xs
xsm
sm
md
lg

ครบเครื่องคดี "พิชญ์ โพธารามิก" / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รอบ 1 ปีที่ผ่านมา "นายพิชญ์ โพธารามิก" ผู้ถือหุ้นใหญ่ และอดีตผู้บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ตกเป็นข่าวฉาวโฉ่เกี่ยวกับพฤติกรรมในตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งลงโทษซ้ำอีก ในความผิดไม่ทำคำเสนอซื้อหุ้น

ก.ล.ต.สั่งปรับนายพิชญ์ จำนวน 6.67 ล้านบาท ในความผิดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 โดยนางเสาวนิตย์ ถนอมสุวรรณ์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นแทนนายพิชญ์ ได้มาซึ่งหุ้น JAS จำนวน 4.4 ล้านหุ้น ทำให้นายพิชญ์ มีจำนวนหุ้นที่ถือในนามตนเองหรือคนอื่น เข้าหลักเกณฑ์การครอบงำกิจการ ซึ่งต้องทำคำเสนอซื้อ หรือเทนเดอร์ ออฟเฟอร์แต่กลับไม่ยื่นทำคำเสนอซื้อ

นอกจากนั้น ระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม 2558 ถึง 8 กุมภาพันธ์ 2560 นายพิชญ์ ไม่ได้รายงานการได้มาและจำหน่ายไป หุ้นบริษัท จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JTS ซึ่งอยู่ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของนายเกริกไกร ไตรบัญญัติกุล และนายโสรัชย์ อัศวะประภา เมื่อบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลทั้งสองรวมกันมีจำนวนการถือครองหุ้นข้ามเส้นเกิน 5% ของทุนจดทะเบียน

และ ก.ล.ต.ได้ปรับนายเกริกไกร จำนวน 1.29 แสนบาท เพราะรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหุ้น JTS เป็นการช่วยเหลือ ปิดบังความเป็นเจ้าของหุ้นที่แท้จริงของนายพิชญ์

ก่อนหน้านี้ วันที่ 16 กันยายน 2562 นายพิชญ์ กับนายเกริกไกร เคยถูก ก.ล.ต.ดำเนินมาตรการลงโทษในทางแพ่ง ในความผิดใช้ข้อมูลภายในแสวงหาประโยชน์จากการซื้อขายหุ้น JTS โดยปรับนายพิชญ์ เป็นเงิน 58.77 ล้านบาท ปรับนายเกริกไกร เป็นเงิน 3.33 แสนบาท

และปลายเดือนตุลาคม 2562 ก.ล.ต.ได้ดำเนินมาตรการทางแพ่ง สั่งปรับนายพิชญ์กับพวก ในความผิดฐานสร้างราคาหุ้น JAS และหุ้น บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ MONO รวมเป็นเงิน 160 ล้านบาท

ความผิดฐานไม่รายงานการถือครองหุ้นเกินสัดส่วน 5% ของทุนจดทะเบียน และความผิดไม่ยื่นทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ แม้ไม่ใช่ความผิดร้ายแรงเหมือนการใช้ข้อมูลภายในเอาเปรียบนักลงทุนทั่วไป หรือความผิดฐานปั่นหุ้น แต่ เป็นพฤติกรรมความผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นซ้ำซากของนายพิชญ์

ถ้าผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัทจดทะเบียนอื่นมีพฤติกรรมเหมือนนายพิชญ์ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ หรือตลาด mai คงลงทุนไม่ได้ทั้งหมด เพราะขาดความโปร่งใส ไร้ธรรมาภิบาล โดยผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่จ้องหาโอกาสหากินกับส่วนต่างราคาหุ้น เอาเปรียบนักลงทุนทั่วไป

นายพิชญ์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัทกลุ่ม JAS, MONO และ JTS มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เกตแคป รวมกันหลายหมื่นล้านบาท จึงอยู่ใน ฐานะเศรษฐี ซึ่งไม่มีความจำเป็นใดที่ต้องหากินกับส่วนต่างราคาหุ้นด้วยวิธีการที่ผิด และไม่มีความจำเป็นใดที่เข้ามาซื้อขายหุ้น แต่ควรก้มหน้าก้มตาคิดวางแผนทางธุรกิจ มุ่งสร้างผลกำไรที่ดี เพื่อคืนผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น

แต่นายพิชญ์ กลับหมกมุ่นกับคิดร้ายต่อผู้ถือหุ้น ใช้ข้อมูลภายในมาเอาเปรียบผู้ถือหุ้นรายย่อย ปั่นหุ้นเพื่อหลอกลวงนักลงทุน และตั้งนอมินี หรือตัวแทนถือหุ้นปิดบังอำพรางข้อมูล

ความผิดที่ ก.ล.ต.ประกาศลงโทษนายพิชญ์ ถือเป็นความผิดที่ครบเครื่อง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ ทั้งการตั้งนอมินีถือหุ้นแทน เพื่อปิดบังอำพรางข้อมูลการถือครองหุ้น การใช้อินไซเดอร์ และการตั้งแก๊งปั่นหุ้น

พฤติกรรมของนายพิชญ์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ JAS, MONO และ JTS เพราะทำให้หุ้นกลุ่มนี้เป็นหุ้นอันตราย และนักลงทุนควรหลีกเลี่ยง

ไม่ควรเสี่ยงเล่นกับเจ้ามือหุ้นอย่าง "พิชญ์ โพธารามิก"







กำลังโหลดความคิดเห็น...