xs
xsm
sm
md
lg

In Clip: IMF เตือนโลกเกิดเศรษฐกิจถดถอยหนักสุดตั้งแต่ยุค 30 ฟื้นตัวยังห่างไกล ทั่วโลกรุมประณาม “ทรัมป์” เห็นแก่ตัว ไม่ช่วย WHO

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอเจนซีส์/รอยเตอร์ - สถาบันการเงินระหว่างประเทศ IMF ออกมาเตือนเมื่อวานนี้ (14 เม.ย.) ว่า วิกฤตการระบาดโควิด-19 ทำให้โลกเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยขั้นร้ายแรง หนักสุดตั้งแต่เศรษฐกิจตกต่ำครั้งมโหฬารยุคปี 30 ส่วนการฟื้นยังห่างไกล ด้านผู้นำทั่วโลก ทั้งเยอรมัน สหภาพยุโรป จีน และ รัสเซีย ออกมาประณามผู้นำสหรัฐฯ ที่เห็นแก่ตัวตัดเงินความช่วยเหลือองค์การอนามัยโลก WHO อย่างไม่สนใจ

CNN สื่อสหรัฐฯรายงานวันนี้ (15 เม.ย.) ว่า ในวันอังคาร (14) - สถาบันการเงินระหว่างประเทศ IMF ออกมาแถลงว่า โลกตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยลากยาวไปจนถึงปี 2021 หากว่าผู้จัดทำนโยบายทั้งหลายยังล้มเหลวที่จะร่วมมือตอบ

ซึ่งในการคาดการณ์ล่าสุดของเศรษฐกิจโลก IMF กล่าวว่า ทางสถาบันคาดว่า จีดีพีจะลดลง 3% ในปี 2020 เป็นการถดถอยทางเศรษฐกิจร้ายแรงกว่าเมื่อครั้งเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจทั่วโลกปี 2008 และเป็นการกลับหลัง 180 องศาของการคาดการณ์ก่อนหน้าในเดือนมกราคมที่ IMF คาดการณ์ตัวเลขการเติบโตของปีนี้ที่ 3.3%

แถลงการณ์ของ IMF ระบุว่า “การปิดตายครั้งใหญ่เหมือนที่ใครอาจเรียกกัน มันทำเกิดการหดตัวการเติบโตของโลกอย่างสำคัญ การกลับฟื้นตัวบางส่วนถูกประเมินว่า จะเกิดขึ้นในปี 2021...แต่ระดับจีดีพีจะยังคงต่ำกว่าแนวโน้มก่อนการเกิดวิกฤตไวรัสที่มีความไม่แน่นอนของความแข็งแกร่งในการฟื้นกลับคืน”


ขณะเดียวกัน หลังจากที่ผู้นำสหรัฐฯประกาศที่จะหยุดให้เงินช่วยเหลือองค์การอนามัยโลกชั่วคราว ทำให้ผู้นำทั่วโลกออกมาประณาม โดย โจเซฟ บอร์เรลล์ (Josep Borrell) ผู้แทนระดับสูงด้านกิจการต่างประเทศของสหภาพยุโรป ออกมาชี้ว่า “ไม่มีเหตุผลที่จะสามารถที่จะแสดงความชอบธรรมต่อความเคลื่อนไหวนี้ในช่วงเวลาที่ความพยายามของคนเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องการมากกว่าที่เคยในการที่ต้องควบคุมและลดการระบาดโรคไวรัสโคโรนา การเข้าร่วมเป็นหนทางเดียวที่พวกเราจะสามารถชนะต่อวิกฤตครั้งนี้ที่เกิดขึ้นโดยไม่เลือกพรมแดน”


ส่วนรัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมัน ไฮโก มาส (Heiko Maas) แถลงประณามการตัดสินใจของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โดยชี้ว่า องค์การอนามัยโลก WHO จำเป็นต้องได้รับเงินสนับสนุน โดยชี้ว่า “ไวรัสไม่รู้จักพรมแดน พวกเราต้องร่วมมือกันอย่างเหนียวแน่นต่อต้าน#โควิด19 นี้ถือเป็นการลงทุนที่ดีที่สุด เพื่อทำให้สหประชาชาติแข็งแกร่ง และตัวอย่างเช่น WHO ที่ไม่ได้รับเงินสนับสนุนอย่างเพียงพอในด้านการพัฒนาและการแจกจ่ายการตรวจไวรัสและวัคซีน” อ้างอิงจาก CNN

และวันนี้ (15) รัสเซียออกมาประณามสหรัฐฯถึงการตัดสินใจตัดเงินสนับสนุนองค์การอนามัยโลก WHO นั้น เป็นการเห็น “แก่ตัว” และทำร้ายองค์การอนามัยโลกที่ในเวลานี้เป็นผู้นำการต่อสู้กับการระบาดไวรัสโควิด-19 ครั้งใหญ่ รอยเตอร์รายงาน

ทั้งนี้ สหรัฐฯถือเป็นผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดในโลก

ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เซอร์เก รยาบคอฟ (Sergei Ryabkov) แถลงในวันพุธ (15) ว่า การออกมาประกาศของสหรัฐฯนั้น น่าตกใจมาก

“นี่ถือเป็นตัวอย่างของลักษณะการใช้รูปแบบที่เห็นแก่ตัวโดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯต่อในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในโลกจากวิกฤตการระบาด”

และเสริมต่อว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้ต่อองค์กรในช่วงเวลาที่สายตาของประชาคมโลกในทุกทางกำลังจับตามองต่อทุกฝีก้าวนั้นมีคุณค่าต่อการประณามและการแสดงความไม่เห็นด้วย

และจีนเป็นอีกชาติที่ออกมาคัดค้านต่อกรณีที่ทรัมป์ในวันอังคาร (14) ประกาศงดการสนับสนุนด้านการเงินชั่วคราวต่อ WHO โดยโฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ออกมาเรียกร้องให้สหรัฐฯทำหน้าที่ที่มีต่อองค์การอนามัยโลก พร้อมชี้ว่า การตัดสินใจนั้นจะกระทบต่อประเทศทั่วโลก

“การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้ศักยภาพขององค์การอนามัยโลกอ่อนแอลง และทำร้ายความร่วมมือระหว่างประเทศในการปกป้องต่อการระบาดของโลก” โฆษกกล่าว รอยเตอร์รายงานว่า อย่างไรก็ตาม จีนไม่ยอมตอบคำถามว่า ปักกิ่งจะก้าวเข้ามาช่วยเหลือในส่วนที่สหรัฐฯได้ยุติการสนับสนุนชั่วคราวหรือไม่








Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...