xs
xsm
sm
md
lg

เกษตรกรผู้ปลูกมันเฮ! เคาะประกันรายได้ กก.ละ 2.50 บาท จ่ายส่วนต่างงวดแรก 1 ธ.ค.นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“จุรินทร์” ประชุม 3 ฝ่ายเคาะโครงการประกันรายได้มันสำปะหลัง กำหนดราคาประกันกิโลกรัมละ 2.50 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 100 ตัน จ่ายเงินส่วนต่างงวดแรก 1 ธ.ค. 63 ใช้งบ 9,400 ล้านบาท เตรียมชง ครม.เคาะ 12 พ.ย.นี้ พร้อมเดินหน้ามาตรการเสริมดันราคา ทั้งส่งเสริมทำพลาสติกชีวภาพ เอทานอล เร่งขยายตลาดส่งออก คุมลักลอบนำเข้า และจัดการโรคใบด่าง

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุม 3 ฝ่ายเพื่อพิจารณาโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2562/63 ที่สํานักงานเทศบาลนครอุดรธานี อําเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันกำหนดรายละเอียดของโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง โดยมีมติให้ความเห็นชอบประกันรายได้ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 2.50 บาท ที่เชื้อแป้งที่ 25% ครัวเรือนละไม่เกิน 100 ตัน และจะใช้เกณฑ์ราคาอ้างอิงเพื่อเป็นตัวกำหนดรายได้จากราคาตลาดของราคาหัวมันสดที่ลานมันแป้งเฉลี่ยย้อนหลัง 30 วัน

ทั้งนี้ เกษตรกรทุกรายสามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยต้องไปขึ้นทะเบียนต่อกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องขึ้นทะเบียนตามความเป็นจริง ต้องแจ้งชัดเจนว่าปลูกมันกี่ไร่ จะเก็บเกี่ยวช่วงไหน และกำหนดจ่ายเงินส่วนต่างงวดแรกในวันที่ 1 ธ.ค. 2562 จ่าย 6 งวดในฤดูกาลผลิตปีนี้ ทุกเดือนจนหมดจำนวนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน โดยวงเงินที่ใช้ร่วมกันประมาณ 9,400 ล้านบาท

“จะเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายมันสำปะหลังในวันที่ 11 พ.ย. 2562 และนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 12 พ.ย. 2562 ตอนที่ ครม.ไปประชุมสัญจรที่จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อ ครม.ให้ความเห็นชอบแล้วก็จะสามารถจ่ายเงินส่วนต่างแรกในวันที่ 1 ธ.ค. 2562 ต่อไป” นายจุรินทร์กล่าว

นายจุรินทร์กล่าวว่า สำหรับมาตรการเสริมเพื่อผลักดันราคามันสำปะหลังจะมีการใช้หลายมาตรการ เช่น การส่งเสริมให้มีการใช้มันสำปะหลังในประเทศมากขึ้น ทั้งทำพลาสติกชีวภาพ ซึ่งจะเดินไปในแนวทางนี้มากขึ้นเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม และนำไปใช้ทำพลังงานในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะเอทานอล รวมถึงการเร่งรัดการส่งออกมันสำปะหลังของไทยไปตลาดต่างประเทศ เช่น ที่ตนได้นำคณะเอกชนไปขายมันสำปะหลังที่จีนเมื่อไม่นานมานี้แล้วประสบความสำเร็จพอสมควร เพราะปีที่แล้วจีนนำเข้ามันไทย 3 ล้านตัน แต่ที่ไปสามารถขายได้ 2.6 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 18,000 ล้านบาท และจะเร่งเปิดตลาดอินเดีย เน้นใช้มันสำปะหลังทำถุงพลาสติกและหีบห่อ รวมทั้งขยายตลาดตุรกี นิวซีแลนด์ และเกาหลีใต้

นอกจากนี้ จะเร่งรัดเรื่องการป้องกันการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อไม่ให้มันสำปะหลังราคาตกโดยไม่จำเป็น และจะมีมาตรการดูแลราคาช่วงผลผลิตออกสู่ตลาด เช่น ชะลอการขุด หรือชดเชยการขุด รวมทั้งให้มีการจัดตั้งวอร์รูมมันสำปะหลังเพื่อติดตามสถานการณ์มันสำปะหลังอย่างใกล้ชิดและเสนอทางออกเพื่อประโยชน์ของเกษตรกรมันสำปะหลังไทยด้วย

ส่วนเรื่องโรคใบด่าง ได้เร่งรัดเรื่องการกำจัดโรคใบด่างให้เกิดผลเป็นรูปธรรม หลังจากที่ ครม.ได้มีมติอนุมัติเงิน 248 ล้านบาทให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการทำลาย และให้มารายงานให้คณะกรรมการมันฯ ทราบในวันที่ 11 พ.ย. 2562 เพื่อให้ผลผลิตเพียงพอสำหรับการใช้ในปีนี้ และปีหน้า


กำลังโหลดความคิดเห็น...