xs
xsm
sm
md
lg

หุ้นซึมยาว..ยืดเยื้อถึงสิ้นปีหน้า / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ต่างชาติถล่มขายหุ้นหนักติดต่อ 2 วัน และทำให้เป้าหมายดัชนีหุ้น 1,650 จุด ห่างไปทุกที ขณะที่ทิศทางการลงทุนเปลี่ยนจากแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น กลายเป็นแนวโน้มขาลงระยะยาว

เพียงช่วงวันศุกร์และวันอังคารที่ผ่านมา ต่างชาติเทขายหุ้นประมาณ 1 หมื่นล้านบาท กดให้ดัชนีทรุดลง โดยวันอังคารร่วง 8.66 จุด ปิดที่ 1,632.97 จุด

ไม่มีใครบอกเหตุผลที่ต่างชาติพลิกกลยุทธ์ จากซื้อหันมาถล่มขายได้ นอกจากคาดเดากันว่า ต่างชาติต้องการปิดบัญชีการลงทุน ก่อนหยุดยาวช่วงปลายปี จึงเทขายหุ้นส่งท้าย

นับจากสัปดาห์หน้ามูลค่าซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติคงลดลง เหลือแต่แรงซื้อขายของนักลงทุนในประเทศ 3 กลุ่มคือ นักลงทุนสถาบันหรือกองทุน พอร์ตโบรกเกอร์ และนักลงทุนรายย่อย

แต่ทั้ง 3 กลุ่มน่าจะชะลอลงทุนเพราะขาดปัจจัยชี้นำ โดยไม่มีใครตะลุยซื้อ ลากหุ้นขึ้น ซึ่งหมายถึงโค้งสุดท้ายตลาดหุ้นปี 65 อาจซึมยาว

ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ โบรกเกอร์บางสำนักเริ่มปรับมุมมองทิศทางตลาดหุ้นใหม่ โดยประเมินว่า เศรษฐกิจอาจโตต่ำกว่าความคาดหมาย จึงปรับลดเป้าหมายดัชนีปลายปีนี้ลง จากเดิม 1,700 จุด ลดเหลือ 1,650 จุด

ส่วนปีหน้าคาดว่าในช่วงครึ่งปีแรกดัชนีอาจพุ่งขึ้นแตะระดับ 1,700 จุด แต่จะปรับลงในช่วงครึ่งปีหลัง โดยประเมินเป้าหมายดัชนีปลายปี 2566 ที่ระดับ 1,580 จุด

แนวโน้มตลาดหุ้นจากปลายปีนี้จนถึงปลายปีหน้า ดัชนีจะแกว่งตัวในกรอบแคบๆ แทบไม่มีช่องว่างทำกำไร การทำมาหากินในตลาดหุ้นฝืดเคือง มีความเสี่ยงในความผันผวนสูง เนื่องจากถูกปัจจัยลบกดดันรอบด้าน

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังจำเป็นต้องดำเนินมาตรการที่เข้มข้นเพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ผลที่ตามมาคือ ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ซึ่งเริ่มมีสัญญาณเตือนภัยมาแล้วจากการส่งออกประเทศต่างๆ ชะลอตัวลง

แต่สำหรับระยะสั้น นักลงทุนต่างชาติเป็นปัจจัยชี้นำสำคัญตลาดหุ้น เพราะการพลิกกลับมาเทขายหุ้นหนักๆ โดยไม่มีแรงซื้อตั้งรับจากนักลงทุนสถาบันหรือกองทุนในประเทศ จะฉุดให้ดัชนีรูดลง

เพราะนักลงทุนรายย่อยคงต้านแรงขายต่างชาติไม่ไหว

และไม่อาจคาดหวังการกลับมาของต่างชาติได้ ซี่งหากเทขายหุ้นหนักต่อไป ปลายปีนี้อาจหมดสิทธิเห็นดัชนี 1,650 ด้วยซ้ำ

ข่าวดีมีเพียงประการเดียวคือ การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด แต่ราคาหุ้นกลุ่มเปิดเมืองปรับตัวขึ้นไปรับข่าวแล้ว และการฟื้นตัวด้านการท่องเที่ยวด้านเดียวไม่อาจปลุกเศรษฐกิจทั้งระบบให้คึกคักได้

นอกจากนั้น ไตรมาสที่ 2 ปีหน้า ภาษีขายหุ้นอัตรา 0.055% จะมีผลบังคับใช้ และจะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นรุนแรง ภาวการณ์ลงทุนซบเซา มูลค่าการซื้อขายเพราะนักลงทุนทุกกลุ่มชะลอการซื้อขาย

หุ้นร้อน หุ้นเก็งกำไรจะกลับสู่ความเงียบเหงา นักลงทุนจะเปลี่ยนพฤติกรรมการเก็งกำไรระยะสั้น นักลงทุนขาใหญ่หรือเจ้ามือหุ้นอาจต้องลดธุรกรรมการซื้อขาย หุ้นปั่นจะตกอยู่ในสภาพตายซาก

เพราะต้นทุนการซื้อขายและการสร้างราคาหุ้นสูงขึ้น นอกจากค่านายหน้าซื้อขายแล้ว ยังต้องจ่ายภาษีขายหุ้นด้วย ไม่ว่าขายกำไรหรือขายขาดทุนก็ตาม

ในช่วงต้นปีตลาดหุ้นทำท่าจะสดใส ดัชนีพุ่งทะยานทะลุ 1,700 จุด ก่อนจะถอยหลังลงมา และผันผวนขึ้นลงในกรอบแคบจนกระทั่งปลายปี ซึ่งไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าสิ้นปีนี้ดัชนีจะปิดลงที่ระดับใด ยืนเหนือ 1,650 จุดได้หรือไม่

แต่ปีหน้าตลาดอาจซึมและผันผวนหนักยิ่งกว่าปีนี้ การทำมาหากินในตลาดหุ้นจะฝืดเคืองสุดขีด นักลงทุนควรเตรียมตัวรับมือล่วงหน้า

เว้นระยะห่างจากตลาดหุ้น พักรบ ไม่เก็บหุ้นเข้าพอร์ตตั้งแต่ปีนี้








กำลังโหลดความคิดเห็น