xs
xsm
sm
md
lg

“พาณิชย์” ชี้ตะวันออกกลางเดือด น้ำมัน ทองขึ้น จับตารุนแรง น้ำมันขึ้นอีก ขนส่งสินค้ากระทบ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“พาณิชย์”เผยผลวิเคราะห์สถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐฯ โจมตี ชี้ระยะสั้น น้ำมันพุ่ง ทองคำขึ้น ส่วนระยะกลาง-ยาว จะกระทบความเชื่อมั่น บรรยากาศลงทุน แต่ไม่กระเทือนเศรษฐกิจโลก เหตุมีปัจจัยบวกหลายตัวช่วยหนุน ทั้งสงครามการค้ามีทางออก หลายประเทศอัดฉีดเศรษฐกิจ จับตาหากเกิดการตอบโต้จนปิดเส้นทางเดินเรือ น้ำมันจะขึ้นอีก การขนส่งสินค้ากระทบ ระบุมีผลดีต่อไทย สินค้าเกี่ยวเนื่องน้ำมันจะส่งออกได้เพิ่มขึ้น

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงผลกระทบจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ เพื่อสังหารนายพล กัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังหน่วยรบพิเศษ Quds Force ทหารคนสำคัญของผู้นำสูงสุดอิหร่าน เมื่อเช้าวันที่ 3 ม.ค.2563 ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาค และสร้างความผันผวนแก่ตลาดเงินและตลาดทุน โดยประเมินว่า ในระยะสั้น ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น โดยวันที่ 3 ม.ค.2563 ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเกือบ 4% และมีแนวโน้มว่าปรับตัวขึ้นอีก หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย และเหตุการณ์ดังกล่าวจะกระตุ้นให้นักลงทุนหันไปถือครองสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ และสนับสนุนให้ราคาทองคำปรับสูงขึ้น

ส่วนในระยะกลาง-ยาว ประเมินว่า จะกระทบความเชื่อมั่นและบรรยากาศการลงทุน แต่กระทบต่อเศรษฐกิจโลกเล็กน้อย เพราะเศรษฐกิจโลกโดยรวมน่าจะดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว โดยมีปัจจัยบวกด้านอื่นๆ ที่ช่วยบรรเทาผลกระทบ เช่น ความคืบหน้าการทำข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐ - จีน และหล่ยประเทศมีมาตรการและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

"หากเกิดการตอบโต้ระหว่างกันและมีการปิดเส้นทางเดินเรือ ราคาน้ำมันจะมีแนวโน้มสูงขึ้นไปอีก เพราะน้ำมันจากตะวันออกกลางส่วนใหญ่ผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ โดยอิหร่านเป็นประเทศที่มีบทบาทหลักในการควบคุมเส้นทางดังกล่าว รวมทั้งการขนส่งสินค้า ก็มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยการเดินเรือกว่า 20% ของโลกใช้เส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากมีการปิดเส้นทาง เรือบรรทุกน้ำมัน และสินค้า จะไม่สามารถใช้ช่องแคบเพื่อเข้าสู่มหาสมุทรอินเดียได้"

น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า ในประเด็นด้านการค้าและการส่งออกของไทย พบว่า สินค้าส่งออกที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน (เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ น้ำมันสำเร็จรูป น้ำมันดิบ ก๊าชธรรมชาติ ก๊าซปิโตรเลี่ยมเหลว) ที่มีสัดส่วนประมาณ 11% ของการส่งออกรวม อาจได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่ก็เพิ่มความท้าทายในการฟื้นฟูตลาดส่งออกในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอิรัก และอิหร่าน และตลาดอาฟริกาที่มีประเทศในตะวันออกกลางเป็นช่องทางการค้า (trading posts) ให้สินค้าไทย ซึ่งเชื่อว่ายังอยู่ในวิสัยที่สามารถหาแนวทางขยายการค้าได้ โดยกระทรวงพาณิชย์ พร้อมนำทัพภาคเอกชนเดินทางไปรุกตลาดอย่างน้อย 16 ประเทศ รวมถึงตะวันออกกลาง ในปี 2563 นี้

“ขณะนี้ไทยจะยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง นอกจากเรื่องตลาดทุน ตลาดเงิน และราคาน้ำมันที่มีความผันผวนสูง แต่สนค. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อเฝ้าระวังและเตรียมแนวทางรับมือในระยะต่อไป โดยเฉพาะหากมีการตอบโต้กันในวงกว้างขึ้น”น.ส.พิมพ์ชนกกล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...