xs
xsm
sm
md
lg

พลิกตำราไม่จ่ายค่าโง่โฮปเวลล์ หลังศาล ปค.สูงสุดไม่รับรื้อคดี ยังเหลือสู้ปมเพิกถอนทะเบียนสัญญา “โมฆะ”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศาลปกครองสูงสุดไม่รับพิจารณาคดี “ค่าโง่โฮปเวลล์” ยืนคำสั่งเดิม รัฐจ่ายชดเชย 2.4 หมื่นล้าน เหตุไม่มีหลักฐานใหม่ “ศักดิ์สยาม” สั่งทีม กม.ตรวจรายละเอียดหาช่องทางสู้ต่อไป ลุ้นประเด็นเพิกถอนนายทะเบียนสัญญาโมฆะ รัฐไม่ต้องจ่ายค่าโง่

วันนี้ (22 ก.ค.) ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น ในคดีหมายเลขดำที่ 107/2552, 2038/2551, 1379/2552 คดีหมายเลขแดงที่ 366-368/2557 ระหว่าง กระทรวงคมนาคม ที่ 1 การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ 2 ผู้ร้อง บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้คัดค้าน โดยมีคำสั่งไม่รับคำร้องของกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ขอให้พิจารณาคดีโฮปเวลล์ใหม่ โดยอ้างเหตุว่ามีการรับฟังข้อเท็จจริงผิดพลาดและมีพยานหลักฐานใหม่อันอาจทำให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป

ซึ่งมีผลทำให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 119/2547 หมายเลขแดงที่ 64/2551 ลงวันที่ 30 ก.ย. 25551 ที่ให้กระทรวงคมนาคม และการรถไฟฯ คืนเงินค่าตอบแทนที่ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) ชำระและใช้เงินในการก่อสร้างโครงการ พร้อมดอกเบี้ย ราว 2.4 หมื่นล้านบาท ให้แก่บริษัท โฮปเวลล์

ทั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุดพิจารณากรณีที่กระทรวงคมนาคมและ ร.ฟ.ท.โต้แย้งเรื่องความสามารถของ บ.โฮปเวลล์ขณะเข้าทำสัญญา ว่าเป็นการดำเนินการของคนต่างด้าวที่ฝ่าฝืนประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 281 ลงวันที่ 24 พ.ย. 2515 ทั้งที่เอกสารหลักฐานดังกล่าวเป็นเอกสารที่ส่วนราชการสามารถตรวจสอบได้เองในขณะที่เข้าทำสัญญาพิพาท แต่ทั้งกระทรวงคมนาคมและ ร.ฟ.ท.มิเคยโต้แย้งมาก่อน ทั้งในศาลปกครองชั้นต้นและศาลปกครองสูงสุด ซึ่งไม่อาจถือได้ว่าไม่ทราบถึงเหตุนั้น ในการพิจารณาครั้งที่แล้วมา โดยมิใช่ความผิดของผู้ร้อง ถือว่าเอกสารมีอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นหลักฐานที่ปราฏขึ้นใหม่

@“ศักดิ์สยาม” สั่งถอดคำสั่งศาล เร่งวางแนวทางสู้ต่อ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับทราบว่าศาลปกครองสูงสุดได้อ่านคำพิพากษาแล้ว แต่เนื่องจากมีรายละเอียดค่อนข้างมากถึง 23 หน้า จึงให้ฝ่ายกฎหมายของกระทรวงคมนาคมและ ร.ฟ.ท.ตรวจสอบรายละเอียดก่อน จากนั้นจะพิจารณาแนวทางการดำเนินการต่อไป ตอนนี้ตนจึงยังให้ความเห็นอะไรไม่ได้

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมระบุว่า จากที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ชำระค่าเสียหายให้โฮปเวลล์ วงเงินประมาณ 24,798 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินต้น 11,888 ล้านบาท ดอกเบี้ย 12,910 ล้านบาท เป็นการดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการคู่ขนาน โดยตั้งคณะทำงานชุดที่มี นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน เพื่อเจรจาเงื่อนไขการชำระค่าเสียหาย เช่น ทยอยผ่อนชำระ ลดดอกเบี้ย ซึ่ง บ.โฮปเวลล์ได้ยื่นข้อเสนอให้กระทรวงคมนาคม และ ร.ฟ.ท.ชำระเงินรวมดอกเบี้ยที่ประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท พร้อมเงื่อนไขที่ต้องอำนวยความสะดวกในการนำเงินออกนอกประเทศ และดำเนินการถอนเรื่องการฟ้องร้อง อุทธรณ์คดีความต่างๆ ให้ยุติทั้งหมด

โดยกระทรวงคมนาคมและ ร.ฟ.ท.ได้นำประเด็นเงื่อนไขของโฮปเวลล์หารือทางอัยการสูงสุด ซึ่งเห็นว่า เป็นเงื่อนไขที่รัฐเสียเปรียบ ไม่สามารถยอมรับได้ ทำให้ในส่วนของการเจรจากับโฮปเวลล์ยังไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติม

@ ลุ้นศาลปกครองประเด็นเพิกถอนนายทะเบียน-สัญญาโมฆะ

ขณะที่เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2563 นายนิติธร ลํ้าเหลือ ทนายความ ผู้ได้รับมอบอำนาจจาก ร.ฟ.ท. และกระทรวงคมนาคม ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ตรวจสอบการจดทะเบียนของบริษัทโฮปเวลล์ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยยื่นฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายทะเบียน คือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการเพิกถอนการจดทะเบียนย้อนหลังของโฮปเวลล์ ตรวจสอบพบว่า บ.โฮปเวลล์ขาดคุณสมบัติตามกฎหมาย โดยการจดทะเบียนมีนิติบุคคลต่างชาติเป็นเจ้าของกิจการขัดกฎหมายของไทยขณะนั้น ซึ่งตามกระบวนการศาลคาดว่านัดวันไต่สวนภายใน 30 วัน หรือภายในเดือน ก.ค.นี้ ว่าจะรับหรือไม่รับคำร้อง

หากศาลมีคำสั่งให้กระทรวงพาณิชย์เพิกถอนการจดทะเบียน ทำให้ บ.โฮปเวลล์ไม่มีตัวตน และสัญญาระหว่างกระทรวงคมนาคม ร.ฟ.ท. และโฮปเวลล์ เป็นโมฆะ และการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจะไม่เป็นผล

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ยืนยันจะต้องนำทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องมาพิจารณาและสู้ในทุกช่องทางที่จะทำได้ โดยเห็นว่าแนวทางหนึ่งที่จะต้องนำมาต่อสู้คือ แนวทางเดียวกับการต่อสู้คดีโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ที่มีการทุจริตทำให้การลงนามสัญญาไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีผลผูกพัน

ทั้งนี้ สำหรับคดีโฮปเวลล์นั้นยังมีความต่างกับคดีคลองด่านอยู่บ้างในการต่อสู้ที่ผ่านมา ซึ่งคดีคลองด่าน กระทรวงการคลังและกรมควบคุมมลพิษได้ตรวจสอบประเด็นทุจริตคู่ขนานกับการต่อสู้คดีมาตลอด ขณะที่ คมนาคมและ ร.ฟ.ท.เพิ่งนำประเด็นการทุจริตมาตรวจสอบ หลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้จ่ายชดใช้ค่าเสียหายแก่ บ.โฮปเวลล์แล้ว

ที่ผ่านมา ร.ฟ.ท.ได้มีการต่อสู้ในประเด็นเรื่องการนับอายุความ ซึ่งศาลปกครองชั้นต้นเห็นว่าหมดอายุความจริง แต่ศาลปกครองสูงสุดกลับเห็นต่างจากศาลปกครองกลาง ทำให้ต้องยืนตามอนุญาโตตุลาการ


กำลังโหลดความคิดเห็น...