xs
xsm
sm
md
lg

KTC ราคามาไกลมาก / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ประกาศงบการเงินปี 2563 ออกมาแล้ว แม้ผลกำไรจะลดลง แต่ราคาหุ้นกลับปรับตัวขึ้น สวนทางผลประกอบการที่ชะลอตัว

ปี 2563 KTC มีกำไรสุทธิ 5,332.86 ล้านบาท ลดลงจากปี 2562 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 5,524.07 ล้านบาท แต่ราคาหุ้นกลับพุ่งทะยานต่อเนื่อง เป็นขาขึ้นเต็มตัวตั้งแต่กลางปี 2563 แม้ผลประกอบการจะหดตัวลงก็ตาม

วันที่ 30 กันยายน 2563 หุ้น KTC ปิดที่ราคา 34.75 บาท แต่หลังจากนั้นแกว่งตัวขึ้นอย่างช้าๆ โดยวันที่ 30 พฤศจิกายน ไต่ระดับขึ้นมาปิดที่ 51 บาท หรือปรับตัวขึ้นประมาณ 50% ภายใน 2 เดือน และปิดวันที่ 30 ธันวาคมที่ 59.50 บาท

ย่างเข้าสู่ปี 2564 หุ้น KTC ยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นต่อ ราคาแกว่งตัวขึ้นสลับกับการพักฐานเพียงบางวัน จนล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ 19 มกราคม ปิดที่ 77 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท แม้บริษัทจะแจ้งผลประกอบการปี 2563 ซึ่งกำไรสุทธิลดลงก็ตาม

จากสิ้นปี 2563 ราคาหุ้น KTC ดีดตัวขึ้นมาประมาณ 30% แล้ว โดยราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นก่อนหน้าอาจเกิดจากความคาดหมายผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2563 แต่ผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ยังชะลอตัวอยู่ จึงไม่สามารถหาคำอธิบายได้ว่าเหตุใดหุ้น KTC จึงแข็งนัก และอยู่ในช่วงขาขึ้นมากกว่า 3 เดือนเต็ม หรือเป็นเพราะความคาดหมายว่า ผลประกอบการปีนี้จะฟื้นตัว นักลงทุนจึงไม่กลัวความสูงของราคาหุ้น

โครงสร้างผู้ถือหุ้น KTC ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ในสัดส่วน 49.29% นายมงคล ประกิตชัยวัฒนา ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ในสัดส่วน 15.07% และนายสถาพร งามเรืองพงศ์ ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 ในสัดส่วน 4.98% ของทุนจดทะเบียน

ธนาคารกรุงไทยไม่ขายหุ้น KTC ออกอยู่แล้ว ส่วนนายมงคล เป็นนักลงทุนระยะยาว ถือหุ้น KTC ยาวมาประมาณ 8 ปี  จนกลายเป็นนักลงทุนที่ร่ำรวยที่สุด โดยกำไรจากหุ้น KTC เพียงตัวเดียวประมาณ 3 หมื่นล้านบาท เพราะหุ้นที่ถืออยู่จำนวน 388.66 ล้านหุ้น ต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 3 บาท เช่นเดียวกับนายสถาพร ที่เป็นนักลงทุนระยะยาว

แม้จำนวนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ KTC จะมี 14,314 ราย แต่ปริมาณหุ้นที่อยู่ในมือนักลงทุนรายย่อยอาจไม่ถึง 20% ของทุนจดทะเบียนฟรีโฟลท หรือสภาพคล่องหุ้นที่หมุนเวียนในตลาดจึงอาจไม่สูงนัก และหากนักลงทุนส่วนใหญ่ซื้อเก็บเพื่อลงทุนระยะยาว ราคาหุ้นอาจสูงกว่าหุ้นในกลุ่มเดียวกัน ที่มีปัจจัยพื้นฐานใกล้เคียงเช่นเดียวกับหุ้นหลายตัวที่ฟรีโฟลทต่ำ

KTC ในระดับราคาปัจจุบัน ถือว่าไม่ใช่หุ้นถูกแล้ว เพราะค่าพี/อี เรโช พุ่งขึ้นไปกว่า 36 เท่า และเป็นค่าพี/อี เรโช ที่สูงมากในรอบหลายปีที่ผ่านมา ขณะที่อัตราเงินปันผลตอบแทนเหลือเพียง 1.15% และเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทนที่ต่ำมากในรอบหลายปี

ราคาหุ้น KTC วิ่งมาไกล และค่าพี/อี เรโช ที่พุ่งกว่า 36 เท่า อาจไม่เหมาะสำหรับการเก็งกำไรระยะสั้นเท่าไหร่แล้ว แต่ต้องซื้อเพื่อการลงทุนระยะยาวมากกว่า ภายใต้ความคาดหวังว่า ผลประกอบการปีนี้จะกลับมาเติบโต

ยังไม่มีสัญญาณการพักปรับฐานของหุ้น KTC แต่ราคาคงวิ่งต่อได้อีกไม่ไกล ซึ่งหมายถึงช่องว่างการทำกำไรระยะสั้นน่าจะแคบลง

ทิศทางความเคลื่อนไหวของหุ้น KTC นับจากนี้เป็นหน้าที่ของนักลงทุนระยะยาวที่จะเป็นผู้กำหนด ส่วน นักเก็งกำไรระยะสั้นเสี่ยงแล้วที่จะลุย KTC






กำลังโหลดความคิดเห็น...