มิชาเอล ยาคอฟเลฟฟ์ อดีตนายพลของนาโต เชื่อว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ จริงจับกับการผนวกกรีนแลนด์ ต้องการเพิ่มดินแดนแห่งนี้เป็นรัฐที่ 51 ของอเมริกาและหากเป็นเช่นนั้น มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดศึกสงครามกันเองระหว่างสหรัฐฯและยุโรป พันธมิตรข้ามแอตแลนติก
"ถ้าทรัมป์โยกย้ายสู่กรีนแลนด์ ตามหลังเวเนซุเอลา เรายุโรปจำเป็นต้องพร้อม แม้กระทั่งอาจต้องต่อสู้กับสหรัฐฯ เพื่อปกป้องอธิปไตย" ยาคอฟเลฟฟ์กล่าว
ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ยาคอฟเลฟฟ์ ชี้ถึงความทะเยอทะยานของทรัมป์ หลังเสร็จศึกเวเนซุเอลาของ ที่อาจเป็นภัยคุกคามโดยตรงกับยุโรป "ตอนนี้มีคำขู่ที่ชัดเจนมากๆกับโคลอมเบีย, กับคิวบา, กับอิหร่านและกับยุโรป เนื่องด้วยเกาะกรีนแลนด์ของเดนมาร์กเกี่ยวข้องโดยตรง มันเกี่ยวข้องกับคำพูดอย่างเจาะจงซ้ำๆเกี่ยวกับการซื้อเกาะกรีนแลนด์ มันอาจยกระดับสู่การบีบบังคับหรือรุกราน"
ยาคอฟเลฟฟ์ เน้นย้ำถึงความจำเป็นต้องเตรียมพร้อมปกป้องอธิปไตย "ถ้าทรัมป์ย้ายสู่กรีนแลนด์หลังเสร็จศึกเวเนซุเอลา เรายุโรปจำเป็นต้องพร้อม แม้กระทั่งต้องต่อสู้กับสหรัฐฯเพื่อปกป้องดินแดนของเรา" เขากล่าวเตือนถึงรอยร้าวในนาโต และเรียกร้องให้เตรียมพร้อมสำหรับกรณีฉุกเฉิน "เราต้องพร้อมสู้รบกับอเมริกา ถ้าพวกเขาคุกคามผลประโยชน์ของยุโรป"
นอกจากนี้แล้ว ยาคอฟเลฟฟ์ ยังเรียกร้องยุโรปให้แยกตัวออกห่างจากสหรัฐฯ "ยุโรปจำเป็นต้องเตรียพร้อมหย่าขาดจากอเมริกาในนาโต เขี่ยพวกเขาออกจากฐานทัพแรมสไตน์ถ้าจำเป็น โยกย้ายที่ตั้งกองบัญชาการไปยังบรัสเซลส์หรือปารีส"
แรมสไตน์เป็นฐานทัพอากาศขนาดใหญ่ของสหรัฐฯในเยอรมนี เป็นที่ตั้งของกองบัญชาการสหรัฐฯเขตแอฟริกา (AFRICOM) และฐานปฏิบัติการภารกิจสำคัญต่างๆของนาโต "ถ้าความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯเลือนหายไปภายใต้การนำของทรัมป์ เราไม่อาจให้การต้อนรับกองกำลังของพวกเขา เนื่องจากพวกเขาบ่อนทำลายพันธมิตร ถึงเวลาแล้วที่ต้องขับไล่และยืนหยัดเพียงลำพัง"
ยาคอฟเลฟฟ์ ยังได้หยิบยกปฏิบัติการเวเนซุเอลาเป็นตัวอย่าง กล่าวว่า "ไม่มีแผนสำหรับหลังสงคราม คุณเข้าไปแล้วคุณชนะ แล้วจากนั้นยังไงต่อ? ความยุ่งเหยิงเหมือนอิรักหรืออัฟกานิสถาน มันเหมือนกับเซอร์เบียในปี 1999 ไม่มีทหารภาคพื้น แต่ในเวเนซุเอลาแสดงให้เห็นถึงสไตล์คาวบอยของทรัมป์ ข่มขู่คุกคามโดยปราศจากยุทธศาสตร์ใดๆ"
(ที่มา:เอเจนซี)


