xs
xsm
sm
md
lg

GULF มั่นใจปลายปีนี้สรุปค่าไฟโรงไฟฟ้าเขื่อนในลาว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“กัลฟ์” ลั่นโครงการโรงไฟฟ้าเขื่อน 3 โรงที่ลาว กำลังการผลิตรวม 2,366 เมกะวัตต์ คาดได้ข้อสรุปค่าไฟในปลายปีนี้ โดยบริษัทจะถือหุ้นราว 30-35% ร่วมกับพันธมิตรจีน

น.ส.ยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) เปิดเผยว่า บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเจรจาค่าไฟในโครงการโรงไฟฟ้าเขื่อนจำนวน 3 โครงการที่ สปป.ลาว คิดเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 2,366 เมกะวัตต์ คาดว่าจะมีข้อสรุปในปลายปีนี้ โดยโครงการดังกล่าวบริษัทจะถือหุ้น 30-35% โดยมีพันธมิตรจากจีนเป็นผู้ถือหุ้นทั้งบริษัท ต้าถัง และบริษัท เพาเวอร์ ไชน่า จำกัด
ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้าเขื่อนทั้ง 3 โรง ประกอบด้วย โครงการ Pak Beng กำลังการผลิตไฟฟ้า 912 เมกะวัตต์ โครงการ Pak Lay กำลังการผลิตไฟฟ้า 770 เมกะวัตต์ และโครงการ Sanakham กำลังการผลิตไฟฟ้า 684 เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุนเมกะวัตต์ละ 3.3 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยโรงไฟฟ้าเขื่อนทั้ง 3 โรงคาดว่าจะจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 2572-2573 โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้จะมีการส่งมาจำหน่ายในไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาค่าไฟกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

ในสิ้นปีนี้ GULF มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 14,385 เมกะวัตต์ โดยคิดเป็นกำลังการผลิตตามสัดสวนการถือหุ้นอยู่ที่ 8,098 เมกะวัตต์ คาดว่าจะจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ได้ครบทั้งหมดในปี 2570 โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนาโรงไฟฟ้า IPP จำนวน 2 โรงรวมกำลังการผลิต 5,000 เมกะวัตต์ อาทิ โรงไฟฟ้า IPP GSRC จ.ชลบุรี กำลังผลิตรวม 2,500 เมกะวัตต์ ทยอย COD ปี 2564-65 โรงไฟฟ้า IPP GPD จ.ระยอง กำลังการผลิตรวมราว 2,500 เมกะวัตต์ จะทยอย COD ในปี 2566-67 ส่วนโรงไฟฟ้าหินกอง จ.ราชบุรี ขนาด 1,400 เมกะวัตต์ จะเดินเครื่องผลิตในปี 2567 และ 2568 ขณะที่โรงไฟฟ้าบูรพา พาวเวอร์ ซึ่งเป็น IPP ขนาด 540 เมกะวัตต์เริ่ม COD ในปี 2570

น.ส.ยุพาพินกล่าวว่า จากกำลังการผลิตที่ทยอย COD เพิ่มขึ้นจะสร้างการเติบโตให้กับบริษัทฯ ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยในปี 2570 บริษัทคาดว่าจะมีรายได้รวมราว 1.5-1.7 แสนล้านบาท ขณะที่ในปีนี้มั่นใจว่ารายได้จะเติบโตได้ในระดับ 35,000 ล้านบาท หรือโต 15%

สำหรับเงินลงทุนในช่วง 5 ปี (2563-2568) คาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 1 แสนล้านบาท โดยในปีนี้คาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 45,000 ล้านบาท ส่วนระหว่างปี 2564-2568 คาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 55,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้า IPP 5,000 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าหินกอง 1,400 เมกะวัตต์ รองรับการเข้าซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเยอรมนีขนาด 464.8 เมกะวัตต์ และลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมในในประเทศเวียดนาม รวมถึงใช้ในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นโครงการท่าเรือแหลมฉะบังเฟส 3 ท่าเรือมาบตาพุต เฟส 3 การลงทุนในโครงการติดตั้งระบบบริการจัดเก็บค่าผ่านทางและบำรุงรักษา (O&M) โครงการมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา M6 ระยะทาง 196 กิโลเมตร (กม.) และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี M9 ระยะทาง 96 กม.


กำลังโหลดความคิดเห็น...