xs
xsm
sm
md
lg

โออาร์ พร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐ ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิต-เศรษฐกิจฐานราก หวังให้เติบโตอย่างยั่งยืน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



โออาร์ ระบุ ดำเนินธุรกิจที่เติบโตร่วมกับสังคมชุมชน พัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชน และช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน สร้างวิสาหกิจชุมชนให้มีศักยภาพ สามารถพึ่งพาตนเองได้ เพื่อช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้มีความเข้มแข็ง พร้อมเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน



เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานและร่วมปาฐกถาในงาน “เศรษฐกิจฐานราก พลิกความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย” โดยมีนางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ พร้อมด้วยผู้บริหารสถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ผู้บริหารภาครัฐ ปราชญ์ชาวบ้าน นักวิชาการ และผู้นำชุมชนร่วมระดมความคิดเห็นในหัวข้อ “หัวใจเศรษฐกิจไทยยุคใหม่” และ “เศรษฐกิจฐานราก อนาคตไทย อนาคตเรา” เพื่อร่วมเสนอแนะแนวทางความร่วมมือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและนโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก พร้อมผลักดันสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ณ อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี

นางสาวจิราพร กล่าวว่า ประชากรหลักของประเทศไทยประกอบอาชีพเกษตรกรรม เศรษฐกิจฐานรากจึงถือเป็นฐานสำคัญที่ต้องให้ความสำคัญตั้งแต่วันนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต โดย โออาร์ ในฐานะบริษัทเรือธง (Flagship) ของกลุ่ม ปตท.บริษัทเรือธง (ธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ มีวิสัยทัศน์ในการเป็นแบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลกที่สร้างคุณค่าให้กับชุมชน ผ่านการดำเนินธุรกิจน้ำมัน ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่ง โออาร์ ได้ดำเนินธุรกิจที่เติบโตร่วมกับสังคมชุมชน และช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ที่มุ่งมั่นพัฒนาสถานีบริการน้ำมันฯ ให้เป็นพื้นที่สร้างประโยชน์ให้กับชุมชน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการกว่า 1,500 ราย เป็นผู้ดำเนินธุรกิจ อีกทั้งยังได้สร้างงานสร้างอาชีพกว่า 23,000 คน ปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมัน ฯ จำนวนรวมกว่า 1,850 แห่ง ทั่วประเทศ นอกจากนี้ โออาร์ ได้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรจัด “โครงการไทยเด็ด” โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนนำผลิตผลทางการเกษตร อาหาร และสินค้าหัตถกรรมงานฝีมือที่มีชื่อเสียงและเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นมาจำหน่ายภายในสถานีบริการน้ำมันฯ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ สร้างโอกาสในการขยายตลาด และสร้างรายได้เพิ่มให้กับผู้ประกอบการฯ ปัจจุบันมีวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการฯ แล้ว จำนวน 147 ราย และยังคงมีแผนขยายโครงการฯ ไปยังสถานีบริการน้ำมันฯ ทั่วประเทศต่อไป

นอกจากนี้ โออาร์ ยังได้ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ผ่านธุรกิจร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน ที่มีจำนวนรวมกว่า 2,800 สาขา ทั่วประเทศ ซึ่งดำเนินการโดยผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) กว่า 2,400 ราย เป็นธุรกิจที่ช่วยสร้างงานกว่า 16,000 คน นอกจากนี้ ยังได้คัดเลือกสินค้าชุมชนมาวางจำหน่ายภายในร้าน รวมถึงการรับซื้อเมล็ดกาแฟดิบประมาณ 4,000 ตันต่อปี จากเกษตรกรทั่วประเทศ กว่า 2,800 ครัวเรือน อาทิ เมล็ดกาแฟกะลาจากวิสาหกิจชุมชนบ้านปางขอน จังหวัดเชียงราย เป็นต้น โดยมีแผนการขยายผลการวิจัย การพัฒนาการปลูก และการผลิตกาแฟแบบระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้กับเกษตรกรในภาคเหนือและภาคใต้ รวมถึงการรับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรทั่วประเทศอีกด้วย ทั้งนี้ โออาร์ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชน ตลอดจนสร้างวิสาหกิจชุมชนให้มีศักยภาพ สามารถพึ่งพาตนเองได้ เพื่อช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้มีความเข้มแข็ง พร้อมเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน นางสาวจิราพร กล่าวเพิ่มเติม

จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTTOR




คำต่อคำ : คำต่อคำ : เสวนา "หัวใจเศรษฐกิจไทยยุคใหม่"


จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTTOR


กราบนมัสการท่านพระอาจารย์ ผู้บริหารสถาบันการเงิน คุณนงวดี และแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน สำหรับทางด้านของ ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือเรียกสั้นๆ ว่าโออาร์ ทางด้านของเรา เราทำด้านธุรกิจ เราเป็นทางด้านบริษัท flag ship หรือเรือธงหลักของกลุ่ม ปตท. ในแง่ของวิสัยทัศน์ของเรา เรากำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่า เราเป็นแบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลก สร้างคุณค่าให้กับชุมชน จะเห็นได้ว่า คำว่าสร้างคุณค่าให้กับชุมชนนั้น เราเน้นมาตั้งแต่ต้นว่าสถานประกอบการของเรา เราจะมีส่วนในการสร้างโอกาสให้กับทางด้านชุมชน เอสเอ็มอี และเกษตรกร ซึ่งเป็นคนหลักของประเทศไทย ได้มีโอกาสเข้ามาสร้างรายได้กับทางด้านสถานประกอบการของโออาร์ ซึ่งเรามีทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้นสิ่งที่เราดำเนินการกำหนดเป็นวิสัยทัศน์ ก็สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในช่วงนี้


ตั้งแต่รัฐบาลยุคนี้มา และประกอบไปด้วยหน่วยงานของแบงก์รัฐทั้งหลาย เราร่วมพลังกัน อย่างที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่า เราประสานพลังร่วมเพื่อคนไทยซึ่งมีอาชีพหลักเป็นเกษตรกร เราจะเปลี่ยนเกษตรกรจากเกษตรธรรมดา ให้กลายเป็นเกษตรอุตสาหกรรม จากท่านทั้งหลายที่ท่านมีทุน ท่านมีการพัฒนา ก็ออกมาสู่ตลาด ทางด้านของปั๊ม พีทีสเตชัน เรามีหลากหลาย


อย่างแรกที่จะให้ดูว่าเราช่วยเศรษฐกิจของประเทศอย่างไร ถ้าหากว่าท่านไปที่ไหน ท่านก็จะพบว่ามีปั๊มน้ำมันของ ปตท.อยู่ทั่วประเทศ ปัจจุบันเรามีอยู่ประมาณ 1,850 ปั๊ม เรามีในทั่วทุกหัวระแหง ทั้งทางด้านถนนหลัก ถนนรอง อันนี้เราก็เพื่อตอบโจทย์ให้คนไทยได้มีโอกาสเข้าถึงพลังงาน เข้าถึงน้ำมันที่มีคุณภาพ และจะสังเกตว่าเราเป็นผู้นำทางด้านของราคา เมื่อไรก็ตามที่ราคาน้ำมันขึ้นและมีผลกระทบกับเศรษฐกิจ จะเห็นได้ว่าบ่อยครั้งเราคือคนที่จะเป็นคนตรึงราคา โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นน้ำมันที่ไม่ว่าจะเป็นรถบรรทุก รถปิกอัพ ซึ่งใช้ในสถานประกอบการ ทั้งใช้ทางด้านของรถไถ เราจะตรึงราคาไว้เพื่อไม่ให้กระทบทางด้านเศรษฐกิจในระบบฐานราก


นอกจากนี้ ในแต่ละปีเรามีเงินลงทุนประมาณ 15,000 ล้านบาท จะเห็นได้ว่าเม็ดเงินของเราโดยส่วนใหญ่ ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ เราลงทุนในประเทศ อันนี้จะก่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ เราบอกแล้วว่าเราเป็นแบรนด์ไทยสู่แบรนด์โลก ถ้าหากท่านเข้ามาอยู่ในสถานประกอบการของพีทีสเตชัน หรือคาเฟ่อเมซอน เราจะนำพาท่านออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศด้วย ในขณะนี้ถ้าหากท่านไปยังอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นพม่า เขมร ลาว ฟิลิปปินส์ หรือต่อไปจะเป็นเวียดนาม และจีน ท่านจะพบเจอว่ามีปั๊มพีทีสเตชัน มีคาเฟ่อเมซอน ซึ่งเราไม่ได้ไปเฉพาะเรื่องของปั๊ม เรานำพาเอาสินค้าของเกษตรอุตสาหกรรมซึ่งได้จากการพัฒนาของแบงก์หลัก และได้จากทางด้านชุมชนที่พัฒนา เรามีหน้าที่ในการทำการตลาดให้ พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ เราหาช่องทางขยายโอกาสไป ซึ่งอันนี้จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศดี


ล่าสุด ท่านก็คงได้พบเจอว่า ท่านใดที่ใช้น้ำมันดีเซล ทั้งทางด้านของรถบรรทุก และรถปิกอัพ ก็จะพบว่าพีทีสเตชันคือรายแรกที่นำเอาน้ำมัน B10 และน้ำมัน B20 ซึ่งคือน้ำมันดีเซลซึ่งเอาปาล์มมาผสม 10 เปอร์เซ็นต์ และ 20 เปอร์เซ็นต์ อันนี้จะทำให้สิ่งที่ท่านได้ หากท่านเป็นคนเติมน้ำมัน นอกจากท่านจะประหยัดจากนโยบายภาครัฐ หากเติม B10 ท่านจะถูกกว่าดีเซลปกติ 2 บาทต่อลิตร นอกจากนี้ ท่านยังมีส่วนในการช่วยเกษตรกรซึ่งเป็นชาวสวนปาล์ม ในหลักแล้ว ที่เราออกน้ำมัน B10 น้ำมัน B20 จะทำให้เกษตรกรชาวสวนปาล์ม ซึ่ง ณ ขณะนี้ปาล์มไม่ใช่ปลูกเฉพาะภาคใต้ ภาคตะวันออกก็ปลูก จะทำให้ราคาปาล์มมีความยั่งยืน และปาล์มในที่นี้ หากปีหน้ามีการใช้ B10 เป็นน้ำมันหลักทดแทนน้ำมันดีเซลธรรมดา โดยรวมแล้วต่อปีเราจะบริโภค ที่เข้ามาในระบบเชื้อเพลิงด้วยปาล์มถึง 600,000 ตัน


นอกจากนี้ ท่านประหยัด เกษตรกรได้ประโยชน์ มลพิษจะลดลงด้วย ที่พูดกันว่า PM 2.5 หากใช้น้ำมันปาล์มกันมากขึ้น เป็น B10 เป็น B20 น้ำมันไบโอดีเซลแล้ว จะช่วยในการลดมลพิษ จะเห็นได้ว่าหลักของเรา เราเน้นในเรื่องที่ว่าจะทำอย่างไรให้สินค้าเกษตร ซึ่งเป็นของเกษตรกรหลักของประเทศไทย ได้มีโอกาสเข้ามาสู่ภาคการผลิต ต่อไปถ้าหากมองไปที่ปั๊ม เวลาเข้าไปที่ปั๊ม ปั๊มทั้งหมดเรามี 1,850 เราต้องเรียนว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นของทางด้านเอสเอ็มอี ไม่ใช่ของโออาร์ ผู้ประกอบการทั้งหลายที่เป็นเจ้าของปั๊ม เขาเป็นคนลงทุนเอง เป็นคนให้บริการต่อท่านเอง 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นของเอสเอ็มอี


เรามีการจ้างงานด้วย เพราะว่าเศรษฐกิจจะดีได้ คนต้องมีอาชีพ เรามีการจ้างงานที่เป็นเด็กปั๊มเป็นหลักหมื่น 16,000 คน เรามีการสอน เรามีหลักสูตรที่จะทำให้เขามีการพัฒนาและมีความเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ


นอกจากนี้ ที่ท่านได้เห็นอยู่แล้วว่าในสถานีบริการของพีทีสเตชัน เราไม่ใช่แค่เติมความสุข เติมพลังให้กับท่านเฉพาะเรื่องของน้ำมัน เราเติมความสุข เติมพลังให้กับท่าน ด้วยของกินของใช้ ซึ่งของกินของใช้นี้ มาจากเกษตรกร มาจากอุตสาหกรรมของพวกเรา ที่เป็นทั้งทางด้านเอสเอ็มอี เป็นทั้งชาวบ้าน ได้มีโอกาสที่คนไทยและนักท่องเที่ยวได้พบเจอกันที่ปั๊ม เพื่อสนับสนุนซึ่งกันและกัน เป็นการมีจิตผู้ให้ร่วมกัน


ต่อมาเราจะเห็นในเรื่องของตัวพีทีโออาร์ หรือโออาร์ นอกจากเรามีเรื่องปั๊ม เรายังมีคาเฟ่อเมซอน ซึ่ง ณ ปัจจุบันทุกท่านก็จะได้พบว่า อเมซอนของเรา ในไทยมีถึง 2,700 สาขา ต่อเดือนมีคนขอเข้าคิวที่จะสมัครทำอเมซอนเดือนละ 400 ราย ก็จะพบว่าอัตราการบริโภคกาแฟของคนไทย ต้องเรียนว่ายังต่ำอยู่ เมื่อเทียบกับรอบบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นที่ลาว ที่เวียดนาม ดังนั้นการบริโภคกาแฟยังมีอยู่อีกเยอะ คาเฟ่อเมซอนเราก็จะขยายอีก จะเป็นการที่ทำให้นอกจากผู้ประกอบการที่เข้ามาเป็นแฟรนไชส์ของเรา เราเปิดระบบเป็นแฟรนไชส์หลัก ปัจจุบันมีถึง 87 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 2,400 ราย ที่เป็นทางด้านของเอสเอ็มอี เป็นผู้ประกอบการที่เข้ามา เมล็ดกาแฟทั้งหมดที่ทางด้านของคาเฟ่อเมซอนใช้ ประมาณ 3 แสนกว่าตันต่อปี ต้องเรียนว่าเมล็ดกาแฟทั้งหมดมาจากเกษตรกรไทย เราใช้กาแฟ 2 พันธุ์ เราใช้กาแฟจากภาคเหนือ ที่เรียกว่าอาราบิกา และกาแฟจากภาคใต้ ที่เรียกว่า โรบัสตา สูตรของเราใช้กาแฟทั้งเหนือและใต้มาผสมและคั่ว จะได้ทั้งรสและกลิ่น


ต่อไปก็ลองดูนะคะว่าผลของการที่คาเฟ่อเมซอนเราร่วมในการที่นอกจากเอาเมล็ดพันธุ์ของท่านมาเพื่อมาผลิตแล้ว เรายังสอนวิธีการปลูกอย่างถูกวิธี ปลูกอย่างไรรักษาดิน ปลูกอย่างไรให้ได้เมล็ดพันธุ์ที่ดี เราก่อให้เกิดความสุขกับชุมชน


นี่จะให้ดูตัวอย่างของคาเฟ่อเมซอนที่เราใช้ผลิตภัณฑ์จากชาวเขาแล้วเป็นอย่างไร (คลิป Cafe' Amazon) ในความสุขของชาวเขาทั้งหลาย ไม่ได้เกิดจากโออาร์ ไม่ได้เกิดจากคนที่เป็นเจ้าของคาเฟ่อเมซอน แต่เกิดจากคนไทยทั้งหมดที่ช่วยกัน ร่วมมือกัน


ความสำเร็จนี้ต้องเรียนว่า ที่ท่านได้เห็นสินค้าของไทยเด็ด และที่พูดกันเยอะว่า ของดี ของเด็ด ต้องเรียนว่าเริ่มต้นมาจากวิสัยทัศน์ของภาครัฐ ซึ่งเป็นทางด้านของคณะรัฐบาลชุดนี้ ที่ท่านมีวิสัยทัศน์ว่า ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจชุมชน ทำอย่างไรถึงจะให้การที่มีการได้ทุนแล้ว พัฒนาแล้ว มีตลาดในการขายเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นในปีที่แล้วทางด้านของพีทีสเตชัน หรือโออาร์ เราร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ กำลังหลักก็คือทางด้านของสถาบันการเงิน ที่เป็นสถาบันการเงินของรัฐ และทางด้านของกระทรวงพาณิชย์ ตลอดจนความสำเร็จนี้ลำพังโออาร์ เราทำไม่ได้ สิ่งสำคัญ ณ ขณะนี้ที่เรียนให้ทราบว่า ปั๊มของเรา 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นของเอสเอ็มอี เป็นของผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการเหล่านี้เขาอยู่กับพีทีสเตชันมา 40 กว่าปี ตั้งแต่สมัยองค์การเชื้อเพลิง ถ้าใครเกิดทัน หรือมีคุณพ่อคุณแม่ ปู่ย่าตายาย พูดถึง เราก็จะพบว่าปั๊มองค์การเชื้อเพลิง ปั๊มทหาร ปั๊มสามทหาร ปัจจุบันคนที่ทำมาค้าขายอยู่ในท้องถิ่นนั้น เขาได้เห็นคุณค่า ได้เห็นประโยชน์ ที่บอกว่ารายได้ของเจ้าของปั๊มก็คือมาจากรายได้จากการที่คนไทยด้วยกันเข้ามาใช้บริการ ต่อวันของปั๊มและอเมซินที่มีคนมาใช้บริการ ถึง 2.4 ล้านคนต่อวัน ดังนั้นเจ้าของปั๊ม ตอนนี้มีตัวแทนที่เข้ามาอยู่กับเรา และเขาจะเป็นคนที่จะช่วยกันคัดเลือกสินค้าของดี ของเด็ด เข้ามาอยู่ในปั๊มพีทีสเตชัน วันนี้เราได้เรียนเชิญเจ้าของปั๊ม ซึ่งเป็นตัวแทนทั่วประเทศ ทั้งจากภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ พวกพี่ๆ เหล่านี้คือบุคคลที่เป็นกลจักรสำคัญที่เปิดโอกาสให้สินค้าของพี่ๆ น้องๆ ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นของสด เดี๋ยวถ้าพระอาจารย์มีสินค้าเกษตรของสด จะเป็นไข่ไก่ หรือจะเป็นอะไร มาเปิดจำหน่ายในปั๊มที่ใกล้เคียงได้เลยค่ะ ตลอดจนสินค้าที่มีการพัฒนาแล้ว


อันนี้ยกตัวอย่างให้ฟังว่า จากไทยเด็ด ที่เป็นนโยบายภาครัฐ และร่วมมือกันระหว่างสถาบันการเงินรัฐ เอกชนอย่างโออาร์ หรือปั๊มพีที และเจ้าของปั๊ม แค่เพียงเริ่มไม่ถึง 1 ปี ณ เวลานี้เรามีทางด้านของเอสเอ็มอี ซึ่งเข้ามาขายในมุมของไทยเด็ด 147 ราย ปั๊มในปัจจุบันมีถึงเกือบ 200 ปั๊ม ที่รับรองทางด้านของมุมไทยเด็ด นอกจากนี้ เรามีการจัดที่เรียกว่า ไทยเด็ด แมทชิ่ง เดย์ ขึ้นในแต่ละจังหวัดของทุกภูมิภาค เพื่อที่จะให้ทางด้านผู้ผลิต ทางด้านเอสเอ็มอี ทางด้านชุมชน ได้มีโอกาสมาพบเจอเจ้าของปั๊ม แล้วร่วมกันที่จะเสนอและคัดเลือกสินค้าเพื่อนำมาจำหน่ายที่ปั๊ม ปตท. และในวันนี้นอกจากที่บอกว่ามีตลาดที่เปิดให้ เป็นแมทชิ่งเดย์แล้ว เรามีทางด้านตลาดสดด้วย คือไม่ว่าท่านจะมีของสดอะไร อย่างไร ก็เข้ามาจำหน่ายได้ แล้วพี่ๆ ที่เป็นเจ้าของปั๊ม รวมทั้งปั๊มโออาร์ เราเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรได้มาส่งมือถึงเรื่องสินค้าให้กับชาวบ้านที่เข้ามาปั๊มเรา เราเปิดให้พื้นที่ฟรีที่จะให้เกษตรกรเข้ามาจำหน่าย


นอกจากนี้ อย่างที่เรียกว่าปัจจุบันการซื้อนอกจากมีที่ปั๊มแล้ว เรายังมีระบบออนไลน์ เราร่วมกับไปรษณีย์ไทย เปิดตู้ ปณ.ไทยเด็ด ท่านสามารถที่จะมีของดีของเด็ด ภาคเหนือส่งไปภาคใต้ ภาคเหนือส่งไปภาคตะวันออก ด้วยความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานภาคเอกชน และเจ้าของปั๊ม และจะเห็นได้ว่าตัวปั๊มมีสภาพของสินค้าไทยเด็ดอย่างไร และคนที่เกษตรกรตัวจริงได้เข้ามาจำหน่าย เขามีความรู้สึกอย่างไร ก็อยากจะให้รับชมจากคลิปวิดีโอนี้นิดหนึ่งค่ะ (คลิป "ไทยเด็ด")


สำหรับในช่วงแรกก็ขอเรียนเพียงแค่นี้ และนี่ใกล้เทศกาลจะเดินทางกันอีกแล้ว ถ้าในห้องนี้มีทางด้านของเอสเอ็มอี หรือชุมชนใดที่จะเอาสินค้ามาวางจำหน่ายในปั๊มพีทีสเตชัน ท่านติดต่อกับเจ้าของปั๊มที่อยู่ใกล้เคียงได้เลยนะคะ รับรองว่าทางด้านของการท่องเที่ยวของเราจะทำให้กระจายรายได้ให้กับชุมชนและปราชญ์ชาวบ้านและเกษตรกรได้อีกมากเลยค่ะ





กำลังโหลดความคิดเห็น...