xs
xsm
sm
md
lg

“จุรินทร์” ประชุมติดตามสถานการณ์ผลไม้ภาคเหนือ ยันมีแผนรับมือ “ลำไย” ไว้พร้อมแล้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“จุรินทร์” ประชุมติดตามสถานการณ์ผลไม้ภาคเหนือ ยัน “ลำไย” ที่จะออกสู่ตลาด มีแผนรับมือไว้หมดแล้ว ทั้งการช่วยสนับสนุนการรวบรวมลำไยเพื่อขายในประเทศและส่งออก การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผลไม้ และเร่งขยายตลาดส่งออกเพิ่ม รวมถึงการขายออนไลน์

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการประชุมติดตามสถานการณ์ผลไม้ภาคเหนือ (ลำไย มะม่วง ลิ้นจี่) ณ ห้องประชุม อบจ.ลำพูน ว่าได้มีการติดตามสถานการณ์ผลผลิตลำไยที่จะออกสู่ตลาด โดยปีนี้ คาดว่าจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 20% โดยในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ได้มีมาตรการออกมาก่อนหน้านี้แล้ว และพร้อมที่จะใช้ได้ทันทีที่ผลผลิตออกมาในช่วงเดือน ก.ค. 2563 โดยจะเน้นการส่งเสริมการบริโภคลำไยทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

สำหรับมาตรการที่เตรียมไว้ จะเข้าไปค่าบริหารจัดการสำหรับการจำหน่ายในประเทศสำหรับผู้รวบรวมลำไยกิโลกรัมละ 3 บาท วงเงิน 199 ล้านบาท และสำหรับผู้ที่รวบรวมและส่งออกไปยังต่างประเทศด้วยตัวเองจะช่วยกิโลกรัมละ 5 บาท ภายใต้วงเงิน 51 ล้านบาท และในเรื่องของดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับผู้รวบรวมผลไม้หรือลำไย ผู้แปรรูปและผู้ส่งออก สามารถใช้วงเงินกู้ที่กระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปช่วยสนับสนุนดอกเบี้ยให้อีก 3% เช่นกู้ 4% ก็รับภาระดอกเบี้ยแค่ 1% เพราะกระทรวงพาณิชย์ช่วย 3% ภายในวงเงิน 45 ล้านบาท

ทั้งนี้ ยังได้เตรียมงานสำหรับการจัดเทศกาลส่งเสริมการบริโภคผลไม้ในช่วง 2 เดือนนี้ เป็นกรณีพิเศษ วงเงินอีก 50 ล้านบาทสำหรับการจัด Thai Fruit Golden Months คือ เดือน มิ.ย.-ก.ค. 2563 ซึ่งจะช่วยระบายลำไยด้วย

ส่วนตลาดส่งออก จะช่วยเร่งรัดแก้ปัญหาหลายประการ เช่น ในเรื่องของการส่งออกผลไม้จากประเทศไทยผ่านประเทศลาวหรือผ่านประเทศเวียดนามไปยังจีนตอนใต้ ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เข้าไปช่วยคลี่คลายปัญหาด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ให้คล่องตัวขึ้น ทั้งด่านโหยวอี้กวน เมืองผิงเสียง และด่านตงซิง และทางใต้แถวมาเลเซีย ด่านปาดังเบซาร์ก็ข้ามแดนได้แล้ว และจะเร่งเปิดตลาดเพิ่มเติม เช่น ยุโรป แคนาดา รัสเซีย และตะวันออกกลาง รวมถึงตลาดอินโดนีเซีย ที่จะพยายามให้เปิดตลาดให้กับไทย

ทางด้านออนไลน์ จะมุ่งขยายตลาดผลไม้ไทยผ่านแพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียงที่มีผู้นิยมระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Tmall ของอาลีบาบาที่มุ่งเน้นตลาดจีน และ bigbasket.com ของอินเดีย Amazon ของสหรัฐฯ และสิงคโปร์ Lotte ของเกาหลี รวมทั้งตลาดอื่นๆ ที่มีแพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียงในหลายประเทศ ได้ดำเนินการให้ผลไม้ไทยเกรดพรีเมียมได้ไปขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกแล้ว ทั้งนี้ ในวันที่ 9 มิ.ย. 2563 จะไลฟ์สดประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทยในตลาดจีน และเชิญชวนคนจีนบริโภคผลไม้ไทย

พร้อมกันนี้ ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ผลักดันให้เร่งดำเนินการออกเอกสารรับรองคุณภาพของสวน หรือ GAP ให้มากที่สุด และเร็วที่สุด และเร่งรัดการออกใบรับรองสุขอนามัย หรือ Health Certificate ให้เร็วขึ้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...