สถานทูตจีนประจำกัมพูชาเมื่อวันจันทร์(12ม.ค.) ออกคำเตือนเกี่ยวกับอาชญากรรมและล่อลวงจ้างงานที่เล็งเป้าหมายไปยังพลเมืองจีน ตามหลังมีเหตุลักพาตัวและกักขังโดยไม่ชอบโดยกฎหมายบ่อยครั้ง ในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ ความเคลื่อนไหวที่เชื่อว่าจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการท่องเที่ยว อันเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจของกัมพูชา
เมื่อเร็วๆนี้ ตำรวจกัมพูชาทลายเหตุลักพาตัวและกักกันพลเมืองจีนไม่ชอบด้วยกฎหมาย 2 คดีในกรุงพนมเปญและจังหวัดตะโบงคมุม มีเหยื่อได้รับความช่วยเหลือออกมาทั้งสิ้น 10 คน ถ้อยแถลงของสถานทูตจีนประจำกัมพูชา โพสต์บน WeChat ในช่วงต้นสัปดาห์
ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัย 8 ราย ทั้งหมดเป็นคนจีน ตามคำแถลงของสถานทูต พร้อมบอกว่าเวลานี้พวกเขากลังทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่กัมพูชา ในการปราบปรามอาชญากรรมต่างๆนานาที่เล็งเป้าเล่นงานพลเมืองจีน
ถ้อยแถลงของสถานทูตบอกต่อว่า ในคดีต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการคุกคามความปลอดภัยของพลเมืองชาวจีนในกัมพูชา ผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องเกือบทั้งหมด บ่อยครั้งเป็นคนจีน พร้อมเรียกร้องพลเมืองให้ตระหนักมากขึ้นเกี่ยวกับข้อควรระวังด้านความปลอดภัย และอยู่ในความระแวดระวังยามที่พบปะเพื่อนๆ
"ขอเตือนให้พลเมืองละเว้นไว้ซึ่งการเชื่อใจคนอื่นอย่างไม่ลืมหูลืมตา และหลีกเลี่ยงเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวอย่างไม่ระวัดระวัง" ถ้อยแถลงของสถานทูตระบุ พร้อมบอกว่าคดีส่วนใหญ่มีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมผิดกฎหมาย อย่างเช่นคอลเซ็นเตอร์และการฉ้อโกงทางออนไลน์
ทั้งนี้ถ้อยแถลงดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมา ตามหลังการส่งตัว เฉิน จื้อ มหาเศรษฐีกัมพูชาเชื้อสายจีน เจ้าพ่อสแกม ผู้ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนจากกัมพูชาไปยังจีน ขณะที่เขาถูกกล่าวหาบงการสแกมคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งล่อล่วงแรงงานค้ามนุษย์เข้าสู่แคมป์บังคับใช้แรงงาน ให้หลอกหลวงเงินเหยื่อจากทั่วโลก
เฉิน จื้อ ประธานกลุ่มธุรกิจปรินซ์กรุ๊ป ซึ่งถูกสหรัฐฯกล่าวหาว่าถูกใช้เป็นฉากบังหน้าสำหรับปฏิบัติการฉ้อโกงหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ได้รับสมญานามจากสำนักข่าวซีซีทีวีของจีน ว่าเป็น "หัวหน้าแก๊งการพนันข้ามชาติและหัวหน้าแก๊งอาชญากรรมฉ้อโกง"
การจับกุมตัวเขาถูกยกย่องในฐานะเป็นก้าวย่างที่ใหญ่ที่สุด ในความพยายามของประเทศต่างๆ ในการปราบปรามเขตล้อมรั้วสแกมอันใหญ่โตมโหฬารทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
"เราเรียกร้องทุกคนอย่าถูกชี้นำผิดๆจากสิ่งล่อใจตำแหน่งงานที่มีรายได้สูง ซึ่งมันอาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่างๆนานา อย่างเช่นถูกกักขังโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถูกทำร้าย และกระทั่งเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต" สถานทูตจีนระบุในถ้อยแถลง
นอกจากนี้แล้วทางสถานทูตยังเรียงร้องไปยังพลเมืองจีนที่ถูกคุกคามต่างๆนานา อย่างเช่นการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมหรือโดนกักขังไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่สถานทูตเพื่อขอความช่วยเหลือ และแจ้งเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกับทั้งตำรวจจีนและตำรวจกัมพูชาอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
(ที่มา:ซีเอ็นเอ/mgronline)


