ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย, ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ออกคำแถลงร่วมในวันพฤหัสบดี (1 ต.ค.) เรียกร้องให้อาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานยุติการสู้รบและหันมาเจรจากัน ขณะที่ผู้นำฝรั่งเศสแถลงระบุว่า การที่ตุรกีนำเอาพวกนักรบญิฮาดเข้าไปร่วมการสู้รบในดินแดนนากอร์โน-คาราบัค ทำให้สถานการณ์เกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่อย่างร้ายแรง
ทั้งฝ่ายตะวันตกและรัสเซียต่างออกมาเรียกร้องครั้งใหม่ให้ยุติการสู้รบที่ดำเนินมาหลายวันแล้วในดินแดนนากอร์โน-คาราบัค ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วมากกว่า 130 คน โดยที่ดินแดนแห่งนี้ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวอาร์เมเนียได้ประกาศแยกตัวมาจากอาเซอร์ไบจานตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1990 ด้วยความสนับสนุนของอาร์เมเนีย แต่ยังไม่ได้รับการรับรองจากนานาชาติในฐานะรัฐอิสระ
ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย, ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ, และมาครง ร่วมกันออกคำแถลงในวันพฤหัสบดี เรียกร้องให้สองฝ่ายหวนกลับมาเจรจากันเพื่อคลี่คลายข้อพิพาทเกี่ยวกับดินแดนนากอร์โด-คาราบัค ดำเนินมายาวนาน ทั้งนี้ ชาติทั้ง 3 ต่างมีฐานะเป็นประธานร่วมของกลุ่มมินสก์ ขององค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (โอเอสซีอี) ได้พยายามหาหนทางแก้ไขความขัดแย้งคราวนี้มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990
ก่อนหน้านั้น ทางการมอสโกเผยเมื่อวันพฤหัสฯเช่นกันว่า ระหว่างหารือกันทางโทรศัพท์ในคืนวันพุธ (30 ก.ย.) ปูติน และ มาครง ได้หารือขั้นตอนต่างๆ ที่ “กลุ่มมินสก์” จะเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งเพื่อยุติการสู้รบ
รัสเซียยังเสนอเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานับสิบปีและกลับปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (27 ก.ย.)
อย่างไรก็ตาม ทั้งนายกรัฐมนตรีนิโคล ปาชินเนียนของอาร์เมเนีย และอิลแฮม อาลีเยฟ ประธานาธิบดีอาเซอร์ไบจาน ต่างปฏิเสธแนวคิดในการจัดเจรจาหรือการหยุดยิง
ในวันพฤหัสบดี มาครงยังได้แถลงแยกต่างหาก ระบุว่า พวกนักรบญิฮาดชาวซีเรียได้ถูกเคลื่อนย้ายผ่านตุรกี ให้เข้าไปร่วมการสู้รบในคาราบัค
“เราได้ข้อมูลข่าวสารในวันนี้ ซึ่งส่อแสดงให้เห็นอย่างแน่นอนว่า พวกนักรบซีเรียจากกลุ่มญิฮาดต่างๆ ได้ถูกขนส่งผ่านเมืองกาซียนเตป (ของตุรกี) เพื่อไปยังพื้นที่สู้รบต่างๆ ในนากอร์โน-คาราบัต” มาครงกล่าวขณะเขาเดินทางไปถึงกรุงบรัสเซลส์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมซัมมิตของบรรดาผุ้นำสหภาพยุโรป
เรื่องนี้ถือว่า “ข้อเท็จจริงใหม่ที่ร้ายแรง ซึ่งทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป” เขาบอก
การแถลงเช่นนี้ของมาครง เป็นการเน้นย้ำอย่างเจาะจงชัดเจนมากขึ้น หลังจากที่สำนักงานประธานาธิบดีฝรั่งเสสแถลงภายหลังการหารือระหว่างมาครงกับปูตินในคืนวันพุธว่า ผู้นำทั้งสองกังวลเรื่องที่ตุรกีส่งทหารรับจ้างจากซีเรียไปยังนากอร์โน-คาราบัค
อย่างไรก็ดี คำแถลงของฝ่ายวังเครมลินไม่ได้พาดพิงเรื่องนี้แต่อย่างใด กระนั้นกระทรวงต่างประเทศรัสเซียก็เคยแถลงเมื่อวันพุธว่า นักรบซีเรียและลิเบียจากกลุ่มติดอาวุธนอกกฎหมายได้ถูกส่งไปยังนากอร์โน-คาราบัค
เมื่อวันจันทร์ (28 ก.ย.) ที่ผ่านมา เอกอัครราชทูตอาร์เมเนียประจำกรุงมอสโก ก็ได้ระบุว่า ตุรกีส่งนักรบ 4,000 คนจากทางเหนือของซีเรียไปอาเซอร์ไบจานเพื่อช่วยรบในนากอร์โน-อาราบัค ทว่า ทั้งอาเซอร์ไบจานและตุรกีต่างปฏิเสธข้อกล่าวหานี้
ฝรั่งเศสและตุรกีที่ต่างเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) เกิดการปะทะคารมดุเดือดเมื่อวันพุธ โดยอังการาที่เป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับอาเซอร์ไบจานที่เป็นประเทศมุสลิม ประกาศว่า จะทำทุกสิ่งที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนอาเซอร์ไบจาน ทั้งยังโจมตีว่าการที่ฝรั่งเศสร่วมแรงร่วมใจกับอาร์เมเนียเท่ากับสนับสนุนให้อาร์เมเนียยึดครองดินแดนของอาเซอร์ไบจาน
ด้านมาครง ผู้นำประเทศที่มีชนเชื้อสายอาร์เมเนียอาศัยอยู่ถึงราว 600,000 คน กล่าวหาตุรกีใช้ถ้อยคำชวนทะเลาะ
ส่วนรัสเซียที่มีฐานทัพในอาร์เมเนียและกำลังพิจารณาเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับประเทศนี้ แต่ขณะเดียวกันก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับอาเซอร์ไบจาน