xs
xsm
sm
md
lg

สรรพสามิตเร่งผลิตแอลกอฮอล์ป้อนทุกหน่วยงานการแพทย์ เผยตัวเลขดีมานด์ในปัจจุบันมีรวมกัน 1.3 ล้านลิตรต่อเดือน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“อธิบดีสรรพสามิต” เผยผลสำรวจความต้องการใช้แอลกอฮอล์จากทุกหน่วยงานทางการแพทย์และสาธารณสุขจะมีทั้งสิ้น 1.3 ล้านลิตรต่อเดือน เตรียมเร่งผลิตเพื่อสนองความต้องการใช้โดยป้อนหน่วยงานทางการแพทย์และสาธารณสุขก่อนเป็นลำดับแรก ยืนยันจะไม่แทรกแซงกลไกตลาดแอลกอฮอล์ เหตุเป็นสินค้าที่แตกต่างจากหน้ากากอนามัยเพราะมีความเสี่ยงในการติดไฟ อีกทั้งปริมาณยังมากพอที่จะรองรับความต้องการของตลาดด้วย

นายพชร อนันต์ศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวภายหลังการประชุมการประชุมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงสมาคมร้านขายยา เพื่อพิจารณาถึงสถานการณ์การใช้แอลกอฮออล์ทางการแพทย์ในปัจจุบัน และวางแผนการบริหารจัดการแอลกอฮอล์เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับความรุนแรงของสถานการณ์ดังกล่าวว่า เบื้องต้นได้สำรวจปริมาณแอลกอฮอล์ ณ เดือน มี.ค.63 ของผู้ผลิตแอลกอฮอล์ทั้ง 3 ราย ซึ่งประกอบไปด้วย องค์การสุรา กรมสรรพสามิต ผู้ผลิตสุราสามทับ จำนวน 3 ราย และโรงงานผู้ผลิตเอทานอลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง มีกำลังการผลิตรวมกันทั้งสิ้น 7,395,000 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่มีปริมาณปริมาณแอลกอฮออล์ ณ สิ้นเดือน ก.พ.63 จะมีรวมกันทั้งสิ้น 133 ล้านลิตร ส่วนปริมาณการใช้แอลกอฮอล์เมื่อปี 62 จะมีทั้งสิ้นกว่า 100 ล้านลิตร

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมฯ ยังได้สำรวจความต้องการใช้แอลกอฮอล์ทางการแพทย์ โดยในส่วนขององค์การเภสัชในปัจจุบันจะมีเพิ่มขึ้นเป็น 5 แสนลิตรต่อวัน จากเดิมที่เคยมีอยู่ที่ 2 แสนลิตรต่อวัน ขณะที่โรงงานเภสัชกรรมทหารจะมีความต้องการใช้ 7 หมื่นลิตรต่อเดือน ขณะที่ความต้องการของหน่วยงานสาธารณสุขในสังกัด กทม. จะมีอยู่รวม 2.5 หมื่นลิตรต่อเดือน จาก 5,000 ลิตรต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้น 5 เท่า ทั้งนี้ ยอดรวมความต้องการใช้แอลกอฮอลจากทุกหน่วยงานรวมกันจะมีทั้งสิ้น 1.3 ล้านลิตรต่อเดือน

อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า องค์การสุราจะเร่งผลิตและจำหน่ายแอลกอฮอล์และแอลกอฮอล์แปลงสภาพเพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยกรมสรรพสามิตจะให้ความสำคัญต่อหน่วยงานทางการแพทย์และหน่วยงานด้านสาธารณสุขก่อนเป็นอันดับแรก อย่างไรก็ตาม กรมสรรสามิตยังเชื่อว่า เมื่อปริมาณแอลกอฮออล์มีมากพอต่อความต้องการแล้ว จะทำให้ราคาขายที่พุ่งสูงขึ้นในปัจจุบันนั้นปรับตัวลดลง นอกจากนี้ ยังย้ำด้วยว่า กรมสรรพสามิตจะไม่เข้าแทรกแซงกลไกตลาดด้วย เนื่องจากสินค้าแอลกอฮอล์จะมีความแตกต่างจากหน้ากากอนามัย เนื่องจากการกักตุนแอลกอฮอล์จะมีความเสี่ยงโดยตัวของมันเอง เนื่องจากแอลกอฮอล์สามารถติดไฟได้ อีกทั้งแอลกอฮอล์ยังมีวันหมดอายุในการใช้งาน จึงไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แต่อย่างใดสำหรับผู้ที่คิดจะกักตุน รวมทั้งปริมาณแอลกอฮอล์ยังมีมากพอสำหรับความต้องการด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น...