xs
xsm
sm
md
lg

ร.ฟ.ท.เร่งเคาะที่ตั้งโรงงานมักกะสันแห่งใหม่ เล็งเจรจาคลังขอเงินก้อนแรกเป็นค่าย้าย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

นายวุฒิชาติ  กัลยามิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)
ร.ฟ.ท.เร่งสรุปแผนย้ายโรงงานมักกะสัน, บ้านพัก, โรงพยาบาลรถไฟออก เพื่อส่งมอบพื้นที่ให้คลัง ตามข้อตกลงล้างหนี้สิน 6.18 หมื่นล้าน เตรียมประชุมเคาะจุดตั้งโรงซ่อมแห่งใหม่ เผยปัญหาพื้นที่แก่งคอย สระบุรี ไม่พอกับทำโรงซ่อมหนักเบาในจุดเดียวด้าน “วุฒิชาติ” เล็งเจรจาคลังขอเงินก้อนแรกเป็นค่าดำเนินการรื้อย้ายและก่อสร้างในพื้นที่ใหม่ พร้อมการันตี ประมูลรถไฟทางคู่ 6 เส้นทางวงเงินกว่า 1.3 แสนล้านได้ในปี 58 ตามแผนแน่นอน

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้ข้อสรุปการนำที่ดินแปลงมักกะสันเพื่อชำระหนี้ โดยให้กระทรวงการคลังได้รับสิทธิในการเช่าที่ดินย่านมักกะสันของ ร.ฟ.ท.ในระยะยาวจำนวน 99 ปี เพื่อชำระหนี้มูลค่าประมาณ 61,846 ล้านบาทแล้ว ในส่วนของ ร.ฟ.ท.จะต้องเร่งสรุปแผนการย้ายโรงซ่อมมักกะสัน, โรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร (โรงพยาบาลรถไฟ) และบ้านพักพนักงานโดยภายในสัปดาห์นี้จะประชุมกับผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะฝ่ายช่างกลเพื่อจัดทำแผนโดยหลักการ คือ ร.ฟ.ท.ที่จะต้องทราบถึงงบประมาณสำหรับการย้ายและสร้างศูนย์ซ่อมแห่งใหม่ ส่วนโรงพยาบาลและบ้านพักพนักงานนั้นจะย้ายไปที่ กม.11 โดยจะเจรจากับกระทรวงการคลังเพื่อขอให้ ชำระเงินก้อนแรกของค่าที่ดิน สำหรับเป็นค่าดำเนินการในการรื้อย้ายและก่อสร้างดังกล่าว

“ทางการรถไฟฯ จะต้องกำหนดแผนรายละเอียดการย้าย และกำหนดวงเงินค่าดำเนินการก่อน จากนั้นต้องหารือกับสำนักงบประมาณว่าสามารถจัดสรรเงินให้ก่อนได้หรือไม่ ขณะนี้ต้องบอกก่อนจะเอาที่ดินรถไฟไปต้องมีเงินก้อนแรกมาให้รถไฟก่อนซึ่งคาดว่าเดือน ก.ย.จะได้ข้อสรุป” นายวุฒิชาติกล่าว

ส่วนที่ดินแปลงอื่นๆ ของรถไฟนั้น ล่าสุดนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ได้กล่าวในการมอบนโยบายต่อกระทรวงคมนาคมโดยระบุให้รถไฟเร่งนำมาพัฒนาหารายได้นั้น นายวุฒิชาติกล่าวว่า ร.ฟ.ท.มีแผนดำเนินการพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่อยู่แล้วเช่น ที่ดินย่านพหลโยธิน, แม่น้ำ, บางซื่อ โดยขณะนี้จะเร่งนำผลการศึกษาเดิมมาทบทวนใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ทันสมัยให้ข้อมูลเป็นปัจจุบันโดยจะให้แล้วเสร็จภายในปีนี้แน่นอน

แหล่งข่าวจาก ร.ฟ.ท.กล่าวว่า จากข้อสรุปการเช่าที่ดินย่านมักกะสันของ ร.ฟ.ท.เพื่อชำระหนี้กระทรวงการคลังนั้น กำหนดให้ ร.ฟ.ท.เร่งดำเนินการส่งมอบพื้นที่ภายใน 2 ปีนั้น ในส่วนของโรงงานมักกะสัน ซึ่งปัจจุบันใช้สำหรับการซ่อมเบาและซ่อมหนัก และถือเป็นโรงงานซ่อมหนักของรถไฟเพียงแห่งเดียว ขณะที่โรงงานซ่อมเบานั้นจะมีอยู่กระจายตามจุดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยจะมีการหารือกับฝ่ายช่างกลชองรถไฟถึงแผนการย้ายและจุดที่ตั้งโรงงานซ่อมแห่งใหม่ที่เหมาะสม ขณะนี้มี 2-3 จุดที่บริเวณ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี โดยแต่ละจุดห่างกันประมาณ 30 กม. แต่ปัญหาคือ จุดที่มีพื้นที่มากสุดประมาณ 70-80 ไร่นั้นจะไม่เพียงพอในการย้ายโรงงานมักกะสันทั้งหมด ที่มีทั้งโรงงานซ่อมหนักและซ่อมเบามาอยู่ที่ในเดียวกันเหมือนมักกะสัน เนื่องจากจะรองรับได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง

ดังนั้นสิ่งที่ต้องตัดสินใจคือจะแยกส่วนโรงซ่อมหนักและซ่อมเบาออกจากกันหรือไม่ หรือหากจะรวมเหมือนมีโรงงานกกะสันเดิม จำเป็นต้องซื้อที่ดินเพิ่มเพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอ เป็นต้น ส่วนจะเลือกแนวทางใดขึ้นกับการหารือภายในกับฝ่ายช่างกลก่อน

ส่วนการประกวดราคารถไฟทางคู่ซึ่งมีแผนประกวดราคาภายในปี 58 นั้น นายวุฒิชาติกล่าวว่า ยังคงยืนยันตามแผน โดยขณะนี้ ขายเอกสารประกวดราคาส้นทางฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย ระยะทาง 106 กม. วงเงิน 11,348.36 ล้านบาทแล้ว และจะตามด้วยชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ระยะทาง 185 กม. วงเงิน 26,007.20 ล้านบาท ส่วนประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 167กม. วงเงิน 17,929 ล้านบาท อยู่ระหว่างเสนอเรื่องขออนุมัติ ครม. และคาดว่าจะประกาศทีโออาร์ได้ในเดือน ต.ค., มาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 132 กม. วงเงิน 29,855 ล้านบาท, นครปฐม-หัวหิน ระยะทาง 165 กม. วงเงิน 20,038 ล้านบาท และลพบุรี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 148 กม. วงเงิน 24,842 ล้านบาท อยู่ในขั้นตอนการพิจารณา EIA ซึ่งได้หารือกับกระทรวงคมนาคมเพื่อขอความเห็นชอบ ในการขอเสนอเรื่องเข้า ครม.เพื่อขออนุมัติคู่ขนานไปก่อนโดยมีเงื่อนไขว่าจะให้ดำเนินการทีโออาร์ไว้รอก่อนและเมื่อผ่าน EIA แล้วจึงจะลงนามสัญญาก่อสร้างกับผู้รับเหมาได้
กำลังโหลดความคิดเห็น