xs
xsm
sm
md
lg

ดังไกลเลย! สื่อนอกตีข่าวสาวไทยกลายเป็นไวรัล คบหนุ่มฝาแฝด 'อยู่กินแบบ 3 คนผัวเมีย'

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เว็บไซต์ข่าวระดับเอเชีย รายงานหญิงสาววัย 24 ปีรายหนึ่งในไทย กลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางบนสื่อสังคมออนไลน์ หลังออกมาเปิดเผยสถานะความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับสามี 2 คนที่เป็นคู่แฝดกัน ในคลิปวิดีโอที่โพสต์บนโลกออนไลน์

เอเชียวัน สื่อชื่อดังของสิงคโปร์ ระบุว่าผู้หญิงรายนี้มีชื่อเล่นว่า "ฟ้า" เธอโพสต์วิดีโอบน TikTok เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม เล่าว่าเธอออกเดทกับ 2 พี่น้องคู่แฝดพร้อมๆกัน พร้อมเขียนแคปชั่น "ซุกซ่อนแฟนหนุ่มของฉัน 2 คน หายากนะที่ผู้หญิงจะมีแฟน 2 คน ใช่หรือเปล่า?" ตามรายงานของเอเชียวัน

สื่อมวลชนแห่งนี้รายงานต่อว่า ในวิดีโอที่โพสต์บน TikTok อีกคลิปเมื่อวันที่ 14 ธัยวาคม เป็นคลิปที่ ฟ้า อยู่ตรงกลางระหว่างคู่แฝด โดยที่ชายหนุ่มทั้ง 2 หอมแก้มเธอคนละข้าง

หลังจากปล่อยให้พวกผู้ชมคาดเดากันไปต่างๆนานาในเบื้องต้น ว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นการจัดฉากหรือไม่ ทางเอเชียวัน รายงานว่า ฟ้า ซึ่งมีผู้ติดตามบน TikTok กว่า 85,000 บัญชีและมีผู้กดไลค์ 1 ล้านครั้ง ออกมาชี้แจงว่ามันเป็นเรื่องจริง

ฟ้า เล่าว่าเธอเป็นโสดมานานกว่า 1 ปี และไม่ได้คิดอยากมองหาความสัมพันธ์ใด ตอนที่หนุ่มฝาแฝด "สิงห์กับเสือ" ติดต่อมาหาเธอ

เอเชียวัน ระบุไม่เป็นที่ชัดเจนว่าทั้ง 3 คนคบกันมานานแค่ไหนแล้ว โดยอ้างหนังสือพิมพ์ข่าวสดระบุว่าพวกเขาออกเดทกันมานานกว่า 1 ปี แต่ทางเว็บไซต์ Thaiger บอกว่าพวกเขาออกเดทกันเมื่อ 6 เดือนก่อน

ครอบครัวของทั้ง 3 คนรับรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์และไม่คัดค้านใดๆ ตามรายงานของเอเชียวัน พร้อมระบุทั้ง 3 คนพักอาศัยใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันและสนับสนุนกันและกัน

นอกจากนี้แล้วเอเชียวันยังอ้างคำสัมภาษณ์ของฟ้า ที่บอกว่าเธอกับสามีทั้ง 2 มีความใกล้ชิดกันทางกายภาพ และใช้เตียงนอนร่วมกันมาตั้งแต่ช่วงต้นๆของความสัมพันธ์แล้ว

2หนุ่มฝาแฝดมีอายุน้อยกว่าฟ้า 1 ปี และทำงานในภาคบริการเกี่ยวกับเครื่องจักรกลการเกษตร ฟ้าเล่าว่าพวกเขาเป็นขี้อาย ไม่ชอบออกกล้องและไม่เคยแสดงออกถึงความหึงหวงใดๆ เอเชียวันรายงานอ้างข้อมูลจากเว็บไซต์ Thaiger

แม้เธอถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากผู้คนบนสื่อสังคมออนไลน์ แต่ฟ้าบอกว่าเธอไม่สนเสียงวิจารณ์ และเลือกรับฟังเฉพาะคำพูดสนับสนุนแทน

สำหรับลูกๆที่จะมีในอนาคต เอเชียวันรายงานอ้างคำกล่าวของฟ้า ระบุว่าเธอจะตรวจดีเอ็นเอ เพื่อหาว่าใครเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดทารก เพื่อที่จะระบุชื่อได้ถูกต้องในใบสูติบัตรของเด็ก อย่างไรก็ตามเด็กจะเรียกทั้งคู่ว่า "พ่อ"

(ที่มา:เอเชียวัน)


กำลังโหลดความคิดเห็น