xs
xsm
sm
md
lg

โควิด-19 ฉุดมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดน 3 เดือนปี 63 ลดลง 7.64%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมการค้าต่างประเทศเผยการค้าชายแดนและผ่านแดนช่วง 3 เดือนปี 63 มีมูลค่า 264,969 ล้านบาท ลดลง 7.64% เหตุได้รับผลกระทบโควิด-19 ทำการค้าและการท่องเที่ยวชะงัก และยังมีการปิดด่าน เปิดแค่ 25 จุดจาก 42 จุด ทำให้การค้าลดลง ย้ำเดินหน้าแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่อเนื่อง ทั้งเจรจามาเลเซีย กัมพูชาเปิดด่านเพิ่ม และจับมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้เรื่องขนส่งผลไม้ไปจีน

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า สถิติการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยในช่วง 3 เดือนของปี 2563 (ม.ค.–มี.ค.) มีมูลค่ารวม 264,969 ล้านบาท ลดลง 7.64% เป็นการส่งออก 187,564 ล้านบาท ลดลง 5.42% และการนำเข้า 77,405 ล้านบาท ลดลง 12.61% เกินดุลการค้า 110,159 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขยายวงกว้างไปในหลายๆ ประเทศ ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงไทยและเพื่อนบ้านที่ได้รับผลกระทบทั้งด้านการค้าและการท่องเที่ยว จากการปิดจุดผ่านแดนถาวรของไทยที่เดิมมี 42 จุดทั่วประเทศ เปิดเพียง 25 จุด ทำให้เหลือช่องทางในการส่งออกสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านน้อยมาก มูลค่าการส่งออกเลยลดลงอย่างชัดเจน

ในด้านการค้าชายแดน พบว่ามาเลเซียเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง มูลค่า 56,475 ล้านบาท ลดลง 27.78% เป็นการส่งออก 25,731 ล้านบาท ลดลง 27.17% นำเข้า 30,744 ล้านบาท ลดลง 28.28% รองลงมาคือ สปป.ลาว มูลค่า 42,680 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.43% กัมพูชา มูลค่า 48,339 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.01% และพม่า มูลค่า 48,167 ล้านบาท ลดลง 2.90% และด้านการค้าผ่านแดนไปยังจีนตอนใต้ หลังจากจีนเปิดประเทศจากวิกฤตไวรัสโควิด-19 มีมูลค่าการค้าเพิ่มสูงถึง 28,626 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.88% เป็นการส่งออก 11,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.88% นำเข้า 17,327 ล้านบาท ลดลง 1.23% รองลงมาคือ สิงคโปร์ มูลค่า 19,701 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.41% และเวียดนาม มูลค่า 13,538 ล้านบาท ลดลง 27.86%

อย่างไรก็ตาม หากดูเป็นรายประเทศ การส่งออกไปกัมพูชายังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยสินค้าสำคัญที่เพิ่มขึ้น เช่น เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ สินค้าปศุสัตว์และรถยนต์ อุปกรณ์ ด้านพม่า การส่งออกลดลง ส่วนใหญ่เป็นน้ำมันดีเซล เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ และผ้าผืนและด้าย ด้านมาเลเซีย ส่งออกลดลง โดยเฉพาะสินค้ายางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์ และผลิตภัณฑ์ยาง และด้าน สปป.ลาว ส่งออกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกเครื่องคอมพิวเตอร์ ผลไม้สดแช่เย็น และเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เป็นต้น

นายกีรติกล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการค้าชายแดนของไทยมาโดยตลอด โดยกับมาเลเซียได้ขอเจรจาเพื่อผลักดันให้มาเลเซียเปิดด่านเพิ่มเติม (ทุกสินค้า) ได้แก่ ด่านบ้านประกอบ จ.สงขลา และด่านปาดังเบซาร์ จ.สงขลา เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าการส่งออกของไทยไปมาเลเซีย ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน ด่านสะเดามีความแออัดบริเวณหน้าด่านเป็นอย่างมาก ส่วนกับกัมพูชา ได้ผลักดันให้เปิดด่านบ้านผักกาด จ.จันทบุรี เพื่อใช้เป็นช่องทางในการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรระหว่างไทยกับกัมพูชา

สำหรับ สปป.ลาว ได้ประชาสัมพันธ์ระเบียบและแนวทางปฏิบัติระบบการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและผ่านแดนของ สปป.ลาวให้ผู้ประกอบการไทยได้รับทราบข้อมูลในช่วงนี้ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเจรจาแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกขนส่งผ่านแดนไปจีนตอนใต้ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยได้เจรจากับกระทรวงศุลกากรจีน (GACC) โดยทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบร่างพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สามเข้าสู่สาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว อยู่ระหว่างรอการลงนามอย่างเป็นทางการ ซึ่งในทางปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. 2563 ได้อนุญาตให้มีการนำเข้า-ส่งออกผลไม้สดในด่านฝั่งไทยเพิ่มจาก 2 ด่าน เป็น 5 ด่าน คือ ด่านเชียงของ ด่านมุกดาหาร ด่านนครพนม (เส้นทาง R12) ด่านบึงกาฬ (เส้นทาง R8) และด่านบ้านผักกาด (จันทบุรี เส้นทาง R1) ส่วนด่านฝั่งจีนเพิ่มจาก 2 ด่าน เป็น 4 ด่าน คือ ด่านโม่หาน ด่านโหย่วอี้กวน ด่านตงซิง และด่านรถไฟผิงเสียง ซึ่งคาดว่าจะทำให้การส่งออกผลไม้สดของไทยไปจีนตอนใต้น่าจะมีความสะดวกมากขึ้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...