xs
xsm
sm
md
lg

ชาวบ้านโดนสั่งอพยพกลางเมืองคานยูนิส แพทย์เผยทัพยิวพุ่งเป้าโจมตี รพ.-รถฉุกเฉิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รอยเตอร์ - อิสราเอลสั่งชาวปาเลสไตน์อพยพออกจากใจกลางเมืองคานยูนิสเมื่อวันเสาร์ (9 ธ.ค.) หรือหนึ่งวันหลังอเมริกาใช้สิทธิยับยั้งญัตติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็นที่ต้องการให้หยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมทันที ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ทางตอนเหนือของกาซากล่าวหาอิสราเอลพุ่งเป้าโจมตีโรงพยาบาลและรถฉุกเฉิน ด้านกองทัพยิวยืนกรานปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ และใช้ข้อควรระวังที่เป็นไปได้ในการลดอันตรายที่จะเกิดกับพลเรือน

นับจากข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวสิ้นสุดลงเมื่อกว่าหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา อิสราเอลได้ขยายปฏิบัติการภาคพื้นดินเข้าสู่ครึ่งล่างของฉนวนกาซาโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยการบุกเข้าสู่เมืองคานยูนิส ขณะที่ทั้งสองฝ่ายรายงานว่า มีการสู้รบหนักขึ้นในตอนเหนือของกาซา

ซาคี ฮาเนกบี ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของอิสราเอล เผยว่า กองทัพอิสราเอลสังหารนักรบฮามาสอย่างน้อย 7,000 คนนับจากเริ่มต้นสงครามเมื่อวันที่ 7 ต.ค. จนถึงล่าสุด ทว่า ไม่ได้ระบุว่าประเมินตัวเลขนี้อย่างไร และผู้บัญชาการทหาร พล.ท.เฮอร์ซี ฮาเลวี ประกาศให้ทหารอิสราเอลรุกหนักขึ้น

ด้านกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์รายงานยอดผู้เสียชีวิตในกาซาเมื่อวันเสาร์เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 17,700 คน ไม่รวมผู้สูญหายอีกหลายพันคนที่เชื่อว่า เสียชีวิตอยู่ใต้ซากปรักหักพัง และก่อนหน้านี้ยังระบุว่า ผู้เสียชีวิต 40% เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี

ขณะเดียวกัน โฆษกอิสราเอลโพสต์แผนที่ภาษาอาหรับบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ย้ำพื้นที่ 6 ช่วงตึกในคานยูนิสที่ประชาชนต้องอพยพ “โดยด่วน” ซึ่งรวมถึงย่านใจกลางเมืองที่ไม่เคยมีคำสั่งอพยพมาก่อน

อิสราเอลออกคำเตือนแบบเดียวกันนี้ก่อนจู่โจมด้านตะวันออกของเมืองนี้ และประชาชนกลัวว่า คำสั่งอพยพใหม่หมายถึงการขยายการโจมตี

ประชาชนส่วนใหญ่ในกาซาจากทั้งหมด 2.3 ล้านคนถูกบังคับให้ต้องทิ้งบ้าน หลายคนต้องหนีแล้วหนีอีก และขณะที่การสู้รบขยายวงทั่วกาซา ชาวบ้านและหน่วยงานต่างๆ ของยูเอ็นระบุว่า ไม่มีที่ปลอดภัยให้พักพิงอีกต่อไป แม้อิสราเอลแย้งว่า ไม่เป็นความจริงก็ตาม

นอกจากนั้น บุคลากรทางการแพทย์ทางตอนเหนือของกาซายังกล่าวหาอิสราเอลพุ่งเป้าโจมตีโรงพยาบาลและรถฉุกเฉิน โดยมีเจ้าหน้าที่รถฉุกเฉินคนหนึ่งในย่านเชไจยาในกาซาซิตี้เผยว่า บ่อยครั้งที่ไม่สามารถออกไปรับผู้บาดเจ็บได้ และสำทับว่า ทีมของตนเคยถูกอิสราเอลไล่ยิง

โมฮัมเหม็ด ซัลฮา ผู้จัดการโรงพยาบาลอัล-ออว์ดา สำทับว่า กองกำลังอิสราเอลส่งรถถังล้อมโรงพยาบาลมาหลายวัน ซ้ำยังยิงคนที่พยายามเข้าออกจากโรงพยาบาล ยิงผู้หญิงคนหนึ่งบนถนน และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลคนหนึ่งที่ยืนที่หน้าต่าง

กระทรวงสาธารณสุขกาซารายงานเมื่อวันเสาร์ว่า กองกำลังอิสราเอลยิงเจ้าหน้าที่แพทย์เสียชีวิต 2 คนในโรงพยาบาลอัดวานทางเหนือของกาซาเช่นเดียวกัน

โรงพยาบาลจาฟฟาในเดียร์อัล-บาลาห์ตอนกลางของกาซา หยุดให้บริการเมื่อวันศุกร์ (8 ธ.ค.) เนื่องจากได้รับความเสียหายหนักจากการที่อิสราเอลถล่มมัสยิดที่อยู่ใกล้กัน

นอกจากนี้ ประชาชนทางตอนเหนือของกาซายังโพสต์ข้อความขอให้เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินเข้าไปช่วยในกาซาซิตี้ แต่เมื่อสอบถามเกี่ยวกับรายงานการโจมตีสถานพยาบาลและรถฉุกเฉิน โฆษกกองทัพอิสราเอลยืนกรานเพียงว่า ปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศและใช้ข้อควรระวังที่เป็นไปได้ในการลดอันตรายที่จะเกิดกับพลเรือน

ก่อนหน้านี้ กองทัพอิสราเอลมักอ้างว่า ฮามาสมีฐานบัญชาการอยู่ในสถานพยาบาล และปล่อยคลิปสนับสนุนข้อกล่าวอ้างดังกล่าว ขณะที่ฮามาสปฏิเสธ

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อเมริกาใช้สิทธิยับยั้งการลงคะแนนของสมาชิก 15 ชาติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็นสำหรับญัตติเรียกร้องให้หยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมทันที โดยอังกฤษงดออกเสียง

นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ชื่นชมการตัดสินใจของวอชิงตัน และบอกว่า อิสราเอลจะเดินหน้าทำสงครามที่ชอบธรรมเพื่อทำลายฮามาส

ทั้งนี้ กองทัพอิสราเอลเผยว่า ได้จำกัดการบาดเจ็บล้มตายของพลเรือนด้วยการแจกแผนที่แสดงพื้นที่ปลอดภัย พร้อมกล่าวหาฮามาสเป็นฝ่ายทำให้พลเรือนตกอยู่ในอันตรายด้วยการแฝงตัวอยู่ในหมู่ประชาชน ซึ่งฮามาสปฏิเสธ

ปาเลสไตน์ระบุว่า ปฏิบัติการของอิสราเอลกลายเป็นกลยุทธ์ผลาญภพที่มุ่งแก้แค้นกับผู้คนทั้งหมดในฉนวนกาซาที่มีประชากรหนาแน่นพอๆ กับลอนดอน

ด้านวอชิงตันเผยว่า ได้บอกให้อิสราเอลพยายามมากขึ้นเพื่อรักษาสัญญาในการปกป้องพลเรือนในสงครามเฟสต่อไป กระนั้น โรเบิร์ต วูด รองเอกอัครราชทูตประจำยูเอ็น แถลงกับคณะมนตรีความมั่นคงก่อนลงมติว่า อเมริกาไม่สนับสนุนการหยุดยิงที่ไม่ยั่งยืนเนื่องจากรังแต่เป็นการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ที่จะนำไปสู่สงครามครั้งต่อไป

เอซซัต เอล-เรชิก สมาชิกสำนักงานการเมืองของฮามาส ประณามการลงมติของอเมริกาว่า ไร้มนุษยธรรม และมาห์มูด อับบาส ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ระบุว่า การกระทำดังกล่าวทำให้วอชิงตันกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการก่ออาชญากรรมสงครามของอิสราเอล
กำลังโหลดความคิดเห็น