xs
xsm
sm
md
lg

จุรินทร์นำ “เกษตร-พาณิชย์” ขึ้นเหนือตรวจเยี่ยม “พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน” ประกันรายได้ พร้อมประชุมแก้ปัญหาราคาผลไม้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประชุมติดตามสถานการณ์ผลไม้ภาคเหนือ ได้แก่ ลำไย และมะม่วง ณ ห้องประชุม อบจ.ลำพูน โดยมีเกษตรกร สมาคมด้านการเกษตรต่างๆ และผู้ประกอบการภาคเอกชน ผู้ส่งออก ผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สภาเกษตรกรและผู้บริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรและกระทรวงพาณิชย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เข้าร่วม

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้รับฟังปัญหาและให้ทุกฝ่ายเสนอแนวทาง โดยมีกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ชี้แจงถึงการติดตามแก้ไขปัญหาผลไม้


นายจุรินทร์กล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือชาวสวนลำไยนั้น ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์มีมาตรการร่วมกันในการที่จะเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนลำไย ซึ่งฤดูการผลิตที่จะมาถึงนี้จะมีผลผลิตลำไยปริมาณเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 20 จากปีที่แล้ว โดยทั้ง 2 กระทรวงฯ ได้มีมาตรการเชิงรุก ดังนี้

ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่จะรับไปดำเนินการ คือ 1. เรื่องของการเร่งรัดการออกเอกสารรับรองคุณภาพของสวนหรือที่เรียกว่า GAP ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งขณะนี้สำหรับสวนลำไยนั้นสามารถออกใบ GAP ได้ร้อยละ 15 ของสวนทั้งหมด แต่กระทรวงเกษตรฯ ก็จะไปเร่งรัดดำเนินการต่อไปเพื่อช่วยส่งเสริมการส่งออก เพราะถ้าไม่มี GAP ก็จะไม่สามารถส่งออกไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของเราได้

2. เรื่องของการดำเนินการเพื่อช่วยให้การส่งออกคล่องตัวขึ้นภายใต้ความรับผิดชอบของกรมวิชาการเกษตร ในเรื่องของการที่จะต้องมีใบรับรองสุขอนามัย หรือที่เรียกว่า Health Certificate ซึ่งเอกชนอยากได้การตรวจสอบในระบบออนไลน์เพื่อจะได้ตรวจดูว่ามีใบรับรองสุขอนามัยของเจ้าของสวนรายใดหรือผู้ส่งออกรายใดที่ได้ใช้ไปแล้วบ้างเพื่อป้องกันการซ้ำซ้อน


โดยขอให้ทางกรมวิชาการเกษตรได้ช่วยทำแอปพลิเคชันหรือระบบการตรวจสอบออนไลน์ที่อำนวยความสะดวกไม่ต้องรอโทรศัพท์ไปสอบถามจากเจ้าหน้าที่แบบระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนก็รับไป

ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเข้ามาส่งเสริมการบริโภคลำไยทั้งในตลาดต่างประเทศและในประเทศนั้นมีมาตรการออกมาก่อนหน้านี้แล้วได้ทันทีที่ผลผลิตออกมาในช่วงเดือนกรกฎาคม

สำหรับในส่วนมาตรการบริหารจัดการการจำหน่าย โดยในส่วนของผู้รวบรวมลำไยในประเทศ จะมีเงินช่วยอุดหนุนกิโลกรัมละ 3 บาท วงเงินไว้ 199 ล้านบาท ส่วนผู้รวบรวมและส่งออกไปยังต่างประเทศด้วยตัวเอง จะมีงบช่วยผู้ส่งออกกิโลกรัมละ 5 บาท ภายใต้วงเงิน 51 ล้านบาท และในส่วนของเงินกู้สำหรับผู้รวบรวมผลไม้หรือลำไย ผู้แปรรูปและผู้ส่งออกสามารถใช้วงเงินกู้ที่กระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปช่วยสนับสนุนดอกเบี้ยให้อัตราร้อยละ 3 เช่น วงเงินกู้ 4% รับภาระดอกเบี้ยเพียงแค่ 1% ส่วนที่เหลือกระทรวงพาณิชย์ช่วยร้อยละ 3 ภายในวงเงิน 45 ล้านบาท

ทั้งนี้ นอกจากมาตรการในการช่วยเหลือชาวสวนลำไย มีมาตรการเตรียมช่วยเหลือผลไม้อื่นๆ ทุกชนิดเช่นเดียวกัน และล่าสุดได้เตรียมจัดเทศกาลส่งเสริมการบริโภคผลไม้ Thai Fruit Golden Months ในช่วงเดือนมิถุนายน และกรกฎาคมนี้ (2563) เป็นกรณีพิเศษในวงเงินอีก 50 ล้านบาท ซึ่งก็จะช่วยระบายผลผลิตลำไยสำหรับตลาดในประเทศได้อีกจำนวนมาก


ส่วนตลาดส่งออก ช่วยเร่งรัดแก้ปัญหาหลายประการ เช่น ในเรื่องของการส่งออกผลไม้จากประเทศไทยผ่านประเทศลาวหรือผ่านประเทศเวียดนามไปยังจีนตอนใต้ ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ เข้าไป ช่วยคลี่คลายปัญหาให้คล่องตัวขึ้น ทั้งด้านผิงเสียงโหยวอี้กวน ตงซิง และทางใต้แถวมาเลเซีย ด่านปาดังเบซาร์ก็ข้ามแดนได้แล้วเช่นเดียวกัน

ในส่วนการเปิดตลาดเพิ่มเติมในต่างประเทศ เช่น ตลาดยุโรป ตลาดแคนาดา ตลาดรัสเซีย ทางกระทรวงพาณิชย์ได้มีการเตรียมมาตรการไว้แล้ว โดยเฉพาะตลาดในตะวันออกกลาง ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพมาก และกระทรวงพาณิชย์จะช่วยดำเนินการในการเปิดตลาดเพิ่มเติมต่อไปด้วย รวมทั้งในตลาดเดิมของเรา คือ ตลาดอินโดนีเซียที่ปีที่แล้วเราส่งออกไม่ได้ แม้จะมีมาตรการกำกับมาหลายขั้นตอน แต่ปีนี้กระทรวงพาณิชย์ก็ยังไม่ละความพยายามที่จะให้ตลาดอินโดนีเซียเปิดตลาดให้กับประเทศไทยรวมทั้งตลาดออนไลน์

"ในวันที่ 8 มิ.ย. 63 พรุ่งนี้ เราได้นำผลไม้ไทยเกรดพรีเมียมไปขายบนแพลตฟอร์มชื่อดังหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียงมีผู้นิยมระดับโลก อย่าง Tmall ของอาลีบาบา ที่มุ่งเน้นตลาดจีน และ bigbasket.com ของอินเดีย Amazon ของสหรัฐอเมริกา และสิงคโปร์ Lotte ของเกาหลี รวมทั้งตลาดอื่นๆ ที่มีแพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียงในหลายประเทศ และวันที่ 9 มิ.ย. 63 ผมก็จะทำหน้าที่เชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่มากของประเทศไทยมาบริโภคผลไม้ ผ่านการไลฟ์สดที่ชวนเชิญคนจีนมาดูไม่น้อยกว่า 10 ล้านคน ก็จะมีส่วนช่วยในการประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทย โดยเฉพาะลำไยให้คนจีนมาบริโภคมากขึ้น" นายจุรินทร์กล่าว
* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *

SMEs manager



กำลังโหลดความคิดเห็น...