ซีอีโอ ‘CryptoQuant’ ออกโรงเตือนนักลงทุนอย่าเพิ่งหวังรวยทางลัดต้นปี 2569 ชี้กราฟ บิทคอยน์ส่อแววเคลื่อนไหวแบบ ‘Side Way’ น่าเบื่อตลอดไตรมาสแรก เหตุเม็ดเงินลงทุนเริ่มตีปีกหนีออกจากตลาดคริปโตฯ โยกกลับไปหาสินทรัพย์ดั้งเดิมอย่าง ‘หุ้น’ และ ‘โลหะมีค่า’ ที่กำลังร้อนแรง สวนทางสถิติย้อนหลังที่มักเป็นนาทีทองของนักเทรด ขณะที่กูรูดังเสียงแตก ฝั่งหมีเตือนระวังร่วงทดสอบ 6 หมื่นดอลล์ แต่ฝั่งกระทิงยังเชื่อมั่นพลัง ETF และนโยบายการเงินผ่อนคลายจะดันราคาทำนิวไฮ
ท่ามกลางความคาดหวังของนักลงทุนที่อยากเห็นปรากฏการณ์ “January Effect” หรือการดีดตัวของราคาในช่วงต้นปี แต่ กี ยอง จู (Ki Young Ju) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ CryptoQuant กลับราดน้ำเย็นใส่กองไฟด้วยการประเมินว่า Bitcoin ในไตรมาสแรกของปี 2569 มีแนวโน้มที่จะตกอยู่ในภาวะ “ชะลอตัว” (Stall) หรือเคลื่อนไหวออกข้าง (Sideways) อย่างน่าเบื่อหน่าย
เงินทุนเหือดแห้ง เสน่ห์ ‘ทองคำ’ กลบรัศมีคริปโตฯ
เหตุผลหลักที่ กี ยอง จู หยิบยกมาสนับสนุนสมมติฐานนี้ คือสัญญาณการ “แห้งเหือดของกระแสเงินทุน” (Capital Flows Dry Up) ในตลาดคริปโทเคอร์เรนซี โดยเขามองเห็นการเคลื่อนย้ายเงินทุน (Rotation) ครั้งใหญ่ที่ไหลออกจากสินทรัพย์ดิจิทัล กลับเข้าสู่ตลาดการเงินดั้งเดิม (Traditional Markets) โดยเฉพาะ “หุ้น” และ “โลหะมีค่า” อย่างทองคำและเงิน ที่ราคากำลังพุ่งทะยานดึงดูดนักลงทุน
“กระแสเงินทุนที่ไหลเข้าบิทคอยน์ได้หยุดชะงักลงแล้ว...เราเห็นเงินไหลไปหาหุ้นและโลหะมีค่าแทน” กี ยอง จู กล่าว พร้อมระบุว่า แม้จะไม่เห็นสัญญาณการเทขายหนักจนราคาพังพินาศ (Deep Drawdown) แต่ตลาดก็น่าจะเข้าสู่โหมด “Boring Sideways” หรือการแกว่งตัวแคบๆ ที่ทำให้นักเก็งกำไรผิดหวัง
สวนทางสถิติไตรมาส 1 อาจไม่ใช่นาทีทอง?
หากการคาดการณ์นี้เป็นจริง จะถือเป็นการฉีกตำราประวัติศาสตร์บิทคอยน์อย่างสิ้นเชิง เพราะจากสถิติข้อมูลของ CoinGlass นับตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา ไตรมาสแรกมักเป็นช่วงเวลาที่หอมหวาน
- มกราคม : ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย +3.8%
- กุมภาพันธ์ : ร้อนแรงถึง +13.1%
- มีนาคม : บวกต่อเนื่อง +12.2%
แต่สถานการณ์ปัจจุบันกลับดูสวนทาง โดยราคาบิทคอยน์ล่าสุดร่วงลงมาซื้อขายแถวระดับ 90,900 ดอลลาร์ ปรับตัวลดลงกว่า 2% และหลุดจากจุดสูงสุดรายสัปดาห์ที่ 94,400 ดอลลาร์ สะท้อนแรงส่ง (Momentum) ที่แผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด
สัญญาณอันตรายความกลัวครอบงำ กูรูเตือน "ระวังหลุม 60K"
สอดคล้องกับดัชนี Crypto Fear & Greed Index ที่ยังคงจมปลักอยู่ในโซน “Fear” (ความกลัว) ถึง “Extreme Fear” ต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน โดยล่าสุดอยู่ที่ระดับ 28 บ่งบอกว่าผู้เล่นในตลาดยังคง “ขยาด” และไม่กล้าใส่เงินเต็มสูบ
นอกจากนี้ นักเทรดระดับตำนานอย่าง ปีเตอร์ เบรนด์ และ จูเรียน ทิมเมอร์ จาก Fidelity ยังออกมาเตือนให้ระวังความเสี่ยงขาลง โดยมองว่ามีความเป็นไปได้ที่บิทคอยน์อาจร่วงลงไปทดสอบฐานรับลึกถึงระดับ 60,000 - 65,000 ดอลลาร์ ในปีนี้ หากแรงซื้อยังไม่กลับมา
แสงสว่างปลายอุโมงค์ "ETF และนโยบายดอกเบี้ย"
อย่างไรก็ตาม ในท่ามกลางข่าวร้าย ยังมีปัจจัยบวกที่พยุงตลาดอยู่ ข้อมูลจาก Farside Investors เผยว่ากองทุน Spot Bitcoin ETFs ยังคงเนื้อหอม โดยในช่วง 3 วันทำการแรกของปี 2569 มีเงินไหลเข้าสุทธิถึง 925.3 ล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่า “นักลงทุนสถาบัน” ยังไม่ได้ถอดใจเหมือนรายย่อย
ด้านฝั่งกระทิงตัวพ่ออย่าง ทิม เดรเปอร์ ยังคงยืนกรานเป้าหมายราคาที่ 250,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Bitwise เชื่อว่าปี 2569 จะเป็นปีแห่งการทำลายสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High)
เช่นเดียวกับ บิล บาร์ไฮต์ ซีอีโอของ Abra ที่มองข้ามช็อตไปถึงปัจจัยมหภาค โดยเชื่อว่าการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน จะช่วยอัดฉีดสภาพคล่อง (Liquidity) เข้าสู่ระบบการเงินโลกอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นตัวจุดชนวนให้ความเสี่ยง (Risk Appetite) ฟื้นตัว และพาบิทคอยน์กลับมาผงาดได้ในที่สุด แม้จะต้องผ่านช่วงเวลาอันน่าเบื่อหน่ายในไตรมาสแรกไปก่อนก็ตาม


