xs
xsm
sm
md
lg

"รมว.คลัง" เล็งต่อยอดนโยบายมุ่งสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ปรับบทบาทคณะทำงานบิ๊กดาต้าวางแผนใช้ประโยชน์ข้อมูล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"รมว.คลัง" ชี้ยังเร็วไปที่จะประเมินสถานการณ์อิหร่านเตรียมทำสงครามกับสหรัฐฯ แต่ยืนยันจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุเป็นปัจจัยลบครั้งใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อการค้าโลกและส่งออกของไทย ย้ำพร้อมออกมาตรการอุ้มเศรษฐกิจประเทศหากมีความจำเป็น พร้อมเผยประชุมร่วมผู้บริหารคลัง ระบุ เดินหน้านโยบายรัฐบาลดิจิทัล สั่ง "ปลัดคลัง" ปรับบทบาทคณะทำงานบิ๊กดาต้าใหม่ หวังใช้ประโยชน์สูงสุดจากข้อมูลการใช้จ่าย การบริโภค และการขายสินค้าของร้านค้าในโครงการบัตรคนจนและชิมช้อปใช้

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงเหตุการณ์ประเทศอิหร่านประกาศตอบโต้กับประเทศสหรัฐฯ หลังปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่า ตนมีความเป็นห่วงในเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินถึงสถานการณ์การโจมตีกันในอนาคตของทั้ง 2 ประเทศ แต่เนื่องจากเหตุการณ์นี้ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงครั้งใหม่ที่กระทรวงการคลังจึงยังไม่วางใจ และยังต้องคอยจับตามองอย่างใกล้ชิดต่อไป เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการค้าโลกและการส่งออกของไทยได้ ดังนั้นไทยจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม โดยกระทรวงการคลังพร้อมใช้มาตรการเพิ่มเติมหากพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความเหมาะสมและจำเป็นที่จะต้องดำเนินการ

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงผลการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลังด้วยว่า ในเรื่องการดำเนินงานในปี 2563 นั้น บทบาทสำคัญของกระทรวงการคลังจะเน้นเรื่องการแก้ปัญหาลดความเหลื่อมล้ำภายในประเทศ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยการปฏิรูปประเทศและการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศจะถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ

โดยสิ่งสำคัญที่จะต้องเร่งดำเนินการคือ การขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่จะต้องยึดโยงกับเศรษฐกิจชุมชนทั้งในด้านการเกษตร การผลิตระดับชุมชน และการท่องเที่ยว ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน ร่วมกันจัดทำต้นแบบในการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

อย่างไรก็ตาม ยังจะมีการเร่งส่งเสริม สนับสนุนในระดับที่เข้มข้นมากขึ้นสำหรับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รวมถึงสตาร์ทอัป โดยในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารนี้ (7) กระทรวงการคลังจะเสนอที่ประชุมอนุมัติชุดมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยให้เอสเอ็มอียังสามารถเป็นแรงขับเคลื่อนประเทศได้ต่อไป

ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังได้ฝากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ให้เร่งรัดการลงทุนของรัฐวิสาหกิจตั้งแต่ต้นปี 63 โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ซึ่งมีแผนการลงทุนในประเทศและต่างประเทศ

สำหรับนโยบายมุ่งสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลในส่วนของกระทรวงการคลัง (MOF GO DIGITAL) นั้น นายอุตตม ย้ำว่า ในปี 63 จะดำเนินการให้มากขึ้น โดยกระทรวงการคลังจะทำการต่อยอดการใช้ประโยชน์ทางด้านการชำระเงินให้แก่โครงสร้างพื้นฐานของระบบ National e-Payment ให้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน ยังจะต้องนำระบบข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย โดยเฉพาะด้านกรมภาษีจะนำมาใช้ประโยชน์ในการให้บริการประชาชนได้อย่างไรบ้าง อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังได้มีการจัดเก็บข้อมูลเรื่องการใช้จ่ายและการบริโภคของประชาชน รวมถึงข้อมูลการขายสินค้าของร้านค้าต่างๆ ผ่านการใช้บัตรสวัสดิการ และการใช้แอปพลิเคชันเป๋าตังแล้ว

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการสร้างประโยชน์ในการใช้ข้อมูล Big Data ดังกล่าว ที่กระทรวงการคลังมีอยู่นั้น นายอุตตม จึงได้มอบหมายให้ นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง พิจารณาปรับปรุงบทบาทคณะทำงานด้าน Big Data ให้ครอบคลุมถึงการพัฒนาโครงข่ายเชื่อมโยงบล็อกเชนกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง และผลักดันการใช้งานออกสู่หน่วยงานอื่นๆ ด้วย เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยังกล่าวถึงกรณีที่ตนเป็นหนึ่งในรายชื่อที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 8-9 ม.ค.63 ด้วยว่า ตนมีความพร้อมที่จะชี้แจงข้อมูลในทุกๆ ประเด็นที่ฝ่ายค้านจะเปิดอภิปราย โดยเฉพาะกรณีการออก พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวจะมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการใช้ที่ดินอย่างเกิดประโยชน์สูงสุดเท่านั้น โดยไม่ได้มีความต้องการที่จะเอื้อประโยชน์แก่นายทุนแต่อย่างใด พร้อมทั้งยืนยันด้วยว่าปัจจุบันกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยได้ปรับปรุงแนวทางการจัดเก็บภาษีเพื่อให้เกิดความเหมาะสมมากที่สุดแล้ว และกระทรวงการคลังพร้อมที่จะเดินหน้าบัคับใช้ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ ต่อไป แม้พรรคการเมืองฝ่ายค้านจะเรียกร้องให้ยกเลิกการใช้กฎหมายดังกล่าวก็ตาม

ส่วนการเปิดอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 นั้น ตนจะสามารถชี้แจงได้เช่นกัน โดยเชื่อว่าจะผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร เพื่อบังคับใช้งบประมาณได้ทันภายในเดือน ก.พ.63


กำลังโหลดความคิดเห็น...