xs
xsm
sm
md
lg

“บางจาก” ฟุ้งปีนี้กำไรทะลุเป้า 4,052 ล้านบาท หลังกลั่นเพิ่ม-GRM ดีจ่อซื้อโรงไฟฟ้า ตปท.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


บางจากฟุ้งปีนี้กำไรสุทธิและ EBITDA โตทะลุเป้าที่วางไว้ 4,052 ล้านบาท และ 10,400 ล้านบาท ตามลำดับ เนื่องจากกลั่นน้ำมันได้เกินเป้าหมายอยู่ที่ 1.15 แสนบาร์เรล/วัน และค่าการกลั่นอยู่ในระดับที่สูง ยอมรับไตรมาส 3 อาจขาดทุนสต๊อกน้ำมันบ้างแต่ไม่กระทบกระแสเงินสด เตรียมชงบอร์ดอนุมัติซื้อโรงไฟฟ้าต่างประเทศ กำลังผลิต 30-40 เมกะวัตต์ และเจ้าของแหล่งปิโตรเลียมแห่เสนอขายหลังราคาน้ำมันวูบ เผยยังไม่ตัดสินใจซื้อรอจังหวะที่ดี วางเป้า 1 หมื่นล้านบาทรุกขยายปั๊มรูปแบบใหม่เพิ่มอีก 350-400 ปั๊มภายในปี 63

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (BCP) เปิดเผยผลการดำเนินงานบริษัทในปีนี้ว่า บางจากฯ คาดว่าจะมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อม (EBITDA) และกำไรสุทธิสูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ว่าจะมี EBITDA 10,400 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 4,052 ล้านบาท เนื่องจากปีนี้โรงกลั่นบางจากกลั่นน้ำมันได้สูงกว่าเป้าที่วางไว้ ปัจจุบันกลั่นอยู่ระดับ 1.15 แสนบาร์เรล/วัน และค่าการกลั่นในปีนี้ค่อนข้างดีเมื่อเทียบจากเป้าที่วางไว้ 6 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แต่จากราคาน้ำมันดิบโลกที่ผันผวนทำให้ไตรมาส 3 นี้อาจได้รับผลกระทบจากขาดทุนสต๊อกน้ำมัน ที่ล่าสุดน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 46 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากต้นปีน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

ถึงแม้ว่าจะขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันแต่ไม่ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสด ล่าสุดบางจากมีกระแสเงินสดเข้ามาเฉลี่ยเดือนละพันกว่าล้านบาท โดยครึ่งแรกปีนี้บางจากมี EBITDA อยู่ที่ระดับ 7.49 พันล้านบาท และกำไรสุทธิ 3,831 ล้านบาท จากราคาน้ำมันที่อยู่ระดับต่ำ โรงกลั่นบางจากหันมาเก็บสต๊อกน้ำมันเต็มที่รวม 6 ล้านบาร์เรล จากปกติเก็บสต๊อกน้ำมัน 5 ล้านบาร์เรล เนื่องจากน้ำมันดิบที่บางจากใช้เป็นน้ำมันดิบคุณภาพ (เบรนต์) ที่ปกติจะแพงกว่าน้ำมันดิบดูไบเพราะกลั่นได้น้ำมันสำเร็จรูปมากกว่า แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันเบรนต์ถูกกว่าดูไบ ทำให้บางจากตัดสินใจเก็บสต๊อกในอัตราที่สูงขึ้น

“ปัจจุบันบางจากกลั่นน้ำมันอยู่ 1.15 แสนบาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนกลั่นเฉลี่ย 8-9 หมื่นบาร์เรล/วัน ขณะที่ค่าการกลั่น (GRM) ไตรมาส 3 นี้ปรับตัวลงจากไตรมาสก่อนมาอยู่ที่ 8 เหรียญกว่า/บาร์เรล แต่ก็เป็นระดับค่าการกลั่นที่สูงกว่าปกติเมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีค่าการกลั่นอยู่ที่ 5-6 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่วนการขยายกำลังการกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 แสนบาร์เรล/วันนั้นได้จ้างผู้รับเหมาเพื่ออัปเกรดโรงกลั่น คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 3 ปีข้างหน้า”

ส่วนทิศทางราคาน้ำมันดิบในปีหน้า บางจากคาดว่าราคาน้ำมันดิบจะอยู่ที่ระดับ 55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทรงตัวจากปีนี้

นายชัยวัฒน์กล่าวถึงแผนการนำธุรกิจไฟฟ้าเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า คงต้องรอการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 9 ต.ค.นี้ หลังจากนั้นจะจดทะเบียนตั้งบริษัท บีซีพีจี จำกัด เพื่อดูแลธุรกิจไฟฟ้าพลังงานทดแทน ซึ่งปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ 118 เมกะวัตต์ โดยวางเป้าหมายปีนี้ใหม่ว่าจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 200 เมกะวัตต์จากต้นปีที่วางไว้ 250 เมกะวัตต์ ซึ่งเดือน ก.ย.นี้จะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ อนุมัติการซื้อโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ กำลังผลิต 30-40 เมกะวัตต์

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ สนใจที่จะลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตร โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 40-50 เมกะวัตต์จาก 20-30 โครงการ ซึ่งขณะนี้ได้มีการพูดคุยกับสหกรณ์หลายแห่ง

ส่วนธุรกิจสำรวจ และผลิตปิโตรเลียมนั้น แม้ว่าราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวลงมาต่ำที่ 43 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แต่แหล่ง Galoc ที่บางจากฯ ถือหุ้นอยู่ 55% สามารถขายได้ราคาน้ำมันดิบดูไบบวก 3 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับราคาที่มีมาร์จิ้นน้อยมาก แต่ก็ไม่ขาดทุน โดยต้นทุนการผลิตน้ำมันที่แหล่ง Galoc อยู่ที่ 40-43 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

ความคืบหน้าการซื้อแหล่งปิโตรเลียมเพิ่มเติมนั้น ขณะนี้มีเจ้าของแหล่งปิโตรเลียมหลายรายเสนอขายให้บางจากฯ แต่บริษัทยังไม่รีบร้อนตัดสินใจ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อน เน้นซื้อแหล่งปิโตรเลียมขนาดเล็ก ผลิตเฉลี่ย 8-9 พันบาร์เรล/วัน ดังนั้น เป้าหมายการผลิตปิโตรเลียมให้ครบ 1 หมื่นบาร์เรล/วันภายในปีนี้อาจทำไม่ได้ แต่ยังคงยืนเป้าหมายที่ 3 หมื่นบาร์เรล/วันในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งปัจจุบันกำลังการผลิตน้ำมันดิบจากแหล่ง Galoc ตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 4 พันบาร์เรล/วัน

ทั้งนี้ บางจากตั้งงบลงทุนไว้ที่ 9 หมื่นล้านบาทใน 6 ปีนี้ (2558-2563) แบ่งเป็นธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม 2 หมื่นล้านบาท ธุรกิจพลังงานสะอาด (Green Power) และเชื้อเพลิงชีวภาพ 2-3 หมื่นล้านบาท การซ่อมบำรุงโรงกลั่น 1.8 หมื่นล้านบาท อีก 2 หมื่นล้านบาทใช้ในการพัฒนาศักยภาพโรงกลั่น สร้างปั๊มน้ำมันเพิ่มขึ้นและ 3E Project ที่เหลืออีก 2 พันล้านบาทใช้ลงทุนธุรกิจนวัตกรรมใหม่

นายชัยวัฒน์กล่าวต่อไปว่า บางจากยังรุกธุรกิจ Non Oil ด้วยการเปิด Lemon Green Square ให้เป็นที่รวมร้านอาหารและเครื่องดื่มคุณภาพสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ โดยเปิดเป็นแห่งที่ 2 ที่สถานีบริการน้ำมันบางจากสาขาชะอำ ปาร์ค บนพื้นที่ 8 ไร่ โดยมีร้านอาหารปรุงสุกแบรนด์ใหม่ “หอมมะลิ” โดยอาหารปรุงสุกแบบสดๆ ไม่ผ่านไมโครเวฟ ร้าน Inthanin Garden ร้านกาแฟพรีเมียมที่ใช้เม็ดกาแฟออแกนิกอะราบิกาแท้ รวมทั้งสินค้าโอทอปของขึ้นชื่อจังหวัดเพชรบุรี ร้านสะดวกซื้อมินิ บิ๊กซี และร้านแมคโดนัลด์ และอื่นๆ

ทั้งนี้ บางจากมีเป้าหมายที่จะเปิดสถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นปีละ 4-5 ปั๊ม ใช้เงินลงทุน 50-70 ล้านบาท/แห่ง ตามหัวเมืองหลักและถนนสายหลัก รวมทั้งเปิดสถานีบริการน้ำมันขนาดมาตรฐานที่บางจากลงทุนเองพิ่มเติมอีก 200 ปั๊ม และปั๊มที่ดีลเลอร์เป็นผู้ลงทุนอีก 200 ปั๊มภายในปี 2563 คาดใช้เงินลงทุนรวม 1 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันบางจากมีปั๊มขนาดมาตรฐานเพียง 400 ปั๊ม และปั๊มสหกรณ์การเกษตร 600 ปั๊มทั่วประเทศ

ส่วนการขยายปั๊มน้ำมันบางจากในประเทศเพื่อนบ้านนั้น ปัจจุบันมีการเปิดปั๊มบางจากที่พม่าแล้ว 3 แห่ง และอยู่ระหว่างการพิจารณาที่จะเปิดปั๊มน้ำมันที่ลาว แต่ยังไม่รีบร้อน เนื่องจากคุณภาพน้ำมันจากโรงกลั่นบางจากเป็นยูโร 4 ขณะที่ประเทศเพื่้อนบ้านใช้น้ำมันยูโร 2 คงต้องรอให้การใช้น้ำมันในประเทศเพื่อนบ้านเป็นมาตรฐานเดียวกันก่อนหลังรวมเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จึงจะะรุกตลาดค้าปลีกน้ำมันในประเทศเพื่อนบ้าน

สำหรับยอดขายน้ำมันในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่ายอดขายน้ำมันผ่านปั๊มบางจากฯ โตขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากผู้ใช้รถที่เติมก๊าซ LPG หันมาเติมน้ำมันมากขึ้นเนื่องจากราคาน้ำมันถูกลงมาก และตลาดน้ำมันค้าปลีกก็โตด้วยตัวเอง ส่วนแบ่งการตลาดบางจากฯ ยังทรงตัวอยู่ที่ 15% จากปีก่อนอยู่ที่ 14.8%
กำลังโหลดความคิดเห็น...