xs
xsm
sm
md
lg

รถไฟไทย-จีนเฟสแรกค่าก่อสร้างบาน ผลตอบแทนต่ำ-ยึดตอกเข็มเป็น ธ.ค. 58

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ยืดสรุปผลศึกษาออกแบบรถไฟไทย-จีนเฟสแรกกรุงเทพฯ-โคราชอีก 1 เดือน “อาคม” ขยับตอกเข็มไปใช้แผน 2 เดือน ธ.ค.นี้ ชี้จีนออกแบบ ทำค่าก่อสร้างแพง หวั่นกระทบต้นทุนดอกเบี้ยเงินกู้ติงประมาณการรายได้ยังต่ำ แนะคำนวณจำนวนผู้โดยสารและสินค้าจากจีน-ลาว-ไทย ตลอดแนว พร้อมส่งที่ปรึกษารีเช็กค่าก่อสร้าง นัดประชุมครั้ง 8 ที่กรุงปักกิ่ง 28-29 ต.ค.นี้ เชื่อได้ข้อสรุปผลศึกษาเฟส 2 เล็งเสนอ ครม.ขออนุมัติใน พ.ย.

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากการประชุมความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 7 ร่วมกับ Mr. Wang Xiaotao (นายหวัง เสียวเทา) รองผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ หัวหน้าคณะฝ่ายจีน เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2558 ในการศึกษาความเหมาะสมการออกแบบและการสำรวจเส้นทางโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร (Standard Gauge) เส้นทางกรุงเทพฯ-แก่งคอย, แก่งคอย-มาบตาพุด, แก่งคอย-โคราช, โคราช-หนองคาย ระยะทาง 873 กม. ในเฟสแรก ตอนที่ 1 กรุงเทพฯ-แก่งคอย ระยะทาง 133 กม. และตอนที่ 3 แก่งคอย-นครราชสีมา ระยะทาง 138.5 กิโลเมตร โดยจีนได้นำเสนอผลการศึกษาเบื้องต้น ซึ่งได้ออกแบบรายละเอียด (Detail & Design) ไปได้ประมาณ 30%

โดยพบว่ายังมีต้นทุนค่าก่อสร้างที่สูงกว่าผลการศึกษาเดิม เนื่องจากการก่อสร้างมีความยาก เพราะมีสะพานและอุโมงค์ถึง 75% ของระยะทางแล้ว ทางจีนได้ออกแบบโครงสร้างสะพานที่ยาวมากขึ้น โดยทางจีนจะไปทำรายละเอียดและเหตุผลเพิ่มเติม นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังตั้งข้อสังเกตในเรื่องมูลค่าโครงการ ประมาณการต้นทุน ประมาณการจำนวนผู้โดยสาร ประมาณการรายได้ ผลตอบแทนทางการเงิน เนื่องจากเห็นว่าการประเมินตัวเลขการลงทุนของตอนที่ 1, 3 นั้นจะต้องนำประมาณการและการส่งต่อผู้โดยสารในตอนที่ 2, 4 ที่รับมาจากลาวและจีนมาประกอบด้วย ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุน ประมาณการรายได้ของทั้งโครงการ โดยฝ่ายไทยได้ให้ที่ปรึกษาเข้าไปตรวจสอบความเหมาะสมที่ทางจีนศึกษาและประเมินไว้ โดยคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือน

ส่วนเรื่องรูปแบบการจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicle : SPV) ระหว่างไทย-จีน เพื่อร่วมลงทุนงานระบบและงานเดินรถ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.2แสนล้านบาทนั้นเป็นไปตามข้อตกลงเดิม ส่วนสัดส่วนการถือหุ้นนั้นครั้งนี้ไทยเสนอ 50:50 จากเดิมที่ 60:40 ซึ่งจีนรับไปพิจารณา และใช้สัญญาก่อสร้างแบบ EPC หรือ Engineering Procurement Construction

นายอาคมกล่าวว่า ได้กำหนดประชุมร่วมครั้งที่ 8 ในวันที่ 28-29 ต.ค.นี้ ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน โดยคาดว่าจะมีรายละเอียดและมูลค่าการลงทุนในตอนที่ 1 และ 3 ส่วนตอนที่ 2 และ 4 นั้น การศึกษาจะแล้วเสร็จเดือน ธ.ค. แต่คาดว่าจะนำเสนอผลการศึกษาในเบื้องต้นได้ ซึ่งจะทำให้ทราบถึงมูลค่าโครงการทั้งหมด ผลตอบแทนและเป็นไปได้ที่จะสามารถนำผลศึกษาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ (Feasibility Study) ของทั้งโครงการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติโครงการได้ในเดือน พ.ย. 2558 และจะสามารถตอกเข็มเพื่อเริ่มต้นการก่อสร้างตอนที่ 1, 3 ได้ภายในเดือน ธ.ค. 2558 ซึ่งอยู่ในแผนที่ 2 ที่กำหนดไว้ช่วงวันที่ 1-10 ธ.ค. 2558 (วันแห่งการก้าวสู่เทคโนโลยีใหม่ในรัชกาลที่ 9) แทนแผน 1 ที่กำหนดไว้เดิมในวันที่ 23 ต.ค. (วันปิยมหาราชบิดารถไฟไทย)

“การประชุมครั้งที่ 8 ที่จีนจะชัดเจนมากขึ้น ซึ่งยังตกลงที่จะเตรียมพร้อมในเรื่องของสัญญาร่วมทุน สัญญาการตั้ง SPV และเอ็มโอยูเรื่องสัญญาการถือหุ้น สัญญาก่อสร้าง รูปแบบการลงทุน ตอนนี้ตัวเลขยังไม่นิ่ง ซึ่งตราบใดที่ยังไม่รู้ว่าปริมาณงานในแต่ละส่วนจะไม่ทราบปริมาณการกู้ ส่วนดอกเบี้ยจะสูงหรือต่ำต้องดูที่ผลตอบแทนที่มาจากการประมาณการรายได้ จากจำนวนผู้โดยสารและสินค้าซึ่งต้องดูตั้งแต่ต้นทางจากจีนส่งต่อลาวมาไทย ต้องมองทั้งเส้นทาง และได้แจ้งจีนไปแล้วว่าการกู้เงินแบบนี้จะต้องบวกเรื่องการสวอปอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งมีความเสี่ยงไปด้วย ดูเฉพาะอัตราดอกเบี้ยที่เสนอมาให้อย่างเดียวไม่ได้ โดยจีนยังยืนยันว่าจะพิจารณาให้ดีที่สุด” นายอาคมกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า รูปแบบการก่อสร้างช่วงกรุงเทพฯ-โคราชนั้น จะเป็นทางยกระดับแทบทั้งหมด ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้ค่าก่อสร้างค่อนข้างสูง ในขณะที่จีนจะตั้งศูนย์ควบคุมการเดินรถ (OCC) ที่เชียงรากน้อย ซึ่งพื้นที่เขตทางและย่านสถานีรถไฟมีไม่เพียงพอ จำเป็นต้องเวนคืนเพิ่ม นอกจากนี้ยังมีบางสถานีที่จะต้องมีพื้นที่สำหรับเป็นศูนย์ซ่อมบำรุงย่อย ซึ่งจะต้องเวนคืนเพิ่มเติมเช่นกัน ในขณะที่การเสนอขออนุมัติ ครม.นั้นจะต้องศึกษาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทั้งโครงการก่อน ซึ่งนายอาคมยอมรับว่าโครงการทั้งหมดมี 4 ตอนต้องมีการศึกษาทั้งหมดเพื่อเสนอขออนุมัติ จะมาขออนุมัติทีละตอนไม่ได้ ซึ่งทางธนาคารเพื่อการนำเข้าและส่งออกจากจีน (China EXIM Bank) เองต้องการเห็นผลศึกษาทั้งโครงการก่อสร้างก่อนเพราะจะรู้ต้นทุนทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ทุกคนที่เกี่ยวข้องเร่งทำงานอย่างเต็มที่ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีเร่งรัดโครงการ
กำลังโหลดความคิดเห็น...