xs
xsm
sm
md
lg

In Clip: 4 ตำรวจสหรัฐฯถูกยิงในเซนต์หลุยส์ 2 วัน หลัง “ทรัมป์” หนีไปอยู่บังเกอร์ใต้ดินทำเนียบขาวระทึกผู้ประท้วงบุกมาใกล้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอเจนซีส์ - คืนวันศุกร์ (29 พ.ค.) มีรายงานว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เข้าไปหลบในบังเกอร์ใต้ดินทำเนียบขาวระยะเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ขณะที่สุภาพสตรีหมายเลข 1 สหรัฐฯ มาลาเนีย ทรัมป์ และ บาร์รอน ทรัมป์ ถูกนำไปหลบในบังเกอร์เช่นกัน หลังจากกลุ่มผู้ประท้วงเคลื่อนตัวเข้าใกล้ทำเนียบขาว และ 2 วันถัดมามีตำรวจ 4 นายถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่เมืองเซนต์หลุยส์ (St. Louis) แต่ไม่ถึงขั้นเสียชีวิต

CNN สื่อสหรัฐฯรายงานเมื่อวานนี้ (1 มิ.ย.) ว่า หลังจากทำเนียบขาวประกาศสถานการณ์สีแดงในคืนดึกวันศุกร์ (29 พ.ค.) ตำรวจลับสหรัฐฯนำตัวประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ถูกนำตัวไปยังบังเกอร์ใต้ดินทำเนียบขาว อ้างอิงจากแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวและแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่รักษากฎหมายสหรัฐฯ

ทั้งนี้ พบว่า ผู้นำสหรัฐฯอยู่ในนั้นนานเกือบ 1 ชั่วโมงก่อนที่จะถูกนำตัวขึ้นบันไดกลับขึ้นมา

และแหล่งใกล้ชิดได้เปิดเผยว่า สุภาพสตรีหมายเลข 1 สหรัฐฯ เมลาเนีย ทรัมป์ และบุตรชายผู้นำสหรัฐฯ บาร์รอน ทรัมป์ (Barron Trump) วัย 14 ปี ถูกนำตัวไปหลบที่บังเกอร์ใต้ดินเช่นกัน

แหล่งข่าวรายที่ 2 ได้ให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่า “หากว่ามีสถานการณ์ที่ทำให้ทำเนียบขาวถูกยกระดับไปอยู่ที่ขั้นสีแดงและผู้นำสหรัฐฯ” ถูกนำตัวไปยังศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินประธานาธิบดีสหรัฐฯ (Presidential Emergency Operations Center) หรือห้องบังเกอร์ใต้ดินนั่นเอง จะทำให้เมลาเนีย ทรัมป์ และ บาร์รอน ทรัมป์ รวมไปถึงสมาชิกคนอื่นๆ ของครอบครัวหมายเลข 1 ถูกเคลื่อนย้ายทันทีเช่นกัน"

บลูมเบิร์ก สื่อธุรกิจชี้ว่า ในเวลานี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ทรัมป์เข้าไปหลบในห้องบังเกอร์ใน 2 คืนต่อมาหลังจากนั้นหรือไม่ แต่ทว่ากลุ่มผู้ประท้วงไม่ได้บุกเข้าใกล้ทำเนียบขาวเหมือนคืนวันศุกร์ (29 พ.ค.)

CNN สื่อสหรัฐฯรายงานว่าในช่วงคืนดึกวันอาทิตย์ (31 พ.ค.) ทำเนียบขาวได้เตือนบรรดาเจ้าหน้าที่ทำงานที่มีหน้าที่กลับเข้ามาทำงานในวันจันทร์ (1) ให้ซ่อนการผ่านของตัวเองจนกว่าที่คนเหล่านั้นจะผ่านเข้าไปถึงทางเข้าของหน่วยตำรวจลับสหรัฐฯและทำการซ่อนพวกเขาก่อนที่จะสามารถหลบออกไปได้ในตอบกลับ อ้างอิงจากอีเมลภายในทำเนียบขาวที่ CNN ได้เห็น

เนื้อหาอีเมลกล่าวย้ำถึงคำสั่งสำหรับสถานะการทำงานทางไกลให้มากที่สุด และอีเมลกล่าวถึงการสถานะความปลอดภัยที่ถูกยกระดับเนื่องมาจากการประท้วง

ทั้งนี้ พบว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯได้กล่าวชื่นชมการทำงานของตำรวจลับสหรัฐฯในวันถัดมาต่อการจัดการกับผู้ประท้วงด้านนอกรั้วทำเนียบขาวในคืนวันศุกร์ (29 พ.ค.) ซึ่งหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สเป็นสื่อรายแรกที่รายงานการหลบเข้าบังเกอร์ใต้ดินของทรัมป์

การตัดสินใจนำตัวทรัมป์ไปหลบในที่ปลอดภัยเกิดขึ้นหลังจากที่มีกลุ่มผู้ประท้วงเผชิญหน้ากับแผงตำรวจลับสหรัฐฯด้านนอกทำเนียบขาวเป็นเวลามากกว่า 1 ชั่วโมงในวันศุกร์ (29 พ.ค.) พยายามที่จะบุกผ่านแผงเหล็กกั้นรักษาความปลอดภัยเข้าไปด้านใน

และมีการผลักดันกันเกิดขึ้นระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงและเจ้าหน้าที่ตำรวจลับสหรัฐฯที่มีโล่ในมือ และการผลักไม่กี่ครั้งทำให้มีตำรวจลับสหรัฐฯต้องถอยออกไปที่ในภายหลังดูเหมือนว่าจะได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และในจุดหนึ่งเจ้าหน้าที่อดรนทนไม่ไหวกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นและตอบโต้กลับด้วยสเปรย์พริกไทย

ตลอดทั้งคืนนั้นพบว่ากลุ่มผู้ประท้วงยังคงรวมตัวและตะโกนสนับสนุน “จอร์จ ฟลอยด์” แอฟริกันอเมริกันที่ปราศจากอาวุธและเสียชีวิตจากการที่ถูกตำรวจผิวขาวเมืองมินนีอาโปลิสใช้เข่ากดลงที่คอจนเสียชีวิตจากคดีที่เขาใช้ธนบัตรใบละ 20 ดอลลาร์ปลอมซื้อบุหรี่ และกลุ่มผู้ประท้วงได้ตะโกนแสดงความไม่พอใจในตัวทรัมป์

การประท้วงเริ่มต้นในเวลา 22.00 น. คืนวันศุกร์ (29 พ.ค.) ด้านนอกทำเนียบขาว และเกือบจะสงบลงในเวลา 03.30 น.ของวันเสาร์ (30 พ.ค.)

ฝูงชนเริ่มบางตาและเจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมพื้นที่ได้มากขึ้นและสามารถล้อมรั้วกั้นสวนสาธารณะลาฟาเยตต์ (Lafayette Park) ที่อยู่ตรงข้ามทำเนียบขาวได้ในที่สุด

ตำรวจลับสหรัฐฯออกมายืนยันในวันเสาร์ (30 พ.ค.) ว่า มีการจับกุมผู้ประท้วงทั้งหมด 6 คน

เหตุการณ์ประท้วงยังคงเกิดขึ้นในวันจันทร์ (1) RT สื่อรัสเซียรายงานวันนี้ (2) ว่า มีตำรวจ 4 นาย ถูกยิงที่เมืองเซนต์หลุยส์ (St. Louis) รัฐมิสซูรีในคืนวันจันทร์ (1) ขณะที่เมืองยังคงมีการประท้วงรุนแรงเกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่เหล่านี้ได้รับบาดเจ็บที่ไม่ถึงขั้นร้ายแรงจนอาจจะเสียชีวิต

ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดยังคงมีสติดีขณะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล สำนักงานตำรวจกล่าว และเสริมว่า “เจ้าหน้าที่ยังคงจัดการกับการยิงที่ย่านดาวน์ทาวน์”

ทั้งนี้ พบว่า เหตุเกิดใกล้กับสำนักงานใหญ่ตำรวจเมืองเซนต์หลุยส์ ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ประท้วงปะทะกันหลายครั้งตลอดทั้งคืนอ้างอิงจากสื่อท้องถิ่น ซึ่งในตอนแรกดูเหมือนการประท้วงเกิดขึ้นอย่างสงบ แต่กลายเป็นความรุนแรงในช่วงกลางคืนที่มีรายงานการทำลายทรัพย์สินและการปล้นสะดมร้านค้าเกิดขึ้น

ดูเหมือนเจ้าหน้าที่จะตกอยู่ภายใต้การยิงไม่นานหลังจากที่มีการใช้ระเบิดแสงนับครั้งไม่ถ้วนและแก๊สน้ำตากับฝูงชนใกล้กับถนนโอลีฟ (Olive street) และถนนหมายเลข 16

เสียงปืนและเสียงไซเรนได้ยินในไม่กี่คลิปที่ถูกโพสต์บนโซเชียลมีเดีย RT กล่าว











Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...