 760 ล.เริ่มคึกโต8%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการรายวัน 360 - ซีเล็คทูน่ากระป๋อง ปักธงรายได้ปี 69 โตต่อเนื่อง จากปีนี้โต 10% ผ่าน 3 แกนหลักขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ Smart Protein for All ย้ำยอดส่งออก CLMV ไม่กระทบแม้ขาดกัมพูชาไป ส่วนเรื่องน้ำท่วมภาคใต้มีกระทบเรื่องขนส่งบ้าง แต่เน้นช่วยเหลือผู้ประสบภัยและพนักงานก่อนเพราะมองเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ควรทำ


นางสาวณัฐวีณ์ วชิรทวีพัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป บริหารกลุ่มตลาดเกิดใหม่ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดทูน่ากระป๋องพึ่งได้รับความสนใจจนเติบโตได้ 8% ในช่วง 2 ปีมานี้ จาก 6-7 ปีก่อนเติบโตปีละ 1% เท่านั้น ส่วนสำคัญเกิดจากการขับเคลื่อนตลาดโดยแบรนด์ซีเล็คที่มุ่งขยายกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น ส่งผลให้ปัจจุบัน ตลาดทูน่ากระป๋อง มีมูลค่ากว่า 760 ล้านบาท (ข้อมูลจากทางนีลเส็น) ถึงสิ้นปีนี้คาดว่าภาพรวมจะเติบโต 8% เมื่อเทียบกับปีก่อนได้

ในส่วนของซีเล็ค ปีนี้คาดว่าจะปิดรายได้ที่ 850 ล้านบาท เติบโต 10% มากกว่าตลาด โดยปัจจุบันมีแชร์ 57.5% เป็นอันดับหนึ่งของตลาดทูน่ากระป๋อง ขณะที่ปีก่อนก็เติบโต 10% ปิดรายได้ที่ 766 ล้านบาท


ความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาจากกลยุทธ์ Smart Protein for AIl มุ่งนำเสนอโปรตีนคุณภาพสูงที่มาพร้อมสารอาหารดีๆ ของท้องทะเล เช่น ดีเอชเอ, กรดไขมันโอเมก้า-3 และวิตามินบี 12 ที่มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมองจากทูน่าธรรมชาติในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย มีความหลากหลาย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้มองว่าในปี 2569 ความต้องการโปรตีนคุณภาพสูงพร้อมสารอาหารดีๆ จากท้องทะเล และเทรนด์สุขภาพ ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ซีเล็คจึงมุ่งยกระดับประสบการณ์การรับประทานทูน่า ผ่านการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ และกิจกรรมการตลาดที่น่าตื่นเต้นมากมาย เพื่อส่งมอบโปรดีนจากท้องทะเลที่มีคุณภาพให้ผู้บริโภคสามารถรับประทานได้ในทุกวัน ภายใต้กลยุทธ์ Smart Protein for AIl

ที่ประกอบด้วย 1.ส่งเสริมทูน่าให้เป็นมากกว่าโปรตีน (Tuna as Smart Protein Choice) มุ่งยกระดับทูน่าพร้อมปรุง ผ่านจุดเด่นในฐานะ "โปรตีนที่ช่วยเสริมการทำงานของสมอง" เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่มองหาโปรตีนคุณภาพสูง อุดมด้วยสารอาหารจากธรรมชาติตอบโจทย์กลุ่มวัยทำงานและผู้ที่รักสุขภาพ


2.ต่อยอดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และความร่วมมือกับพันธมิตร (Product Innovation & Taste Collaboration) มุ่งต่อยอดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์พร้อมทาน และร่วมมือกับพันธมิตรในการทำ Taste Collaboration โดยช่วงไตรมาสสองปีหน้า จะเปิดตัว น้ำพริกเผาทูน่า ร่วมกับพาร์ทเนอร์ใหม่อีก 1 ราย จากเดิมในปีนี้ที่ได้เปิดตัว น้ำพริกทูน่าผสมปลาร้า ร่วมกับ น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ และปลาทูน่านึ่งซีอิ๊ว ร่วมกับ เด็กสมบูรณ์ ชูจุดเด่นด้านความอร่อย สะดวก เข้าถึงง่าย แต่ยังเปี่ยมด้วยคุณค่าโภชนาการ

3.เจาะตลาดครอบครัวด้วยคาแรกเตอร์ (Family Engagement via Character Collaboration) เพื่อเพิ่มความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์บนชั้นวางและเชื่อมโยงแบรนด์กับไลฟ์สไตล์ครอบครัว ล่าสุดได้เปิดตัว The Powerpuff Girls x SEALECT กับคาแรกเตอร์ บลอซซั่ม บับเบิ้ล และบัตเตอร์คัพ มาเพิ่มความสนุกให้กับผลิตภัณฑ์และสร้างการจดจำ 

4.สร้างอีโคชิสเต็มในทุกช่องทางแบบครบวงจร (Omnichannel Ecosystem) เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ทั้งออฟไลน์และออนไลน์เพื่อสร้างการรับรู้และเชื่อมโยงผู้บริโภคเข้ากับแบรนด์แบบครบวงจร ด้วยกลยุทธ์การสื่อสารที่ตอบโจทย์ประสบการณ์ซื้อในแต่ละช่องทาง พร้อมสิทธิประโยชน์และเซอร์ไพรส์พิเศษสำหรับสมาชิกแบบจัดเต็ม


5.ยกระดับแคมเปญ CRM เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมและเพิ่มการซื้อซ้ำของผู้บริโภค ผ่านกิจกรรมลุ้นรางวัล ส่วนลด โปรโมชัน และสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกโดยเฉพาะ

“ปีหน้าซีเล็คยังคงตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่อง ภายใต้ 3 แกนหลักขับเคลื่อน คือ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เน้นสร้างจุดขายเกี่ยวกับโปรตีนที่มีสารอาหารที่คุณประโยชน์ให้มากขึ้น และสร้างแคมเปญคอนเท้นท์บิ้วด์แบรนด์ต่อเนื่อง ภายใต้งบการตลาดที่วางไว้ 4.5% ของรายได้รวม มั่นใจว่าในปี 2569 ยอดขายจะเป็นไปตามที่วางไว้ ซึ่งรายได้รวมของซีเล็ค คิดเป็นสัดส่วนเพียง 5% ของรายได้รวมไทยยูเนี่ยน” นางสาวณัฐวีณ์ กล่าว

ส่วนปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา กระทบกับยอดขายส่งออกบ้าง ซึ่งเดิมซีเล็คมียอดขายหลักกว่า 95% มาจากในประเทศ และส่งออกเฉพาะ CLMV เพียง 5% ซึ่งในส่วนนี้มีเพียงลาว กัมพูชา และเวียดนาม ไม่ได้ส่งออกไปเมียนมา และสัดส่วนการส่งออกไปกัมพูชามีมากสุด แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ก็เน้นขายไปอีก 2 ประเทศให้มากขึ้นแทน บวกกับปัญหานี้เกิดขึ้นช่วงไตรมาสสามจนถึงตอนนี้จึงกระทบเพียงเล็กน้อย ยอดส่งออกเฉลี่ยจึงยังคงอยู่ที่ 5% เท่าเดิม แต่หากมีปัญหาต่อไปในระยะยาวน่าจะได้รับกระทบจริง


ส่วนเรื่องปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ในเวลานี้ มีกระทบในเรื่องการขนส่งสินค้าไปภาคใต้เป็นหลักมากกว่า อาจมีการลดกำลังผลิตบางตัวลง และเพิ่มตัวอื่นๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยรวมถึงพนักงานของซีเล็ค ที่ทำงานอยู่ในโรงงานที่ภาคใต้ 3 แห่ง ซึ่งมี 1 แห่งที่อยู่ใกล้กับอำเภอหาดใหญ่มากที่สุด และได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมในครั้งนี้
อย่างไรก็ตามปัจจุบันซีเล็คมีสินค้าอยู่ 2 กลุ่มหลัก คือ 1.ทูน่าพร้อมปรุง (Ready-to-Cook) ทั้งแบบสเต็กและแบบเซนด์วิช ประกอบด้วย ซีฟิตต์ ไขมัน 0% มียอดขายเป็นอันดับหนึ่ง, ซีเล็คคลาสสิก และซีเล็คพรีเมี่ยมเยลโล่ฟิน รวมทั้งหมด 23 SKU และ 2.ทูน่าพร้อมทาน (Ready-o-Eat) ประกอบด้วย น้ำพริกทูน่า, ทูน่าสเปรด, ทูน่าท๊อปปิ้ง และทูน่าปรุงสำเร็จพร้อมทานสไตล์ไทยและญี่ปุ่น รวมทั้งหมด 17 SKU เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่มีอยู่ 5 กลุ่ม คือ กลุ่มรักสุขภาพ, ครอบครัว, เจน Z, 40 ปีขึ้นำไป และกลุ่มที่มองหาสแน็กเพื่อสุขภาพ.
















กำลังโหลดความคิดเห็น