xs
xsm
sm
md
lg

Wintermute เตือนรายย่อย ยุคทองคริปโตจบแล้ว มองสถาบันคุมเกมผ่าน ETF

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วงการสินทรัพย์ดิจิทัลถึงคราวผลัดใบ! ‘Wintermute’ ผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) ระดับโลก ออกโรงประกาศจุดจบ ‘วัฏจักร 4 ปี’ (Four-year Cycle) อย่างเป็นทางการ ชี้ปี 2025 คือจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์เมื่อโครงสร้างตลาดถูกรื้อใหม่ ‘เงินสถาบัน’ เข้ายึดหัวหาดผ่าน ETF เปลี่ยนคริปโทฯ จากสนามเก็งกำไรสู่สินทรัพย์ลงทุนหลัก ทำลายวงจรการหมุนเวียนเงิน (Capital Rotation) แบบดั้งเดิมจนพังยับเยิน พร้อมกางแผนที่ปี 2569 เตือนรายย่อย ยุคแห่งการ “จิ้มตัวไหนก็วิ่ง” ได้จบลงแล้ว

บทวิเคราะห์ส่งท้ายปีจาก Wintermute ยักษ์ใหญ่แห่งวงการ OTC (Over-The-Counter) ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วตลาด เมื่อข้อมูลเชิงลึกระบุชัดเจนว่า “รูปแบบการเทรดแบบเดิมๆ ได้ล่มสลายลงแล้ว”

สิ่งที่เคยเป็นสูตรสำเร็จอย่าง “Bitcoin พุ่งดึง Ethereum บวกตาม หลังจากนั้นแล้วเทกำไรเข้า Altcoins” (Capital Rotation) ได้อ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัดในปี 2567 โดยถูกแทนที่ด้วยโครงสร้างใหม่ที่ Wintermute เรียกว่า “Walled Gardens” (สวนที่มีกำแพงล้อมรอบ) ซึ่งหมายถึงเม็ดเงินจากกองทุน ETF และบริษัทที่ถือครอง Bitcoin (Treasury Companies) ที่ดูดซับสภาพคล่องเข้าสู่เหรียญใหญ่ (Large-cap) แล้วกักขังไว้อย่างนั้น โดยไม่ยอมปล่อยไหลลงสู่เหรียญเล็กเหมือนในอดีต

Source: Wintermute
สิ้นมนต์ขลัง Altcoin จากวิ่ง 2 เดือน เหลือแค่ 19 วัน

ความเจ็บปวดที่สุดตกอยู่ที่นักลงทุนรายย่อย เมื่อข้อมูลชี้ว่าปี 2568 เป็นปีแห่งการ “กระจุกตัว” (Concentration) อย่างแท้จริง เงินทุนใหม่ไหลเข้าสู่เหรียญใหญ่เพียงหยิบมือ ขณะที่เหรียญทางเลือก (Altcoins) ต้องดิ้นรนอย่างหนัก

สถิติที่น่าตกใจคือ “ระยะเวลาการวิ่งของ Altcoin” (Rally Duration) หดสั้นลงอย่างน่าใจหาย จากที่เคยวิ่งเฉลี่ย 61 วันในปี 2567 ลดฮวบเหลือเพียง 19 วัน ในปี 2568 ทำให้นักเก็งกำไรส่วนใหญ่ออกของไม่ทันและติดดอย ในขณะที่กระแส Memecoin หรือ AI-agent ก็เป็นเพียงไฟไหม้ฟางที่ไม่สามารถจุดติดตลาดในภาพรวมได้ เพราะถูกกดดันจากปัจจัยมหภาคและความเบื่อหน่ายของตลาด

Source: Wintermute
สถาบันยึดอำนาจเน้น ‘Yield’ เลิก ‘Bet’ วัดดวง

ในขณะที่รายย่อยหนีตายไปซบตลาดหุ้นและ AI แต่ “นักลงทุนสถาบัน” กลับฝังรากลึกขึ้น ข้อมูลจาก Wintermute เผยว่ากิจกรรมของสถาบันเติบโตขึ้น 23% เมื่อเทียบรายปี และที่น่าสนใจคือตลาด Options (ออปชัน) เติบโตขึ้นกว่า 2 เท่า

นัยสำคัญคือ สถาบันเหล่านี้ไม่ได้เข้ามาเพื่อ “เดิมพันทิศทางราคา” (Directional Bets) เหมือนในอดีต แต่เน้นกลยุทธ์ “การบริหารความเสี่ยงและหาผลตอบแทนอย่างเป็นระบบ” (Systematic Yield & Risk Management) ซึ่งสะท้อนความจริงจังและเป็นมืออาชีพมากขึ้น

Source: Wintermute
ล้างบางส่งท้ายสัญญาณ Deleveraging ยังไม่จบ

ตลาดส่งท้ายปี 2568 และต้นปี 2569 ด้วยสภาพตลาดที่เลวร้ายเมื่อเหตุการณ์ “ล้างพอร์ตครั้งใหญ่” (Deleveraging) เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม กวาดเงินไปกว่า 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ และล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ราคา Bitcoin ร่วงจาก 95,400 ดอลลาร์ เหลือ 92,600 ดอลลาร์ กวาดสถานะ Long ไปอีกกว่า 205 ล้านดอลลาร์ในชั่วโมงเดียวส่งสัญญาณว่าตลาดยังอยู่ในโหมดลดความเสี่ยง (Risk-off)

Source: Wintermute
ผ่าทางตันปี 2569 ลุ้น 3 กุญแจสำคัญ

Wintermute สรุปทิ้งท้ายว่า หากหวังจะให้ตลาดกลับมาคึกคักในวงกว้างปี 2569 ต้องอาศัย 3 ปัจจัยนี้เท่านั้น ได้แก่

1.ETF ต้องขยายวง กองทุน ETF ต้องไม่จำกัดแค่ BTC/ETH แต่ต้องครอบคลุมเหรียญอื่น (เช่น Solana หรือ XRP ที่กำลังยื่นขอ) เพื่อเปิดประตูให้เงินสถาบันไหลเข้าสู่เหรียญรอง

2.Wealth Effect ต้องแรงพอ Bitcoin และ Ethereum ต้องพุ่งแรงมากพอจนนักลงทุนรู้สึกรวยและกล้านำกำไรมาเสี่ยงในเหรียญเล็ก (ซึ่งยังไม่แน่ว่าจะเกิดขึ้น)

3.รายย่อยต้องกลับใจ (เป็นเรื่องที่ยากที่สุด) ต้องดึงดูดเม็ดเงินรายย่อยให้ย้ายกลับมาจากตลาดหุ้นและธีม AI มาสู่คริปโตฯ อีกครั้ง

อย่างไรก็ดีปี 2568 อาจเป็นปีที่น่าผิดหวังสำหรับสายซิ่ง แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านจาก “สินทรัพย์เก็งกำไร” สู่ “สินทรัพย์ลงทุนสถาบัน” อย่างเต็มตัว ผู้ที่จะรอดในปี 2569 คือผู้ที่เข้าใจว่า “ยุคตื่นทองแบบไร้เหตุผล” ได้จบลงแล้ว

Source: Wintermute

Source: Wintermute

Source: Wintermute

Source: Wintermute