xs
xsm
sm
md
lg

สุดล้ำ! ครม.ดันคนไทยเลิกใช้เงินสด โอนเงิน-รูดปื๊ด ผ่านเลขบัตรประชาชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบ การชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ เพื่อผลักดันให้การใช้เงินสดในประเทศลดน้อยลง และหันมาใช้ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเพย์เม้นท์มากขึ้น และยังกลายเป็นประเทศแรกในโลก ที่มีระบบอีเพย์เม้นท์ที่ดีที่สุด และสามารถครอบคลุมการดำเนินชีวิตอย่างครบวงจร นอกจากนี้ ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยผู้มีรายได้น้อย สามารถเข้าถึงระบบการเงินได้มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ด้วยการใช้หมายเลขตามบัตรประชาชน หรือหมายเลขโทรศัพท์ หรือหมายเลขตามบัตรอื่น ของธนาคารพาณิชย์ เป็นตัวเชื่อมโยง ซึ่งประชาชนจะใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ เป็นสื่อในการรับเงินช่วยเหลือ และนำไปใช้จ่ายผ่านร้านค้า หรือนำไปใช้กับบริการต่าง ๆ ของภาครัฐตามที่รัฐบาลจะกำหนดต่อไป นอกจากนี้การใช้อีเพย์เม้นท์ยังทำให้การจัดเก็บภาษีดีขึ้น จนนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพของประเทศ และทำให้ประเทศประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น โดยไม่ต้องเป็นเหมือนแท่งไอติม แล้วละลายไปเรื่อย ๆ เพราะธุรกรรมทางการเงิน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว และยังสนับสนุนนโยบายอื่นของประเทศ ทั้งนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล โครงการระบบตั๋วร่วมของกระทรวงคมนาคม นโยบายกองทุนการออมแห่งชาติ นโยบายการส่งเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในกรณีต่าง ๆ ของภาครัฐ โดยรัฐบาลจะพยายามดำเนินโครงการนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีครึ่ง

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.ได้มีมติเห็นชอบในหลักการของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างระบบการชำระเงิน แบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาระบบการชำระเงินของประเทศไทยให้เข้าสู่ ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (อีเพย์เมนต์)ครบวงจร ซึ่งจะนำมาสู่การเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ การลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย รวมทั้งบูรณาการระบบสวัสดิการสังคม การส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน และ การส่งเสริมอีเพย์เมนต์ในทุกภาคส่วน

ทั้งนี้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างระบบการชำระเงิน ประกอบด้วยแผนงานสำคัญ 5 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการระบบการชำระเงินแบบ Any ID (นานานาม) การทำให้การโอนเงินและการรับชำระเงินสามารถทำได้โดยง่าย โดยใช้เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือหมายเลขกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ นอกเหนือจากการใช้เลขที่บัญชีธนาคารอย่างในปัจจุบัน 2.โครงการการขยายการใช้บัตรมากขึ้น โดยสร้างจุดรับเงินให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในร้านค้าหรือบริษัทที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ 3.โครงการระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 4.โครงการ e-Payment ภาครัฐ โดยโครงการนี้จะรวมถึงการบันทึกผู้มีรายได้น้อยอย่างสมัครใจ ซึ่งใครที่มีรายได้น้อยสามารถลงทะเบียนเพื่อให้ได้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่มีสิทธิประโยชน์ โดยจะให้ธนาคารพาณิชย์ช่วยลงทะเบียนบัตร โดยอาศัยข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย

“แผนยุทธศาสตร์นี้ยังจะช่วยสนับสนุนนโยบายอื่น ๆ ของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น นโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลอีโคโนมี โครงการระบบตั๋วร่วมของกระทรวงคมนาคม นโยบายกองทุนการออมแห่งชาติ นโยบายการส่งเงินช่วยเหลือแก่ประชาชนในกรณีต่างๆ ของภาครัฐ”นายอภิศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้เมื่อประชาชนผู้มีรายได้น้อยมีบัตรแล้ว หากต้องการใช้สิทธิประโยชน์และสวัสดิการ ก็สามารถใช้บัตรเพื่อใช้จ่ายแทนเงินสดได้ เช่น การขึ้นรถเมล์ หรือการซื้อตั๋วรถไฟ ซึ่งอาจจะได้ลดราคาตั๋วรถไฟพิเศษ 50% หรือการรักษาพยาบาลได้ ถือเป็นการบูรณาการสวัสดิการประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องมีมาตรการหว่านแห เช่น รถเมล์ฟรี ที่ผู้มีรายได้ปกติก็สามารถขึ้นรถเมล์ได้ โดยการจดทะเบียนของผู้มีรายได้น้อย คาดว่าจะเริ่มในไตรมาสที่ 2 ของปี 2559 และ 5.โครงการการให้ความรู้และส่งเสริมการใช้ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้มีบัตรอิเล็กทรอนิกส์ อาจจะมีการจัดชิงโชครางวัล ซึ่งในการขับเคลื่อนโครงการทั้ง 5 จะดำเนินการผ่านคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างระบบการชำระเงินฯ โดยจะเร่งดำเนินการตามแผนและคาดว่าจะทุกโครงการให้เสร็จภายในปี 2560

“แผนยุทธศาสตร์นี้คาดว่าจะช่วยให้ประหยัดต้นทุนของระบบเศรษฐกิจในภาพรวมได้ ประมาณ 75,000 ล้านบาทต่อปี จากประชาชนที่จะลดต้นทุนจากการพกพาเงินสดและหันมาใช้การชำระเงินแบบ อิเล็กทรอนิกส์แทน และมีความสะดวกมากขึ้นจากการเชื่อมโยงของระบบชำระเงินผ่านช่องทางที่หลากหลายจากภาคการธนาคาร ที่จะสามารถประหยัดต้นทุนประมาณ 30,000 ล้านบาทต่อปี จากการลดต้นทุนการพิมพ์ธนบัตร การบริหารจัดการเงินสดและเช็ค และต้นทุนค่าเสียโอกาสของเงินสดที่เก็บไว้ในศูนย์จัดการเงินสด จากภาคธุรกิจ รวมถึงร้านค้าที่สามารถประหยัดต้นทุนประมาณ 45,000 ล้านบาทต่อปี จากการลดต้นทุนการบริหารจัดเก็บเงินสดและเช็ค และการพิมพ์และจัดส่งเอกสารใบกำกับภาษี และเชื่อว่าระบบนี้จะดีที่สุดในโลก”นายอภิศักดิ์กล่าวและว่า

นอกจากนั้น แผนฯ จะบูรณาการระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยลดต้นทุนของระบบ ผ่านการพัฒนาระบบนำส่งข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่ม และระบบนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐมีฐานข้อมูลภาษีที่ครบถ้วนมากขึ้น สามารถนำข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์เพื่อกำหนดนโยบายการบริหารจัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถจัดการรายได้ที่ดีเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศ

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะทำให้เกิดความสะดวกในการทำธุรกรรมเพิ่มขึ้น โดยที่ลูกค้าไม่ต้องจำหมายเลขบัญชีธนาคารหากต้องการโอนเงิน แต่ถ้าลูกค้าไม่ต้องการที่จะเปิดเผยข้อมูลก็สามารถที่จะใช้รูปแบบเดิมด้วยการใช้เลขบัญชีได้ ส่วนเรื่องความปลอดภัยข้อมูลของลูกค้านั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารเป็นหลัก แต่เชื่อว่าธนาคารทุกแห่งที่ระบบตรวจสอบและรักษาฐานข้อมูลลูกค้าให้ปลอดภัยอยู่แล้ว

“การใช้บัตรประชาชนในการทำธุรกรรมจะส่งผลดีในด้านการจ่ายสวัสดิการให้กับประชาชนจะได้ตรงกับตัวบุคคลที่ได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริง ขณะที่เบอร์โทรศัพท์มือถือทำให้เกิดความรวดเร็วในการใช้บริการ ซึ่งก่อนการใช้บริการ ต้องลงทะเบียนกับธนาคารก่อน”
กำลังโหลดความคิดเห็น...