xs
xsm
sm
md
lg

“สนพ.” เกาะติดราคาน้ำมันตลาดโลกรายสัปดาห์ เร่งดูแลราคาขายปลีกสะท้อนต้นทุน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สนพ.ติดตามราคาน้ำมันในตลาดโลกรายสัปดาห์ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 หวังให้ราคาขายปลีกสะท้อนกลไกตลาดหลังแนวโน้มตลาดโลกยังคงทรงตัวระดับต่ำ พร้อมจับตากลุ่มโอเปกเรียกประชุมฉุกเฉินวันที่ 9 เม.ย.นี้

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ. ได้ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในระหว่างวันที่ 30 มีนาคม-5 เมษายน 2563 พบว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 22.76 เหรียญต่อบาร์เรล ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว 3.04 เหรียญต่อบาร์เรล ขณะที่ราคากลางน้ำมันสำเร็จรูปตลาดภูมิภาคเอเชียเบนซิน 95 อยู่ที่ 20.87 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลง 1.38 เหรียญต่อบาร์เรล ดีเซลหมุนเร็ว (10 PPM) เฉลี่ยอยู่ที่ 36.28 เหรียญต่อบาร์เรล ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว 2.14 เหรียญต่อบาร์เรล เมื่อพิจารณาค่าเงินบาทของไทยอ่อนค่าลงจากสัปดาห์ที่แล้ว 0.06 บาทต่อเหรียญ ทำให้ค่าการตลาดของน้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล์ และน้ำมันดีเซล เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 2.48 บาทต่อลิตร และค่าการกลั่นเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 1.03 บาท/ลิตร


“เงินบาทที่อ่อนค่ามาอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 33.0013 บาทต่อเหรียญสหรัฐ น้ำมันโลกลดทำให้ต้นทุนน้ำมันเบนซินลดลง 0.28 บาทต่อลิตร ในขณะที่ต้นทุนน้ำมันดีเซลลดลง 0.43 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ค่าการตลาดน้ำมันของไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 2.48 บาทต่อลิตร ซึ่ง สนพ.จะติดตามราคาน้ำมันทุกสัปดาห์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ราคาขายปลีกของไทยสะท้อนกลไกตลาดอย่างแท้จริง ซึ่งทิศทางราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากหลายประเทศทั่วโลกปิดเมืองเพื่อระงับการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ส่งผลกดดันต่อภาพรวมเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน” นายวัฒนพงษ์กล่าว

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันโลกสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลงยังคงมาจากปัจจัยหลักจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 หลังจำนวนผู้ติดเชื้อยังมีแนวโน้มเพิ่มต่อเนื่อง อาจส่งผลทำให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยและกดดันต่อความต้องการใช้น้ำมันที่ลดลง ขณะที่รัฐบาลซาอุฯ วางแผนเตรียมเพิ่มการส่งออกน้ำมันดิบที่ระดับ 10.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน พ.ค. 63 เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันในประเทศลดลง ขณะที่ซาอุดิ อารามโก ประกาศก่อนหน้านี้ว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบที่ 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิมที่ 12 ล้านบาร์เรลต่อวัน


อย่างไรก็ตาม คงจะต้องติดตามหลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้ข่าวเรื่องการเจรจากับ นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย และเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน แห่งซาอุฯ ว่าอาจมีการพิจารณาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลงราว 10-15 ล้านบาร์เรล/วัน หรือคิดเป็น 10% ของอุปทานการผลิตน้ำมันดิบโลก เพื่อช่วยเหลือผู้ผลิตน้ำมันที่ถูกกดดันจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ขณะที่กลุ่มโอเปกมีการเรียกประชุมฉุกเฉินในวันที่ 9 เม.ย.นี้
กำลังโหลดความคิดเห็น...