xs
xsm
sm
md
lg

ทอท.-บวท.ประชุมด่วนเหลือรันเวย์เดียวหวั่นเที่ยวบินดีเลย์หนัก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ทอท.-บวท.-การบินไทยประชุมด่วน แก้ปัญหาสุวรรณภูมิเหลือรันเวย์เดียว หวั่นช่วงเที่ยวบินแน่น ดีเลย์หนัก อาจใช้งานครึ่งรันเวย์เหมือนช่วงปิดซ่อม บวท.ประสานสายการบินเติมน้ำมันสำรองเพิ่มเผื่อต้องบินวนรอ

น.ต.ประจักษ์ สัจจะโสภณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.)กล่าวว่า จากเหตุการณ์เครื่องบิน A330 เที่ยวบินที่ ทีจี 679 ลื่นไถลออกนอกรันเวย์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อคืนวันที่ 8 กันยายนนั้น ขณะนี้สนามบินสุวรรณภูมิเหลือใช้งานได้รันเวย์เดียวทำให้เครื่องบินต้องบินวนรอบ้างแต่ยังไม่ใช้เวลามากนักโดยบวท.ได้แจ้งประสานไปยังสายการบินต่างๆ ให้ทราบล่วงหน้า พร้อมทั้งให้เติมน้ำมันสำรองเพิ่มเติมไว้ก่อน โดยในช่วงเช้าวันนี้ (9ก.ย.) ผู้เกี่ยวข้องทั้งบริษัท ท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) หรือทอท. บวท.และ บริษท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จะประชุมร่วมกันเพื่อหาข้อสนุปในแนวทางต่างๆ

โดยอาจจะพิจารณาใช้งานรันเวย์ฝั่งที่เกิดเหตุซึ่งเหลือความยาวทางวิ่งประมาณ 2,000 เมตร ว่าจะสามารถใช้งานได้อย่างไรได้บ้าง ซึ่งอาจใช้งานในลักษณะกรณีซ่อมรันเวย์ได้หรือไม่ เนื่องจากคาดว่าจะสามารถเปิดใช้รันเวย์ได้ปกติในวันพรุ่งนี้(10 ก.ย.) โดยในช่วงเวลาประมาณ 10.00น,13.00น,19.00น.ของทุกวันจะเป็นช่วงเวลาที่มีเที่ยวบินหนาแน่น ดังนั้นจะต้องเร่งหาข้อสรุปก่อน

ด้านเจ้าหน้าที่กรมการบินพลเรือน (บพ.) กล่าวว่า บพ.ได้เข้าไปตรวจสอบสภาพที่เกิดเหตุและเครื่องบินหลังเกิดเหตุแล้ว และเบื้องต้น อธิบดีบพ.ได้แจ้งอนุญาตให้การบินไทยขนย้ายเครื่องบินออกได้ทันทีที่มีความพร้อม แต่การขนย้ายเครื่องบินจะต้องวางแผนเพื่อไม่ให้เครื่องบินได้รับความเสียหายพร้อมกันนี้ จะต้องมีการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างรอบคอบด้วยเพราะพบว่ามีเครื่องยนต์ที่ 2 เกิดไฟไหม้ด้วย

โฆสิตเผยนาทีระทึก

ขณะเดียวกัน นายโฆสิต สุวินิจจิต ประธานบริษัทมีเดียออฟมีเดียส์ อดีตผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ หนึ่งใน ผู้โดยสาร ที่โดยสารมากับเครื่องบินแอร์บัส เอ 330-300 ของสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG-679 เส้นทางกวางโจว-สุวรรณภูมิ ซึ่งเกิดเหตุไถลออกรันเวย์ 19L ฝั่งตะวันออก ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเมื่อช่วงสายวันนี้(9ก.ย.) ว่า ตอนแรกมีกัปตันเครื่องบินประกาศว่า ต้องลงจอดเครื่องบินไกล จึงต้องอภัยผู้โดยสาร เนื่องจากมีการซ้อมรันเวย์ และ เมื่อเครื่องบินลงจอดเหตุการณ์ปกติดี แต่เมื่อลงจอดสนิทรู้สึกถึงอาการเบรกผิดปกติ สักพักเห็นเครื่องบินสไลต์ และ เห็นชิ้นส่วนใหญ่กระเด็นออกมา จึงรู้ว่าเกิดเหตุการณ์ไม่ดี และเมื่อเครื่องบินจอดนิ่งก็ไถลออกนอกรันเวย์ และลงไปในดิน

หลังจากนั้นได้กลิ่นไหม้และมีควันออกมา รวมทั้งผู้โดยสารตะโกนว่ามีไฟไหม้ ซึ่งคาดว่าผู้โดยสารที่นั่งด้านหลังที่เห็นสะเกิดไฟ และเครื่องบินก็ดับไฟ จากนั้นกัปตันสั่งเปิดประตูและปล่อยแพร่ยางออกมา พร้อมประกาศให้ผู้โดยสารกระโดดลง และวิ่งให้เร็วเมื่อถึงพื้น เนื่องจากไม่แน่ใจว่าหลังจากนี้จะเกิดเหตุการณ์อะไร เช่น ระเบิด เป็นต้นแต่การท่าอากาศยานนำรถดับเพลิง รีบฉีดน้ำดับเพลิง และเจ้าหน้าที่ประกาศให้ผู้โดยสารออกจากบริเวณให้ไกลที่สุด และให้ไปรวมตัวที่รถซึ่งมีไฟสีฟ้า

นายโฆสิต ยังกล่าวถึงส่วนแผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินทางท่าอากาศยานว่า มีการรับมืออยู่ในเกณฑ์ดี แต่มีรถที่มีสปอร์ตไลท์ ฉาย เพราะอากาศมึด ทำให้ผู้โดยสารโกลาหล ด้านการประสานให้ข้อมูลผู้โดยสาร ทางท่าอากาศยานให้ไปขึ้นรถ มารอรับ เพื่อให้คนกักบริเวณในนั้น หลังจากนั้น 10 นาที กระบวนมาที่ อาคารผู้โดยสาร ของสนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนที่ควรแก้ไข คือ ควรมีล่าม เพราะมีผู้โดยสารต่างชาติ และเจ้าหน้าที่ หมอ พยาบาล พูดภาษาจีนไม่ได้ ทำให้ไกด์ 1 คน ต้องคอยแปลภาษา ซึ่งไม่พอกับจำนวนผู้โดยสาร ซึ่งการช่วยเหลือประมาณ ครึ่งชั่วโมงกว่า


กำลังโหลดความคิดเห็น...