นักธุรกิจอินเดียสนใจซื้อและร่วมลงทุนกิจการโรงแรมประเภท 4-5 ดาวมากขึ้น หลังพบตัวเลขนักท่องเที่ยวจากอินเดียทะลักเข้าไทยพุ่งปีนี้ 1.2-1.3 ล้านคน โดยเฉพาะเศรษฐีและมหาเศรษฐียังนิยมแห่จัดแต่งงานในไทยโตปีละ 15-20% ขนเงินชอปปิ้งมากมาย
นายสาธิต เซกัล นายกสมาคมธุรกิจอินเดีย-ไทย เปิดเผยต่อ “ASTVผู้จัดการออนไลน์” ว่า ขณะนี้นักธุรกิจอินเดียมีความสนใจมากขึ้นที่จะเข้ามาลงทุนธุรกิจด้านบริการในไทย โดยเฉพาะการเข้ามาซื้อหรือร่วมลงทุนในกิจการธุรกิจโรงแรมในระดับ 4-5 ดาวในเขตธุรกิจท่องเที่ยว เช่น กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต กระบี่ พังงา พัทยา เชียงใหม่ เป็นต้น ทั้งนี้ เนื่องจากส่วนหนึ่งเห็นการขยายตัวของการเข้ามาท่องเที่ยวของคนอินเดีย รวมถึงการจัดงานแต่งงานและฉลองงานแต่งของเศรษฐีและมหาเศรษฐีอินเดียในไทยมากขึ้นต่อเนื่องโดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 15-20%
ปัจจุบันไทยเป็นตลาดการจัดงานแต่งงานของเศรษฐีและมหาเศรษฐีอินเดียเป็นอันดับ 1 ซึ่งมีมูลค่าไม่น้อยกว่าปีละ 3-4 หมื่นล้านบาทโดยยังไม่รวมกับค่าใช้จ่ายทางอ้อมอื่นๆ อีก โดยปี 2556 คาดว่าจะมีการเข้ามาจัดงานแต่งงานของระดับเศรษฐีและมหาเศรษฐีไม่น้อยกว่า 50-70 ราย ซึ่งแต่ละรายที่มาจัดจะจองโรงแรมและค่าใช้จ่ายในการจัดงานเฉลี่ยรายละ 50 ล้านบาท ซึ่งหากรวมกับค่าเดินทางเช่นเครื่องบินและแขกที่จะเข้ามาร่วมงานเฉลี่ยรายละ 300-500 คนจากอินเดีย ซึ่งก็จะต้องใช้จ่ายในการท่องเที่ยวและอื่นๆ อีกมากนับเป็นตลาดที่ยังคงโตต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ตลาดที่มีอัตราเติบโตตามมาที่ต้องจับตาใกล้ชิดคือ การเข้ามาจัดงานฉลองครบรอบงานแต่งที่ขณะนี้คนอินเดียทุกระดับต่างก็เริ่มสนใจเข้ามาจัดในไทยมากขึ้น รวมถึงการจัดสัมมนา การประชุมประจำปี เนื่องจากไทยมีการบริการและการท่องเที่ยวที่ดีและมีสินค้าหลากหลายทั้งแบรนด์แนม และสินค้าเสื้อผ้าราคาถูกที่มีคุณภาพสูง แหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม
“ภาพรวมนักท่องเที่ยวในอินเดียที่เดินทางเข้ามาไทยมีมากขึ้นทุกปี คาดว่าปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 1.2-1.3 ล้านคนจากปีที่แล้วอยู่ที่ 1 ล้านคน และภายใน 3 ปีข้างหน้าคาดว่าจะสู่ระดับ 1.5-1.6 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยทางการเมืองของไทยในขณะนี้ไม่มีผลกระทบเพราะการชุมนุมในอินเดียมองเป็นเรื่องปกติ และที่ผ่านมาไทยเองก็ไม่ได้รุนแรงอะไรมาก” นายสาธิตกล่าว
สำหรับการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมนั้นไทยมีการเปิดเขตการค้าเสรีร่วมกับอินเดียหรือ FTA อินเดีย-ไทย แต่มีเพียง 82 รายการเท่านั้น แต่ก็ทำให้ภาพรวมการส่งออกของไทยไปอินเดียขยายตัวมากขึ้น โดยมียอดการค้าเฉลี่ยขณะนี้ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ และไทยได้ดุลการค้าอินเดีย ซึ่งหากเทียบสัดส่วนการส่งออกของไทยไปอินเดียจากสินค้าทั่วโลกคิดเป็นเพียง 2% เท่านั้น ซึ่งไทยควรจะเร่งขยายความร่วมมือในสินค้ารายการอื่นๆ เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะเกษตรแปรรูป สินค้าอุตสาหกรรมประเภทวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม หรือเอสเอ็มอี ซึ่งหากไทยไม่ขยายประเภทสินค้าเพิ่มอนาคตหากอินเดียซื้อได้จากที่อื่นที่ถูกกว่า หรือผลิตเองได้จะทำให้ไทยสูญตลาดในอินเดียลงได้ในระยะยาว



