xs
xsm
sm
md
lg

ก.อุตฯ ลุ้นชง ครม. 9 มิ.ย.ดึงงบหมื่นล้านช่วยชาวไร่อ้อยกว่า 2 แสนราย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระทรวงอุตสาหกรรมลุ้นอีกเฮือกรอหนังสือตอบกลับจากสำนักงบฯ หวังชง “ครม.” 9 มิ.ย.นี้ เคาะเงินช่วยปัจจัยการผลิตอ้อยปี 62/63 ให้ชาวไร่อ้อยกว่า 2 แสนราย วงเงินหมื่นล้านบาท ขณะที่ชาวไร่ทั่วประเทศต่างรอคอยเตรียมนำเงินเสริมสภาพคล่องหลังต้องแบกภาระต้นทุนสูงขณะที่ราคาอ้อยขั้นต้นตกต่ำ

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะประธานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.)
เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อซื้อปัจจัยการผลิตฤดูการผลิตปี 2562/63 กรอบวงเงินรวม 10,231 ล้านบาท ว่า คาดว่าเร็วสุดจะสามารถนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ หลังจากที่กระทรวงการคลังได้เห็นชอบอัตราการจ่ายเงินตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอแล้ว และรอเพียงความเห็นชอบจากสำนักงบประมาณเพื่อประกอบการนำเสนอต่อ ครม.เท่านั้น ซึ่งเม็ดเงินดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญในการเสริมสภาพคล่องให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่มีอยู่ในระบบกว่า 200,000 ราย และกระตุ้นเศรษฐกิจไทยหลังได้รับผลกระทบโควิด-19

“เม็ดเงินดังกล่าวจะเข้ามาเสริมสภาพคล่องให้ชาวไร่อ้อยทั่วประเทศ เพราะราคาอ้อยปี 2562/63 ราคาขั้นต้นค่อนข้างต่ำอยู่ที่เฉลี่ยเพียงตันละ 750 บาท ที่ความหวานเฉลี่ย 10 ซีซีเอสเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาเราก็พยายามที่จะเร่งรัดให้เร็วที่สุด” นายกอบชัยกล่าว

นายเอกภัทร วังสุวรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการหารือใน ครม.ถึงกรอบวงเงินช่วยเหลือดังกล่าว แต่ทางสำนักงบประมาณได้มีความเห็นถึงวงเงินที่ต่างไปจากกระทรวงอุตสาหกรรม จึงมอบหมายให้มาหารือร่วมกันและมอบให้คลังเคาะอัตราการจ่ายเงินดังกล่าว ซึ่งล่าสุดคลังได้ทำหนังสือตอบกลับมา โดยเห็นชอบอัตราการจ่ายเงินตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอคือจ่ายให้ชาวไร่อ้อยวงเงินรวม 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 6,500 ล้านบาทจ่ายให้ชาวไร่อ้อยทุกรายที่ส่งให้โรงงานน้ำตาลทรายที่ตันละ 85 บาทโดยไม่เกินรายละ 5,000 ตันเพื่อเป็นปัจจัยการผลิต และวงเงิน 3,500 ล้านบาทสำหรับให้ชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดส่งโรงงานตันละ 92 บาทเพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (2.5 PM) ส่วนวงเงิน 231 ล้านบาทเป็นค่าบริหารและอัตราดอกเบี้ยจ่าย

“หากสำนักงบประมาณมีหนังสือตอบกลับมาตามแนวทางดังกล่าวเราก็คาดหวังว่าจะสามารถนำเสนอ ครม.ได้ภายในวันที่ 9 มิ.ย.นี้ ก็คงจะต้องขึ้นอยู่กับทางสำนักงบฯ เป็นสำคัญ และหากเข้า ครม.ได้ก็จะสามารถนำมตินี้เสนอไปยังธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อเริ่มจ่ายเงินให้ชาวไร่อ้อยได้ทันที” นายเอกภัทรกล่าว

นายนราธิป อนันตสุข หัวหน้าสำนักงานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และหัวหน้าสำนักงานสมาคมชาวไร่อ้อย เขต 7 กล่าวว่า ชาวไร่อ้อยทั่วประเทศต่างรอคอยเม็ดเงินดังกล่าวที่หวังว่าจะได้ข้อยุติโดยเร็ว เพราะที่ผ่านมาถือว่าค่อนข้างล่าช้าแต่ก็เข้าใจว่าด้วยผลกระทบโควิด-19 ทำให้โครงการต่างๆ ที่ต้องใช้เงินงบประมาณดำเนินการมีจำนวนมาก ซึ่งล่าสุดกระทรวงอุตสาหกรรมได้แจ้งมาขอให้ชาวไร่อ้อยรอหลัง 9 มิ.ย.นี้เงินดังกล่าวจะมีความชัดเจน จากนั้นจะเข้าสู่การโอนบัญชีให้ชาวไร่อ้อยได้ตามขั้นตอน

“จริงๆ การหารือภายในจบแล้ว แต่ต้องรอหนังสือตอบกลับอย่างเป็นทางการตามระเบียบราชการซึ่งต้องใช้เวลา เราก็หวังว่าจะได้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งเงินดังกล่าวตามที่หารือคือปัจจัยการผลิตที่จะเพิ่มขึ้น 6,500 บาทส่วนนี้จะให้ 85 บาทต่อตันทุกราย แต่หากเป็นอ้อยไฟไหม้จะหักทุก 30 บาทต่อตันให้คนส่งอ้อยสด และอีก 3,500 บาทก็ยังจะได้สำหรับคนตัดอ้อยสดอีก 92 บาทต่อตัน เท่ากับคนตัดอ้อยสดจะได้ราคาอ้อยที่มีส่วนต่างจากคนตัดอ้อยไฟไหม้เฉลี่ย 152 บาทต่อตัน” นายนราธิปกล่าว

ทั้งนี้ ฤดูหีบปี 62/63 ที่ปิดหีบไปเมื่อ 30 มี.ค. 63 มีกำลังการผลิตอ้อย 74.89 ล้านตัน ได้ผลผลิตน้ำตาลทราย 8.27 ล้านตัน ซึ่งค่อนข้างต่ำจากที่ประเมินไว้มากเพราะผลกระทบจากภาวะภัยแล้งและฤดูหีบปี 63/64 แม้ล่าสุดเริ่มมีปริมาณฝนลงมาบ้างแต่ยังคงไม่ทั่วถึง ทำให้ยังคงประเมินทิศทางได้ยากแต่ยังคงหวังว่าจะไม่ลดต่ำไปกว่าฤดูหีบที่ผ่านมา ขณะที่ราคาน้ำตาลทรายตลาดโลกปรับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ระดับกว่า 11 เซ็นต์ต่อปอนด์
กำลังโหลดความคิดเห็น...